ธรรมสมาทานสูตร: สุขตอนนี้ ทุกข์ภายหลัง หรือกลับกัน
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ธรรมสมาทานสูตร: สุขตอนนี้ ทุกข์ภายหลัง หรือกลับกัน

จตฺตาริมานิ ภิกฺขเว ธมฺมสมาทานานิ

สิ่งที่เรายึดถือปฏิบัติมี ๔ แบบ ตามสุขทุกข์ตอนทำและผลที่ตามมา บางอย่างนุ่มนวลตอนนี้แต่เหมือนเถามาลุวาที่ค่อย ๆ พันต้นสาละจนพัง บางอย่างขมตอนนี้แต่เป็นยารักษาโรค — ความต่างอยู่ที่รู้ชัดตามความเป็นจริงหรือไม่

๗ ข้อ

จูฬธรรมสมาทานสูตรและมหาธรรมสมาทานสูตร มัชฌิมนิกาย เป็นพระสูตรคู่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่พระวิหารเชตวัน ว่าด้วยธรรมสมาทาน คือการยึดถือปฏิบัติ ๔ แบบ ได้แก่ แบบที่สุขในปัจจุบันแต่มีทุกข์เป็นผลต่อไป แบบที่ทุกข์ในปัจจุบันและมีทุกข์เป็นผลต่อไป แบบที่ทุกข์ในปัจจุบันแต่มีสุขเป็นผลต่อไป และแบบที่สุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นผลต่อไป

ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ทรงยกตัวอย่างสมณพราหมณ์ที่เห็นว่ากามไม่มีโทษแล้วดื่มด่ำในกาม เป็นแบบแรก พร้อมอุปมาเถามาลุวา นักบวชเปลือยที่ทรมานตนด้วยวัตรต่าง ๆ เป็นแบบที่สอง คนที่มีราคะ โทสะ โมหะกล้าจนต้องร้องไห้ แต่ยังประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ เป็นแบบที่สาม และคนที่กิเลสไม่กล้าแล้วบรรลุฌาน เป็นแบบที่สี่

ในมหาธรรมสมาทานสูตร ทรงเริ่มจากคำถามว่า ทำไมสัตว์ส่วนมากอยากให้สิ่งไม่น่าปรารถนาลดลงและสิ่งน่าปรารถนาเพิ่มขึ้น แต่กลับเป็นตรงข้าม แล้วทรงอธิบายว่าเพราะไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ทรงแสดงทั้ง ๔ แบบด้วยการทำหรือเว้นอกุศลกรรมบถ ๑๐ พร้อมกับสุขหรือทุกข์ และจบด้วยอุปมา ๕ ข้อ ตั้งแต่น้ำเต้าขมผสมยาพิษจนถึงดวงอาทิตย์ในฤดูสารท

  1. ๑

    ทำไมสิ่งที่ไม่อยากได้กลับเพิ่มขึ้น เสวิตพฺเพ ธมฺเม น ชานาติ

    สัตว์ส่วนมากปรารถนาให้สิ่งไม่น่าปรารถนาเสื่อมไป สิ่งน่าปรารถนาเจริญขึ้น แต่กลับเป็นตรงข้าม เพราะปุถุชนไม่รู้จักธรรมที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ควรคบและไม่ควรคบ จึงเสพสิ่งที่ไม่ควรเสพ ส่วนอริยสาวกรู้จัก จึงเลือกได้ถูก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อชีวิตวนกลับมาที่ปัญหาเดิม เช่น เงินไม่พอหรือสุขภาพแย่ลง ให้ย้อนดูว่าเรากำลังทำอะไรซ้ำ ๆ ทุกวันที่พาไปทางนั้น

  2. ๒

    สุขตอนนี้ แต่ทุกข์ภายหลัง ปจฺจุปฺปนฺนสุขํ อายตึ ทุกฺขวิปากํ

    ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ได้แก่สมณพราหมณ์ที่เห็นว่ากามไม่มีโทษแล้วดื่มด่ำในกาม ในมหาธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่ทำอกุศลกรรมบถ ๑๐ อย่างมีสุขมีโสมนัส ทรงเปรียบเหมือนภาชนะเครื่องดื่มที่สี กลิ่น รสดี แต่ผสมยาพิษ คนที่ดื่มโดยไม่พิจารณาย่อมพอใจตอนดื่ม แต่ถึงตายหรือทุกข์ปางตาย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สิ่งที่ให้ความสุขทันทีแต่ต้องปิดบังหรือหาข้อแก้ตัว เช่น การพนัน การนอกใจ หรือการซื้อของเกินตัว มักอยู่ในช่องนี้ ถามตัวเองว่าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อผลของมันมาถึง

  3. ๓

    เถามาลุวาที่อ่อนนุ่ม มาลุวาสิปาฏิกา

    เมล็ดของเถามาลุวาตกลงที่โคนต้นสาละ เทวดาที่สิงต้นสาละหวาดกลัว เพื่อนเทวดามาปลอบว่าเมล็ดนั้นอาจถูกนกยูงกิน ถูกสัตว์กิน หรือถูกไฟป่าไหม้ แต่เมล็ดนั้นงอกขึ้นเป็นเถาอ่อน สัมผัสนุ่มสบาย เทวดาจึงคิดว่าเพื่อนกลัวไปเอง จนเถานั้นพันต้น ปกคลุมข้างบน แล้วทำลายลำต้นใหญ่ ทรงเปรียบกับผู้ที่เห็นว่ากามไม่มีโทษ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    นิสัยที่อันตรายมักเริ่มจากสิ่งเล็กและรู้สึกสบาย เช่น เล่นมือถือก่อนนอนอีกนิด เมื่อคนใกล้ตัวเตือน อย่ารีบคิดว่าเขากังวลเกินเหตุ

  4. ๔

    ทุกข์ตอนนี้ และทุกข์ภายหลัง ปจฺจุปฺปนฺนทุกฺขญฺเจว อายติญฺจ ทุกฺขวิปากํ

    ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ได้แก่นักบวชเปลือยที่ทรมานตนด้วยวัตรต่าง ๆ เช่น ถอนผมและหนวด นอนบนหนาม ในมหาธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่ทำอกุศลกรรมบถ ๑๐ ทั้งที่มีทุกข์มีโทมนัส ทรงเปรียบเหมือนน้ำเต้าขมผสมยาพิษ ไม่น่าดื่มทั้งสี กลิ่น รส ดื่มแล้วก็ถึงตายหรือทุกข์ปางตาย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความลำบากไม่ได้แปลว่าถูกทาง การหักโหมจนป่วยเพื่อพิสูจน์ตัวเอง หรือทำสิ่งที่รู้ว่าผิดทั้งที่ไม่มีความสุข เป็นทุกข์สองชั้นที่ควรหยุดก่อนเรื่องอื่น

  5. ๕

    ทุกข์ตอนนี้ แต่สุขภายหลัง ปจฺจุปฺปนฺนทุกฺขํ อายตึ สุขวิปากํ

    ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่มีราคะ โทสะ โมหะกล้าโดยปกติ ต้องเสวยทุกข์จนน้ำตานองหน้า แต่ยังประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ ในมหาธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่เว้นจากอกุศลกรรมบถ ๑๐ ทั้งที่ยังมีทุกข์มีโทมนัส ทรงเปรียบเหมือนยาน้ำมูตรเน่าผสมยาต่าง ๆ สำหรับคนเป็นโรคผอมเหลือง ไม่น่าดื่มทั้งสี กลิ่น รส แต่ผู้ที่พิจารณาแล้วดื่ม ย่อมมีสุข

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    วันที่ต้องฝืนใจไม่ตอบโต้คนที่ทำให้โกรธ หรือไม่ซื้อของที่อยากได้ ให้รู้ว่ากำลังดื่มยาขม มันยังเป็นทางที่ถูก แม้ตอนนี้จะไม่อร่อย

  6. ๖

    สุขตอนนี้ และสุขภายหลัง ปจฺจุปฺปนฺนสุขญฺเจว อายติญฺจ สุขวิปากํ

    ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่ราคะ โทสะ โมหะไม่กล้า แล้วบรรลุฌานทั้งสี่ ในมหาธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่เว้นจากอกุศลกรรมบถ ๑๐ อย่างมีสุขมีโสมนัส ทรงเปรียบเหมือนยาที่ผสมนมส้ม น้ำผึ้ง เนยใส และน้ำอ้อย สำหรับคนเป็นโรคลงโลหิต ทั้งน่าดื่มและทำให้มีสุข และเหมือนดวงอาทิตย์ในฤดูสารทที่ขจัดความมืดในท้องฟ้า ธรรมสมาทานแบบนี้ย่อมรุ่งเรืองเหนือวาทะของสมณพราหมณ์อื่น ๆ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เป้าหมายไม่ใช่การฝืนทำดีไปตลอดชีวิต แต่ฝึกจนการทำดีกลายเป็นความสุข สังเกตความดีที่เราทำได้อย่างสบายใจแล้ว และขยายจากตรงนั้น

  7. ๗

    ความต่างอยู่ที่รู้หรือไม่รู้ ยถาภูตํ ปชานาติ

    ในมหาธรรมสมาทานสูตร ทรงแสดงว่า ผู้ที่ไปแล้วในอวิชชา ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่าธรรมสมาทานแต่ละแบบเป็นอย่างไร ย่อมเสพสิ่งที่ควรเว้น สิ่งไม่น่าปรารถนาจึงเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ไปแล้วในวิชชา รู้ชัดตามความเป็นจริง ย่อมเสพและเว้นได้ถูก สิ่งน่าปรารถนาจึงเจริญขึ้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ เขียนสองช่องว่า ตอนทำจะรู้สึกอย่างไร และผลในอีกหนึ่งปีจะเป็นอย่างไร การมองให้เห็นทั้งสองช่องคือการฝึกรู้ชัดตามความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรคู่นี้ให้ตารางง่าย ๆ สำหรับการตัดสินใจ ก่อนทำอะไรให้ถามสองข้อ คือ ตอนทำรู้สึกอย่างไร และผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ความรู้สึกตอนนี้ไม่ได้บอกผลภายหลังเสมอไป

บทเรียนสำคัญคือ ความลำบากไม่ใช่เครื่องหมายของความดีเสมอไป การทรมานตนเป็นทุกข์ทั้งตอนนี้และภายหลัง และความสุขก็ไม่ใช่ศัตรู แบบที่ดีที่สุดคือทำความดีได้อย่างมีความสุข ถ้าวันนี้การงดเว้นบางอย่างยังฝืนใจ ก็ยังเป็นทางที่ถูก และการฝึกจะค่อย ๆ ทำให้มันเบาลง

พระสูตรกล่าวถึงผลหลังความตาย คืออบายและสวรรค์ ผู้ที่ยังไม่ได้ปักใจเชื่อเรื่องนี้ก็ยังใช้หลักนี้ได้ในชีวิตนี้ เพราะผลของนิสัยและการกระทำหลายอย่างเห็นได้ภายในไม่กี่ปี

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

จิตนี้ผุดผ่อง: ธรรมข้อเดียวในเอกนิบาต

ปภสฺสรมิทํ ภิกฺขเว จิตฺตํ

จิตนี้ผุดผ่อง แต่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่จรมา ปุถุชนไม่รู้ข้อนี้จึงไม่อบรมจิต อริยสาวกรู้จึงอบรมจิต และไม่มีสิ…

ติตติรชาดก: นกกระทา ลิง และช้าง ผู้รู้จักเคารพกัน

ติตฺติรชาตกํ

ผู้ฉลาดในธรรมย่อมนอบน้อมผู้ใหญ่ ได้รับการสรรเสริญในปัจจุบันและมีสุคติในภายหน้า เรื่องสามสหายใต้ต้นไทรที่หาว่าใ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้