จิตนี้ผุดผ่อง: ธรรมข้อเดียวในเอกนิบาต
ปภสฺสรมิทํ ภิกฺขเว จิตฺตํจิตนี้ผุดผ่อง แต่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่จรมา ปุถุชนไม่รู้ข้อนี้จึงไม่อบรมจิต อริยสาวกรู้จึงอบรมจิต และไม่มีสิ…
จตฺตาริมานิ ภิกฺขเว ธมฺมสมาทานานิ
สิ่งที่เรายึดถือปฏิบัติมี ๔ แบบ ตามสุขทุกข์ตอนทำและผลที่ตามมา บางอย่างนุ่มนวลตอนนี้แต่เหมือนเถามาลุวาที่ค่อย ๆ พันต้นสาละจนพัง บางอย่างขมตอนนี้แต่เป็นยารักษาโรค — ความต่างอยู่ที่รู้ชัดตามความเป็นจริงหรือไม่
จูฬธรรมสมาทานสูตรและมหาธรรมสมาทานสูตร มัชฌิมนิกาย เป็นพระสูตรคู่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่พระวิหารเชตวัน ว่าด้วยธรรมสมาทาน คือการยึดถือปฏิบัติ ๔ แบบ ได้แก่ แบบที่สุขในปัจจุบันแต่มีทุกข์เป็นผลต่อไป แบบที่ทุกข์ในปัจจุบันและมีทุกข์เป็นผลต่อไป แบบที่ทุกข์ในปัจจุบันแต่มีสุขเป็นผลต่อไป และแบบที่สุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นผลต่อไป
ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ทรงยกตัวอย่างสมณพราหมณ์ที่เห็นว่ากามไม่มีโทษแล้วดื่มด่ำในกาม เป็นแบบแรก พร้อมอุปมาเถามาลุวา นักบวชเปลือยที่ทรมานตนด้วยวัตรต่าง ๆ เป็นแบบที่สอง คนที่มีราคะ โทสะ โมหะกล้าจนต้องร้องไห้ แต่ยังประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ เป็นแบบที่สาม และคนที่กิเลสไม่กล้าแล้วบรรลุฌาน เป็นแบบที่สี่
ในมหาธรรมสมาทานสูตร ทรงเริ่มจากคำถามว่า ทำไมสัตว์ส่วนมากอยากให้สิ่งไม่น่าปรารถนาลดลงและสิ่งน่าปรารถนาเพิ่มขึ้น แต่กลับเป็นตรงข้าม แล้วทรงอธิบายว่าเพราะไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ทรงแสดงทั้ง ๔ แบบด้วยการทำหรือเว้นอกุศลกรรมบถ ๑๐ พร้อมกับสุขหรือทุกข์ และจบด้วยอุปมา ๕ ข้อ ตั้งแต่น้ำเต้าขมผสมยาพิษจนถึงดวงอาทิตย์ในฤดูสารท
สัตว์ส่วนมากปรารถนาให้สิ่งไม่น่าปรารถนาเสื่อมไป สิ่งน่าปรารถนาเจริญขึ้น แต่กลับเป็นตรงข้าม เพราะปุถุชนไม่รู้จักธรรมที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ควรคบและไม่ควรคบ จึงเสพสิ่งที่ไม่ควรเสพ ส่วนอริยสาวกรู้จัก จึงเลือกได้ถูก
เมื่อชีวิตวนกลับมาที่ปัญหาเดิม เช่น เงินไม่พอหรือสุขภาพแย่ลง ให้ย้อนดูว่าเรากำลังทำอะไรซ้ำ ๆ ทุกวันที่พาไปทางนั้น
ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ได้แก่สมณพราหมณ์ที่เห็นว่ากามไม่มีโทษแล้วดื่มด่ำในกาม ในมหาธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่ทำอกุศลกรรมบถ ๑๐ อย่างมีสุขมีโสมนัส ทรงเปรียบเหมือนภาชนะเครื่องดื่มที่สี กลิ่น รสดี แต่ผสมยาพิษ คนที่ดื่มโดยไม่พิจารณาย่อมพอใจตอนดื่ม แต่ถึงตายหรือทุกข์ปางตาย
สิ่งที่ให้ความสุขทันทีแต่ต้องปิดบังหรือหาข้อแก้ตัว เช่น การพนัน การนอกใจ หรือการซื้อของเกินตัว มักอยู่ในช่องนี้ ถามตัวเองว่าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อผลของมันมาถึง
เมล็ดของเถามาลุวาตกลงที่โคนต้นสาละ เทวดาที่สิงต้นสาละหวาดกลัว เพื่อนเทวดามาปลอบว่าเมล็ดนั้นอาจถูกนกยูงกิน ถูกสัตว์กิน หรือถูกไฟป่าไหม้ แต่เมล็ดนั้นงอกขึ้นเป็นเถาอ่อน สัมผัสนุ่มสบาย เทวดาจึงคิดว่าเพื่อนกลัวไปเอง จนเถานั้นพันต้น ปกคลุมข้างบน แล้วทำลายลำต้นใหญ่ ทรงเปรียบกับผู้ที่เห็นว่ากามไม่มีโทษ
นิสัยที่อันตรายมักเริ่มจากสิ่งเล็กและรู้สึกสบาย เช่น เล่นมือถือก่อนนอนอีกนิด เมื่อคนใกล้ตัวเตือน อย่ารีบคิดว่าเขากังวลเกินเหตุ
ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ได้แก่นักบวชเปลือยที่ทรมานตนด้วยวัตรต่าง ๆ เช่น ถอนผมและหนวด นอนบนหนาม ในมหาธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่ทำอกุศลกรรมบถ ๑๐ ทั้งที่มีทุกข์มีโทมนัส ทรงเปรียบเหมือนน้ำเต้าขมผสมยาพิษ ไม่น่าดื่มทั้งสี กลิ่น รส ดื่มแล้วก็ถึงตายหรือทุกข์ปางตาย
ความลำบากไม่ได้แปลว่าถูกทาง การหักโหมจนป่วยเพื่อพิสูจน์ตัวเอง หรือทำสิ่งที่รู้ว่าผิดทั้งที่ไม่มีความสุข เป็นทุกข์สองชั้นที่ควรหยุดก่อนเรื่องอื่น
ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่มีราคะ โทสะ โมหะกล้าโดยปกติ ต้องเสวยทุกข์จนน้ำตานองหน้า แต่ยังประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ ในมหาธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่เว้นจากอกุศลกรรมบถ ๑๐ ทั้งที่ยังมีทุกข์มีโทมนัส ทรงเปรียบเหมือนยาน้ำมูตรเน่าผสมยาต่าง ๆ สำหรับคนเป็นโรคผอมเหลือง ไม่น่าดื่มทั้งสี กลิ่น รส แต่ผู้ที่พิจารณาแล้วดื่ม ย่อมมีสุข
วันที่ต้องฝืนใจไม่ตอบโต้คนที่ทำให้โกรธ หรือไม่ซื้อของที่อยากได้ ให้รู้ว่ากำลังดื่มยาขม มันยังเป็นทางที่ถูก แม้ตอนนี้จะไม่อร่อย
ในจูฬธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่ราคะ โทสะ โมหะไม่กล้า แล้วบรรลุฌานทั้งสี่ ในมหาธรรมสมาทานสูตร ได้แก่คนที่เว้นจากอกุศลกรรมบถ ๑๐ อย่างมีสุขมีโสมนัส ทรงเปรียบเหมือนยาที่ผสมนมส้ม น้ำผึ้ง เนยใส และน้ำอ้อย สำหรับคนเป็นโรคลงโลหิต ทั้งน่าดื่มและทำให้มีสุข และเหมือนดวงอาทิตย์ในฤดูสารทที่ขจัดความมืดในท้องฟ้า ธรรมสมาทานแบบนี้ย่อมรุ่งเรืองเหนือวาทะของสมณพราหมณ์อื่น ๆ
เป้าหมายไม่ใช่การฝืนทำดีไปตลอดชีวิต แต่ฝึกจนการทำดีกลายเป็นความสุข สังเกตความดีที่เราทำได้อย่างสบายใจแล้ว และขยายจากตรงนั้น
ในมหาธรรมสมาทานสูตร ทรงแสดงว่า ผู้ที่ไปแล้วในอวิชชา ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่าธรรมสมาทานแต่ละแบบเป็นอย่างไร ย่อมเสพสิ่งที่ควรเว้น สิ่งไม่น่าปรารถนาจึงเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ไปแล้วในวิชชา รู้ชัดตามความเป็นจริง ย่อมเสพและเว้นได้ถูก สิ่งน่าปรารถนาจึงเจริญขึ้น
ก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ เขียนสองช่องว่า ตอนทำจะรู้สึกอย่างไร และผลในอีกหนึ่งปีจะเป็นอย่างไร การมองให้เห็นทั้งสองช่องคือการฝึกรู้ชัดตามความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน
พระสูตรคู่นี้ให้ตารางง่าย ๆ สำหรับการตัดสินใจ ก่อนทำอะไรให้ถามสองข้อ คือ ตอนทำรู้สึกอย่างไร และผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ความรู้สึกตอนนี้ไม่ได้บอกผลภายหลังเสมอไป
บทเรียนสำคัญคือ ความลำบากไม่ใช่เครื่องหมายของความดีเสมอไป การทรมานตนเป็นทุกข์ทั้งตอนนี้และภายหลัง และความสุขก็ไม่ใช่ศัตรู แบบที่ดีที่สุดคือทำความดีได้อย่างมีความสุข ถ้าวันนี้การงดเว้นบางอย่างยังฝืนใจ ก็ยังเป็นทางที่ถูก และการฝึกจะค่อย ๆ ทำให้มันเบาลง
พระสูตรกล่าวถึงผลหลังความตาย คืออบายและสวรรค์ ผู้ที่ยังไม่ได้ปักใจเชื่อเรื่องนี้ก็ยังใช้หลักนี้ได้ในชีวิตนี้ เพราะผลของนิสัยและการกระทำหลายอย่างเห็นได้ภายในไม่กี่ปี
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
จิตนี้ผุดผ่อง แต่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่จรมา ปุถุชนไม่รู้ข้อนี้จึงไม่อบรมจิต อริยสาวกรู้จึงอบรมจิต และไม่มีสิ…
หลังภิกษุโกสัมพีไม่ยอมหยุดทะเลาะ พระพุทธเจ้าเสด็จไปพบพระอนุรุทธและสหาย ซึ่งเห็นแสงสว่างในสมาธิแล้วแสงนั้นหายไป…
วิภังค์ที่ ๕ รวบรวมสิ่งที่ทำหน้าที่เป็นใหญ่ในเรื่องของตนไว้ ๒๒ อย่าง ตั้งแต่ประสาทรับรู้ ความรู้สึกสุขทุกข์ ไป…
ผู้ฉลาดในธรรมย่อมนอบน้อมผู้ใหญ่ ได้รับการสรรเสริญในปัจจุบันและมีสุคติในภายหน้า เรื่องสามสหายใต้ต้นไทรที่หาว่าใ…