ฉันโนวาทสูตร: เพื่อนที่มาเยี่ยมและบอกว่า "เรายังอยากให้ท่านอยู่"
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ฉันโนวาทสูตร: เพื่อนที่มาเยี่ยมและบอกว่า "เรายังอยากให้ท่านอยู่"

ฉนฺโนวาทสุตฺตํ

พระสารีบุตรและพระมหาจุนทะไปเยี่ยมพระฉันนะผู้อาพาธหนักและเจ็บปวดมาก ท่านรับฟัง บอกว่ายังอยากให้เพื่อนมีชีวิตอยู่ เสนอหาอาหาร ยา และดูแลเอง แล้วชวนพิจารณาธรรมเรื่องความไม่ยึดมั่น

๗ ข้อ

ในฉันโนวาทสูตร มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พระฉันนะอาพาธหนักอยู่บนภูเขาคิชฌกูฏ พระสารีบุตรออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น ชวนพระมหาจุนทะไปเยี่ยมไข้ด้วยกัน เมื่อถามอาการ พระฉันนะตอบตามตรงว่าทนไม่ไหว ความเจ็บปวดมีแต่กำเริบ ไม่ทุเลาเลย และบอกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่

พระสารีบุตรไม่ได้ตำหนิหรือเทศนาใส่เพื่อน แต่ตอบว่า "ท่านฉันนะจงเป็นอยู่ก่อนเถิด พวกเรายังปรารถนาให้ท่านเป็นอยู่" และเสนอว่าถ้าขาดอาหารที่เหมาะ ขาดยา หรือขาดคนดูแล ท่านจะหามาให้และจะคอยดูแลเอง จากนั้นทั้งสองชวนพระฉันนะสนทนาธรรมเรื่องอายตนะว่าไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา และพระมหาจุนทะกล่าวโอวาทเรื่องผู้ไม่มีตัณหาและทิฐิอาศัยย่อมไม่หวั่นไหว

พระสูตรบันทึกว่าหลังจากทั้งสองกลับไปไม่นาน พระฉันนะได้จบชีวิตตนเอง อรรถกถาระบุว่าพระฉันนะรูปนี้เป็นคนละรูปกับนายฉันนะผู้ตามเสด็จเจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช

  1. ๑

    ไปเยี่ยมไข้ ไม่รอให้เขามาขอ เตนุปสงฺกมิสฺสาม คิลานปุจฺฉกา

    พระสารีบุตรออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น แล้วชวนพระมหาจุนทะว่า "มาเถิด เราจะไปหาท่านฉันนะ ไต่ถามถึงความไข้" ทั้งสองไปถึงที่อยู่ ทักทายกันแล้วจึงนั่งลงคุย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ารู้ว่าเพื่อนหรือญาติป่วยหนักหรือเก็บตัวไปนาน ให้เป็นฝ่ายไปหาหรือโทรหาก่อน คนที่ทุกข์หนักมักไม่มีแรงจะขอความช่วยเหลือเอง

  2. ๒

    ถามอาการตรง ๆ และฟังคำตอบตามจริง กจฺจิ เต อาวุโส ฉนฺน ขมนียํ

    พระสารีบุตรถามว่าพอทนได้ไหม ทุกขเวทนาทุเลาลงหรือไม่ พระฉันนะตอบตามตรงว่าทนไม่ไหว ความเจ็บปวดมีแต่กำเริบ แล้วเล่าความเจ็บปวดในหลายส่วนของร่างกายด้วยการเปรียบเทียบที่รุนแรง จนบอกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ พระสูตรบันทึกคำพูดเหล่านี้ไว้ครบ ไม่ได้ตัดทิ้ง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อถามว่า "เป็นยังไงบ้าง" แล้วอีกฝ่ายตอบว่าแย่มาก อย่ารีบปลอบว่า "เดี๋ยวก็ดีขึ้น" ให้ฟังจนจบก่อน การได้พูดความจริงออกมาโดยไม่ถูกขัดเป็นความช่วยเหลืออย่างหนึ่ง

  3. ๓

    บอกชัด ๆ ว่ายังอยากให้เขาอยู่ ยาเปนฺตํ มยํ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อิจฺฉาม

    เมื่อได้ยินว่าเพื่อนไม่อยากมีชีวิตอยู่ พระสารีบุตรตอบทันทีว่า "ท่านฉันนะจงเป็นอยู่ก่อนเถิด พวกเรายังปรารถนาให้ท่านฉันนะเป็นอยู่" และพูดประโยคนี้ซ้ำอีกครั้งในตอนท้าย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าคนใกล้ตัวพูดถึงการไม่อยากอยู่ ให้บอกเขาตรง ๆ ว่า "เราอยากให้เธออยู่ เธอสำคัญกับเรา" แล้วชวนกันหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ อย่าเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว

  4. ๔

    เสนอความช่วยเหลือที่จับต้องได้ อหํ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อุปฏฺฐหิสฺสามิ

    พระสารีบุตรเสนอว่า ถ้าท่านไม่มีอาหารที่เหมาะกับโรค ผมจะหามาให้ ถ้าไม่มียาที่เหมาะ ผมจะหามาให้ ถ้าไม่มีคนดูแลที่เหมาะ ผมจะคอยดูแลท่านเอง พระฉันนะตอบว่าท่านไม่ได้ขาดสิ่งเหล่านี้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    แทนการพูดกว้าง ๆ ว่า "มีอะไรให้ช่วยบอกนะ" ให้เสนอสิ่งที่ทำได้จริง เช่น "พรุ่งนี้เราพาไปหาหมอ" หรือ "เดี๋ยวเราเอากับข้าวไปให้"

  5. ๕

    ชวนพิจารณาว่าสิ่งทั้งหลายไม่ใช่ตัวตน เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตา

    พระสารีบุตรถามว่าท่านเห็นตา วิญญาณทางตา และสิ่งที่รู้ได้ทางตา ไปจนถึงใจ ว่าเป็นของเรา เป็นเรา เป็นตัวตนของเราหรือไม่ พระฉันนะตอบว่าเห็นว่าไม่ใช่ เพราะเห็นความดับไปของสิ่งเหล่านั้น ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในยามเจ็บป่วย ลองสังเกตว่าความปวดเกิดขึ้นและเปลี่ยนไปเป็นช่วง ๆ ไม่ใช่ก้อนเดียวที่คงที่ การเห็นเช่นนี้ไม่ได้แทนการรักษา แต่ช่วยให้ใจไม่จมไปกับความปวดทั้งหมด

  6. ๖

    ผู้ไม่มีสิ่งให้อิงอาศัยย่อมไม่หวั่นไหว นิสฺสิตสฺส จลิตํ อนิสฺสิตสฺส จลิตํ นตฺถิ

    พระมหาจุนทะเตือนให้ใส่ใจคำสอนของพระพุทธเจ้าเสมอว่า ผู้ที่ตัณหาและทิฐิอาศัยอยู่ย่อมหวั่นไหว ผู้ไม่มีสิ่งเหล่านั้นอาศัยย่อมไม่หวั่นไหว เมื่อไม่หวั่นไหวก็มีความสงบ เมื่อสงบก็ไม่มีความน้อมไปสู่ภพ ไม่มีการมาการไป นี่คือที่สุดแห่งทุกข์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาใจถูกดึงไปมาด้วยความอยากหรือความเชื่อที่ยึดไว้แน่น ให้สังเกตว่าสิ่งใดที่ใจกำลังเกาะอยู่ การคลายการเกาะทีละน้อยทำให้ใจมั่นคงขึ้น

  7. ๗

    ตอนจบของพระสูตรและคำอธิบายของอรรถกถา ฉนฺโนวาทสุตฺตํ

    พระสูตรบันทึกว่าพระฉันนะจบชีวิตตนเองหลังจากทั้งสองกลับไปไม่นาน เมื่อพระสารีบุตรทูลถามถึงคติของท่าน พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่ควรถูกติเตียนในความหมายนี้คือผู้ที่ทิ้งกายนี้แล้วถือเอากายใหม่ และพระฉันนะไม่เป็นเช่นนั้น อรรถกถาอธิบายว่าคำนี้หมายถึงท่านไม่เกิดอีก และตีความว่าท่านบรรลุความหลุดพ้นในช่วงสุดท้าย นี่เป็นคำอธิบายของอรรถกถา ไม่ใช่ตัวพระสูตร ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เรื่องนี้เป็นกรณีเฉพาะในคัมภีร์ ไม่ได้บอกว่าการจบชีวิตเป็นทางออก สิ่งที่นำมาใช้ได้คือท่าทีของพระสารีบุตร: ไปหา ฟัง บอกว่ายังอยากให้อยู่ และช่วยจริง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หัวใจของพระสูตรนี้สำหรับคนทั่วไปคือวิธีที่พระสารีบุตรดูแลเพื่อนที่เจ็บปวดจนไม่อยากอยู่ ท่านไปหาเอง ถามตรง ๆ รับฟังโดยไม่ตัดบท บอกชัดว่าเรายังอยากให้เขาอยู่ และเสนอความช่วยเหลือที่จับต้องได้ สี่ข้อนี้ยังใช้ได้เต็มที่ในวันนี้ การถามคนที่กำลังทุกข์หนักว่า "คิดจะทำร้ายตัวเองไหม" ไม่ได้ทำให้เขาคิดมากขึ้น แต่เปิดทางให้เขาได้พูด

เรื่องในตอนจบเป็นกรณีเฉพาะที่พระสูตรบันทึกไว้ ไม่ใช่แบบอย่างให้ปฏิบัติตาม พระวินัยเองก็มีข้อห้ามภิกษุทำร้ายชีวิตตนเอง ความเจ็บปวดทางกายที่รุนแรงในปัจจุบันมีการแพทย์ประคับประคองที่ช่วยบรรเทาได้มาก ควรปรึกษาแพทย์ให้เต็มที่

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีความคิดอยากจบชีวิต โปรดบอกคนที่ไว้ใจ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ (เบอร์ในประเทศไทย หากอยู่ต่างประเทศให้ติดต่อสายด่วนในประเทศที่อยู่)

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

สัปปุริสสูตร: พูดถึงโทษและคุณของใคร และใจเหมือนสะใภ้มาใหม่

สปฺปุริสสุตฺตํ

คนดีไม่รีบเปิดโทษของผู้อื่น แต่พูดถึงความดีของผู้อื่นเต็มที่ ยอมรับโทษของตนตรง ๆ และไม่โอ้อวดความดีของตน ส่วนค…

จี้ หลอน และซ่อนของเพื่อน: เมื่อเรื่องขำของคนหนึ่งเป็นน้ำตาของอีกคน

อนฺตมโส หสฺสาเปกฺโขปิ

พระฉัพพัคคีย์จี้ภิกษุพวกสัตตรสวัคคีย์ให้หัวเราะจนเหนื่อยหายใจไม่ทันและถึงมรณภาพ หลอนเพื่อนภิกษุจนร้องไห้ และซ่…

ปวารณาในทางปฏิบัติ: เปิดรับคำเตือนโดยมีกติกาที่เป็นธรรม

ปวาเรมิ ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา

เมื่อออกพรรษาภิกษุปวารณา คือเปิดโอกาสให้เพื่อนภิกษุว่ากล่าวตน ปวารณาขันธกะวางรายละเอียดว่าทำได้แม้มีรูปเดียว ต…

โอมสวาท: คำเสียดแทงสิบแบบ และคำชมที่ใช้เป็นคำด่า

โอมสวาเท ปาจิตฺติยํ

พระฉัพพัคคีย์ทะเลาะแล้วด่าเพื่อนภิกษุด้วยกำเนิด ชื่อ ตระกูล งาน โรค รูปร่าง ไปจนถึงคำหยาบ วิภังค์ของสิกขาบทนี้…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้