เทวธาวิตักกสูตร: คิดสิ่งใดบ่อย ใจก็น้อมไปทางนั้น
การฝึกจิต

เทวธาวิตักกสูตร: คิดสิ่งใดบ่อย ใจก็น้อมไปทางนั้น

เทฺวธาวิตกฺกสุตฺตํ

สมัยเป็นพระโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้าทรงแยกความคิดเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายกาม พยาบาท เบียดเบียน กับฝ่ายออกจากกาม ไม่พยาบาท ไม่เบียดเบียน แล้วทรงค้นพบว่าคิดสิ่งใดบ่อย ใจก็จะน้อมไปทางนั้น พร้อมอุปมาคนเลี้ยงโคและฝูงเนื้อ

๘ ข้อ

ในเทวธาวิตักกสูตร มัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่า ก่อนตรัสรู้ทรงคิดว่าควรแยกความคิดออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือกามวิตก พยาบาทวิตก และวิหิงสาวิตก อีกส่วนหนึ่งคือเนกขัมมวิตก อัพยาบาทวิตก และอวิหิงสาวิตก

เมื่อความคิดฝ่ายอกุศลเกิดขึ้น พระองค์ทรงรู้ชัดว่ามันเกิดขึ้น และพิจารณาว่ามันเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตน ผู้อื่น และทั้งสองฝ่าย ทำให้ปัญญาดับ ก่อความคับแค้น ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน เมื่อพิจารณาเช่นนั้น มันก็ดับไป แล้วตรัสหลักสำคัญว่า ภิกษุตรึกตรองถึงสิ่งใดมาก ใจก็น้อมไปทางนั้น พร้อมอุปมาคนเลี้ยงโคสองฤดู

จากนั้นทรงเล่าการบรรลุฌาน ๔ และวิชชา ๓ และจบด้วยอุปมาฝูงเนื้อที่มีคนหนึ่งปิดทางปลอดภัย อีกคนหนึ่งเปิดทางปลอดภัยให้

  1. ๑

    แยกความคิดเป็นสองฝ่าย เทฺวธา กตฺวา เทฺวธา กตฺวา วิตกฺเก วิหเรยฺยํ

    พระโพธิสัตว์แยกกามวิตก พยาบาทวิตก และวิหิงสาวิตกไว้ฝ่ายหนึ่ง แยกเนกขัมมวิตก อัพยาบาทวิตก และอวิหิงสาวิตกไว้อีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อจะรู้ได้ทันทีว่าความคิดที่เกิดขึ้นอยู่ฝ่ายไหน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อสังเกตความคิดระหว่างวัน ลองติดป้ายสั้น ๆ ในใจว่า "ฝ่ายอยาก ฝ่ายโกรธ ฝ่ายทำร้าย" หรือ "ฝ่ายพอ ฝ่ายเมตตา ฝ่ายเกื้อกูล"

  2. ๒

    รู้ทัน แล้วมองโทษของมัน ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพานสํวตฺตนิโก

    เมื่อความคิดฝ่ายอกุศลเกิดขึ้น พระโพธิสัตว์รู้ชัดว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และพิจารณาว่ามันเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตน เบียดเบียนผู้อื่น เบียดเบียนทั้งสองฝ่าย ทำให้ปัญญาดับ ก่อความคับแค้น ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน เมื่อพิจารณาเห็นอย่างนี้ ความคิดนั้นก็ดับไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อกำลังจะพิมพ์ข้อความด้วยความโกรธ ถามตัวเองว่าข้อความนี้จะทำร้ายใคร เราหรือเขาหรือทั้งคู่ คำถามเดียวมักทำให้มือหยุดได้

  3. ๓

    คิดสิ่งใดบ่อย ใจก็น้อมไปทางนั้น ยญฺญเทว ภิกฺขุ พหุลมนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ ตถา ตถา นติ โหติ เจตโส

    ถ้าภิกษุตรึกตรองถึงกามวิตกมาก ก็ละทิ้งเนกขัมมวิตก ใจก็น้อมไปทางกามวิตก ความคิดเรื่องพยาบาทและการเบียดเบียนก็เช่นกัน ในทางกลับกัน ถ้าตรึกตรองถึงเนกขัมมวิตก อัพยาบาทวิตก และอวิหิงสาวิตกมาก ก็จะละฝ่ายตรงข้ามได้ ใจก็น้อมไปทางนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สิ่งที่เราอ่าน ดู และคุยทุกวันคือสิ่งที่เรากำลังฝึกใจให้เป็น ลองเปลี่ยนเนื้อหาที่เสพเพียงหนึ่งอย่าง แล้วสังเกตใจตัวเองสักเดือน

  4. ๔

    คนเลี้ยงโคในฤดูข้าวกล้า สรทสมเย กิฏฺฐสมฺพาเธ

    ในสรทสมัย เดือนท้ายแห่งปี ในที่ที่คับคั่งด้วยข้าวกล้า คนเลี้ยงโคต้องคอยตี ต้อน กั้น และห้ามโคไม่ให้เข้าไปกินข้าว เพราะเห็นว่าหากโคเข้าไป ตนอาจถูกฆ่า ถูกจองจำ เสียทรัพย์ หรือถูกติเตียน พระโพธิสัตว์ก็เห็นโทษของอกุศลธรรม และเห็นอานิสงส์ของการออกจากกามเช่นกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ช่วงที่ใจเปราะบาง เช่น เหนื่อยจัดหรือเพิ่งผิดหวัง ให้เฝ้าความคิดใกล้ชิดเหมือนคนเลี้ยงโคข้างนาข้าว เพราะความคิดเล็ก ๆ ช่วงนี้สร้างความเสียหายได้มาก

  5. ๕

    แม้ความคิดดี ก็อย่าคิดนานจนเหนื่อย อติจิรํ อนุวิตกฺกยโต อนุวิจารยโต กาโย กิลเมยฺย

    พระโพธิสัตว์ไม่เห็นภัยใดจากความคิดฝ่ายกุศล แม้จะคิดตลอดคืนหรือตลอดวัน แต่เมื่อคิดนานเกินไป กายก็เหนื่อย เมื่อกายเหนื่อย จิตก็ฟุ้งซ่าน เมื่อจิตฟุ้งซ่าน จิตก็ห่างจากสมาธิ พระองค์จึงดำรงจิตไว้ภายใน ทำให้สงบ ทำให้เป็นสมาธิ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    แม้กำลังวางแผนเรื่องดี ๆ หรือคิดทบทวนธรรมะ เมื่อเริ่มล้า ให้หยุดคิดแล้วพักใจกับลมหายใจสักครู่

  6. ๖

    คนเลี้ยงโคในฤดูร้อน สติกรณียเมว โหติ เอตา คาโวติ

    ในเดือนท้ายฤดูร้อน ซึ่งฉบับบาลีระบุว่าเป็นช่วงที่เก็บข้าวเข้าบ้านแล้ว คนเลี้ยงโคไม่ต้องคอยต้อนโคอีก เพียงนั่งใต้ต้นไม้หรือที่แจ้ง แล้วระลึกอยู่ว่านั่นฝูงโค เมื่อใจอยู่ฝ่ายกุศลแล้ว ก็เพียงมีสติรู้ว่านี่คือธรรม ไม่ต้องบังคับ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อใจอยู่ในสภาพดีแล้ว ไม่ต้องควบคุมความคิดเข้มงวด แค่รู้ตัวอยู่เบา ๆ ก็พอ การบังคับตลอดเวลาทำให้เหนื่อยโดยไม่จำเป็น

  7. ๗

    ฝูงเนื้อกับทางสองสาย โอกจโรติ นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจนํ

    ฝูงเนื้ออาศัยบึงใหญ่ในป่า คนหนึ่งหวังร้ายปิดทางที่ปลอดภัย เปิดทางที่ไม่ปลอดภัย วางเนื้อต่อตัวผู้และตัวเมียไว้ ฝูงเนื้อจึงล้มตาย อีกคนหนึ่งหวังดีเปิดทางปลอดภัย ปิดทางอันตราย กำจัดเนื้อต่อ ฝูงเนื้อจึงเจริญขึ้น บึงคือกามคุณ ฝูงเนื้อคือหมู่สัตว์ คนหวังร้ายคือมาร ทางไม่ปลอดภัยคือทางผิดมีองค์ ๘ เนื้อต่อตัวผู้คือนันทิราคะ ตัวเมียคืออวิชชา คนหวังดีคือพระตถาคต และทางปลอดภัยคืออริยมรรคมีองค์ ๘

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตเหยื่อล่อในชีวิตที่มาในรูปความเพลิดเพลิน เช่น การแจ้งเตือนหรือโปรโมชัน ความเพลินคือเนื้อต่อ ส่วนความไม่รู้เท่าทันคือตัวที่ทำให้เราเดินตามไป

  8. ๘

    ทางเปิดแล้ว ที่เหลือคือเดิน ฌายถ ภิกฺขเว มา ปมาทตฺถ

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า สิ่งที่ศาสดาผู้หวังประโยชน์และอนุเคราะห์จะทำให้สาวก พระองค์ทำแล้ว นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง จงเพ่งพินิจ อย่าประมาท อย่าต้องเดือดร้อนใจในภายหลัง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    คำสอนที่ดีมีอยู่รอบตัวแล้ว สิ่งที่ขาดคือการลงมือ วันนี้ลองจัดเวลาสั้น ๆ ในที่เงียบเพื่อนั่งดูความคิดของตัวเอง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ประโยค "คิดสิ่งใดบ่อย ใจก็น้อมไปทางนั้น" ตรงกับประสบการณ์ของคนยุคนี้มาก ใครที่เลื่อนดูข่าวร้ายหรือคิดวนเรื่องความไม่พอใจทุกคืน จะพบว่าใจกลายเป็นใจที่หงุดหงิดง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ในทางกลับกัน การนึกถึงความเมตตาและความพอดีบ่อย ๆ ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนนิสัยใจได้เช่นกัน

พระสูตรนี้ไม่ได้สอนให้กดความคิด แต่สอนให้รู้ว่ามันเกิด แล้วมองผลของมันตามจริง ความคิดที่ถูกมองเห็นโทษชัดเจนมักคลายลงเอง และแม้ความคิดดีก็ไม่ควรคิดนานจนเหนื่อย ให้พักใจไว้ในความสงบบ้าง

สำหรับบางคน ความคิดที่วนซ้ำอาจรุนแรงจนควบคุมไม่ได้หรือทำให้ทุกข์มาก ในกรณีเช่นนั้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตควบคู่กับการฝึกใจ

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ขนาดที่ทรงกำหนด: กล่องเข็ม เตียงตั่ง ผ้านั่ง และจีวรที่ไม่เท่าของพระศาสดา

อาสยโต ภิกฺขเว โมฆปุริโส เวทิตพฺโพ

สิกขาบทท้ายรตนวรรคกำหนดของใช้ของภิกษุไม่ให้เกินประมาณ ตั้งแต่กล่องเข็มที่ทำให้ช่างงาไม่มีเวลาทำมาหากิน เตียงสู…

อุรุเวลกัสสปะ: ชฎิลผู้คิดว่าตนเป็นพระอรหันต์

น เตฺวว จ โข อรหา ยถา อหนฺติ

ชฎิลบูชาไฟผู้เป็นหัวหน้าศิษย์ห้าร้อยเห็นฤทธิ์ของพระพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังคิดทุกครั้งว่า "แต่ก็ไม่…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้