คัททูลสูตร: สุนัขที่ถูกล่ามวิ่งวนรอบเสา
การฝึกจิต

คัททูลสูตร: สุนัขที่ถูกล่ามวิ่งวนรอบเสา

คทฺทุลสุตฺตํ

ผู้ที่เห็นขันธ์ ๕ เป็นตัวตนเหมือนสุนัขถูกล่ามที่วิ่งวนอยู่รอบเสาไม่ไปไหน และคำสอนให้พิจารณาจิตของตนเนือง ๆ เพราะสัตว์เศร้าหมองเพราะจิตเศร้าหมอง บริสุทธิ์เพราะจิตผ่องแผ้ว

๗ ข้อ

คัททูลสูตรในขันธสังยุต สังยุตตนิกาย มีสองสูตรต่อกัน ทั้งสองเริ่มด้วยคำว่า สังสารวัฏนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นไม่ได้ สำหรับสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้นและมีตัณหาเป็นเครื่องผูก

สูตรแรกเปรียบปุถุชนผู้เห็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ว่าเป็นตน กับสุนัขที่ถูกผูกเชือกล่ามไว้กับหลักหรือเสาที่มั่นคง มันวิ่งวนอยู่รอบหลักนั้นเอง จึงไม่พ้นจากขันธ์ และไม่พ้นจากทุกข์ ส่วนอริยสาวกไม่เห็นอย่างนั้น จึงไม่วิ่งวน และพ้นจากทุกข์

สูตรที่สองต่อภาพเดิมว่า สุนัขจะเดิน ยืน นั่ง หรือนอน ก็อยู่ใกล้เสานั้น แล้วทรงสอนให้พิจารณาจิตของตนเนือง ๆ ว่าจิตนี้เศร้าหมองด้วยราคะ โทสะ โมหะ มานาน ทรงยกภาพวาดที่นำออกแสดง สัตว์ดิรัจฉานหลากชนิด และช่างเขียนที่วาดรูปคน มาชี้ว่าจิตวิจิตรยิ่งกว่าสิ่งเหล่านั้น

  1. ๑

    สังสารวัฏหาเบื้องต้นไม่พบ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร

    ตรัสว่า ถึงมหาสมุทรยังมีวันเหือดแห้ง ภูเขาสิเนรุและแผ่นดินใหญ่ยังมีวันถูกไฟไหม้พินาศ แต่สัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ยังท่องเที่ยวไปมา ก็ยังทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อปัญหาเดิมวนกลับมาซ้ำ ๆ ในชีวิต แทนที่จะรอให้โลกภายนอกเปลี่ยน ลองมองหาความไม่รู้และความอยากที่ยังผูกเราไว้

  2. ๒

    สุนัขวิ่งวนรอบหลัก ตเมว ขีลํ วา ถมฺภํ วา อนุปริธาวติ

    สุนัขถูกผูกเชือกล่ามไว้กับหลักหรือเสาที่มั่นคง มันวิ่งวนรอบหลักนั้นเอง ปุถุชนผู้เห็นขันธ์แต่ละข้อเป็นตน เห็นตนมีขันธ์ เห็นขันธ์ในตน หรือเห็นตนในขันธ์ ก็วิ่งวนอยู่รอบขันธ์ ไม่พ้นจากเกิด แก่ ตาย โศก และทุกข์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตเวลาที่ความคิดวนรอบคำถามว่า "คนอื่นมองฉันยังไง" นั่นคือการวิ่งรอบเสา ลองหยุดแล้วหายใจ แทนการวิ่งต่ออีกรอบ

  3. ๓

    ไม่วิ่งวนจึงพ้น อริยสาวโก

    อริยสาวกผู้ได้เห็นพระอริยะ ฉลาดและได้รับการแนะนำดีแล้วในอริยธรรม ไม่เห็นขันธ์ทั้งห้าโดยความเป็นตน จึงไม่แล่นวนเวียนรอบรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และพ้นจากทุกข์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    หาครูหรือกัลยาณมิตรที่ช่วยชี้ให้เห็นความคิดวนของเรา การได้คนดีคอยแนะนำเป็นเงื่อนไขที่พระสูตรกล่าวถึงโดยตรง

  4. ๔

    เดิน ยืน นั่ง นอน ก็อยู่ใกล้เสา เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตา

    ในสูตรที่สอง สุนัขที่ถูกล่ามจะเดิน ยืน นั่ง หรือนอน ก็อยู่ใกล้หลักนั้น ปุถุชนผู้เห็นขันธ์ว่า "นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา" ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด ก็อยู่ใกล้อุปาทานขันธ์ ๕ นั้นเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ไปเที่ยวไกลแค่ไหน เปลี่ยนงานกี่ครั้ง ถ้ายังยึดภาพตัวเองแบบเดิม ความทุกข์แบบเดิมก็ตามไปด้วย ลองดูเชือกก่อนจะย้ายที่

  5. ๕

    พิจารณาจิตของตนเนือง ๆ อภิกฺขณํ สกํ จิตฺตํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ

    ทรงสอนให้พิจารณาจิตของตนอยู่เสมอว่า จิตนี้เศร้าหมองแล้วด้วยราคะ โทสะ โมหะ มาเป็นเวลานาน สัตว์ทั้งหลายเศร้าหมองเพราะจิตเศร้าหมอง และบริสุทธิ์เพราะจิตผ่องแผ้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนนอน ถามตัวเองสั้น ๆ ว่าวันนี้ใจถูกความอยาก ความขุ่นเคือง หรือความหลงพาไปตอนไหนบ้าง ไม่ต้องตำหนิ แค่เห็นให้ชัด

  6. ๖

    จิตวิจิตรกว่าภาพวาด จรณํ นาม จิตฺตํ

    ทรงถามภิกษุว่าเคยเห็นภาพวาดที่นำออกแสดงหรือไม่ แล้วตรัสว่าภาพนั้นก็คิดขึ้นด้วยจิต จิตจึงวิจิตรยิ่งกว่าภาพนั้น ตรัสทำนองเดียวกันถึงสัตว์ดิรัจฉานที่มีรูปร่างหลากหลายยิ่งกว่าหมู่สัตว์ใด ๆ ว่าจิตก็วิจิตรยิ่งกว่าสัตว์เหล่านั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาเห็นภาพหรือคลิปที่ดูน่าทึ่ง ให้นึกว่าใจเราสร้างภาพที่ซับซ้อนกว่านั้นได้ทุกวัน ทั้งภาพที่ทำให้กลัวและภาพที่ทำให้อยาก

  7. ๗

    ช่างเขียนวาดรูปคน รชโก วา จิตฺตการโก วา

    ช่างย้อมหรือช่างเขียนที่มีสีย้อม ครั่ง ขมิ้น สีเขียว หรือสีแดง วาดรูปหญิงหรือชายครบทุกส่วนลงบนแผ่นกระดาน ฝา หรือผืนผ้าได้ฉันใด ปุถุชนเมื่อจะให้เกิด ก็ให้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เกิดขึ้นฉันนั้น แล้วทรงถามต่อว่าขันธ์เหล่านี้เที่ยงหรือไม่เที่ยง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อสร้างภาพในหัวว่าอนาคตจะแย่ หรือคนนั้นเป็นคนแบบนั้น ให้รู้ว่ากำลังเป็นช่างเขียนอยู่ แล้ววางพู่กันลงสักครู่

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ภาพสุนัขวิ่งวนรอบเสาตรงกับประสบการณ์ที่หลายคนรู้จัก คือคิดวนเรื่องเดิม ๆ เกี่ยวกับตัวเอง เช่น ภาพลักษณ์ ความสำเร็จ หรือความผิดพลาดในอดีต ยิ่งวิ่งก็ยิ่งพันเชือกแน่น เชือกในพระสูตรคือการเห็นขันธ์ว่าเป็น "ของเรา เป็นเรา เป็นตัวตนของเรา"

คำสอนเรื่องจิตเศร้าหมองไม่ได้ชวนให้ตำหนิตัวเอง แต่ชวนให้ยอมรับตรง ๆ ว่าราคะ โทสะ โมหะ อยู่กับใจมานานแล้ว การเห็นอย่างนั้นเป็นจุดเริ่มของการทำให้ใจผ่องแผ้ว เพราะความบริสุทธิ์ก็เกิดที่ใจเช่นกัน

พระสูตรนี้ต่างจากเผณปิณฑูปมสูตร ซึ่งเน้นว่าขันธ์ไม่มีแก่น ส่วนคัททูลสูตรเน้นพฤติกรรมของใจที่วนเวียนผูกติดกับขันธ์ และบทบาทของจิตในการสร้างโลกของตน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

วินีตวัตถุเรื่องลักทรัพย์: ทรงถามว่าคิดอย่างไร ก่อนตัดสิน

กึจิตฺโต ตฺวํ

เรื่องตัดสินจริงในสิกขาบทห้ามลักทรัพย์ พระพุทธเจ้าทรงถามภิกษุแต่ละรูปว่ามีจิตอย่างไร การเก็บของไว้คืนเจ้าของ ก…

สุเมธาเถรี: เจ้าหญิงผู้ใช้เหตุผลขอเลือกทางของตน

สุเมธาเถรีคาถา

เจ้าหญิงสุเมธาถูกหมั้นหมายกับพระราชา แต่ปรารถนาจะบวช นางอธิบายเหตุผลแก่พระชนกชนนีและพระราชาคู่หมั้นอย่างละเอีย…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้