อัฏฐกนาครสูตร: ประตูอมตะ ๑๑ ประตู
อฏฺฐกนาครสุตฺตํทสมคฤหบดีถามพระอานนท์ถึงธรรมอันหนึ่งที่ทำให้หลุดพ้น พระอานนท์แสดงไว้ ๑๑ ทาง คือ ฌาน ๔ พรหมวิหาร ๔ และอรูปสมาบั…
โฆฏมุขสุตฺตํ
โฆฏมุขพราหมณ์เห็นว่าการบวชที่ชอบธรรมไม่มี พระอุเทนไม่โต้แย้งตรง ๆ แต่ตั้งกติกาการสนทนา แล้วถามให้พราหมณ์ตอบเอง จนพราหมณ์เปลี่ยนความเห็น ขอถึงสรณะ และสร้างโรงเลี้ยงถวายสงฆ์
ในโฆฏมุขสูตร มัชฌิมนิกาย ท่านพระอุเทนอยู่ที่เขมิยอัมพวัน ใกล้เมืองพาราณสี โฆฏมุขพราหมณ์เดินเล่นเข้ามา เดินตามท่านที่กำลังจงกรม แล้วกล่าวว่าการบวชที่ชอบธรรมไม่มี
พระอุเทนไม่ตอบในทันที แต่เดินเข้าวิหารไปนั่ง พราหมณ์ตามเข้าไปยืนรอจนได้รับเชิญให้นั่ง พระอุเทนตั้งกติกาว่า ถ้าจะสนทนากัน ให้ยอมรับในสิ่งที่ควรยอมรับ คัดค้านในสิ่งที่ควรคัดค้าน และถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจ
ท่านถามเรื่องบุคคล ๔ จำพวก และถามว่าคนที่ไม่ทำตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนพบได้มากในกลุ่มไหน พราหมณ์ตอบเองว่าในหมู่ผู้ที่ละทรัพย์สมบัติออกบวช แล้วยอมรับว่าการบวชที่ชอบธรรมมีจริง พระอุเทนจึงอธิบายบุคคล ๔ จำพวกโดยละเอียด พราหมณ์ขอถึงสรณะ พระอุเทนบอกให้ถึงพระผู้มีพระภาคเป็นสรณะแทน แต่พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พราหมณ์จึงถึงพระพุทธเจ้าแม้ปรินิพพานแล้ว พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ
โฆฏมุขพราหมณ์เดินตามพระอุเทนที่กำลังจงกรม แล้วกล่าวว่าการบวชที่ชอบธรรมไม่มี เพราะเขาไม่เห็นว่าคนอย่างพระอุเทนจะเห็นธรรมในเรื่องนี้ พระอุเทนไม่ได้โต้ตอบกลางทาง แต่เดินเข้าวิหารไปนั่งก่อน
เมื่อมีคนพูดท้าทายความเชื่อของเรากลางทาง ไม่จำเป็นต้องโต้ทันที หาที่และเวลาที่นั่งคุยกันได้ดีกว่า
พราหมณ์ยืนรอจนได้รับเชิญจึงนั่ง พระอุเทนบอกว่าถ้าท่านยอมรับสิ่งที่ควรยอมรับ คัดค้านสิ่งที่ควรคัดค้าน และเมื่อไม่เข้าใจคำใดก็ถามว่าคำนี้หมายความว่าอย่างไร การสนทนาก็เกิดขึ้นได้ พราหมณ์ตกลงตามนั้น
ก่อนคุยเรื่องที่เห็นต่าง ลองตกลงกันก่อนว่าจะฟังกันจนจบ ยอมรับจุดที่อีกฝ่ายพูดถูก และถามเมื่อไม่เข้าใจ แทนการเดาเอาเอง
พระอุเทนยกบุคคล ๔ จำพวก คือ ผู้ทำตนให้เดือดร้อน ผู้ทำผู้อื่นให้เดือดร้อน ผู้ทำทั้งสองฝ่ายให้เดือดร้อน และผู้ไม่ทำใครให้เดือดร้อน ซึ่งอยู่อย่างเย็นและเป็นสุขในปัจจุบัน แล้วถามว่าพราหมณ์พอใจแบบไหน พราหมณ์ตอบว่าพอใจแบบที่สี่ เพราะคนเราทุกคนรักสุขเกลียดทุกข์
ใช้สี่แบบนี้ตรวจการตัดสินใจครั้งสำคัญ ว่าทางเลือกนั้นทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง ทั้งตัวเราและคนรอบข้าง
พระอุเทนถามต่อว่า มีคนสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งกำหนัดยินดีในแก้วมณีและต่างหู แสวงหาบุตรภรรยา ทาส ที่ดิน ทองและเงิน อีกกลุ่มละสิ่งเหล่านั้นออกบวช คนแบบที่สี่พบมากในกลุ่มไหน พราหมณ์ตอบว่าในกลุ่มที่ออกบวช พระอุเทนจึงทวนคำเดิมของพราหมณ์ และพราหมณ์ก็ยอมรับเองว่าการบวชที่ชอบธรรมมีจริง
แทนการบอกคนอื่นว่าเขาผิด ลองถามคำถามที่ช่วยให้เขาเห็นเองจากประสบการณ์ของเขา
เมื่อฟังพระอุเทนอธิบายโดยละเอียดแล้ว พราหมณ์ขอถึงพระอุเทนเป็นสรณะ ท่านห้ามไว้ และบอกให้ถึงพระผู้มีพระภาคที่ท่านถึงเป็นสรณะ พราหมณ์ถามว่าพระองค์อยู่ที่ไหน จะไปเฝ้าแม้ไกลร้อยโยชน์ เมื่อรู้ว่าปรินิพพานแล้ว จึงขอถึงพระพุทธเจ้าแม้ปรินิพพานแล้ว พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ
เมื่อมีคนชื่นชมว่าเราช่วยเขาได้มาก ให้ชี้ไปยังความรู้หรือครูที่เราได้เรียนมา แทนการรับไว้เป็นของตัวคนเดียว
พราหมณ์จะถวายส่วนหนึ่งจากเบี้ยเลี้ยงวันละ ๕๐๐ กหาปณะที่พระเจ้าอังคะพระราชทาน พระอุเทนบอกว่าการรับทองและเงินไม่สมควรแก่ภิกษุ พราหมณ์จึงจะสร้างวิหารถวาย พระอุเทนแนะให้สร้างโรงเลี้ยงถวายสงฆ์ที่เมืองปาตลีบุตรแทน โรงเลี้ยงนั้นภายหลังเรียกว่าโฆฏมุขี
เมื่อมีคนอยากตอบแทนเรา ลองชวนให้เขานำน้ำใจนั้นไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับคนจำนวนมาก
เรื่องนี้เป็นแบบอย่างของการคุยกับคนที่เห็นต่าง พระอุเทนไม่ได้เถียงกลับ ไม่ได้ดูถูกความเห็นของพราหมณ์ แต่ตกลงกติกาให้ชัดก่อน แล้วถามคำถามที่ให้อีกฝ่ายคิดและตอบเอง ความเห็นที่เปลี่ยนเพราะเห็นเองย่อมมั่นคงกว่าความเห็นที่ถูกบังคับให้เปลี่ยน
อีกเรื่องที่น่าสังเกตคือความถ่อมตนของพระอุเทน เมื่อพราหมณ์ขอถึงท่านเป็นสรณะ ท่านไม่รับไว้เอง แต่ชี้ไปที่พระพุทธเจ้า และเมื่อพราหมณ์จะถวายเงิน ท่านก็ชวนให้ใช้เงินนั้นสร้างประโยชน์แก่สงฆ์ส่วนรวม
ข้อที่พระไม่รับทองและเงินเป็นวินัยของพระภิกษุ ส่วนผู้ครองเรือนนำหลักการสนทนาและการไม่ยึดความดีไว้กับตัวไปใช้ได้
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ทสมคฤหบดีถามพระอานนท์ถึงธรรมอันหนึ่งที่ทำให้หลุดพ้น พระอานนท์แสดงไว้ ๑๑ ทาง คือ ฌาน ๔ พรหมวิหาร ๔ และอรูปสมาบั…
เกสีผู้ฝึกม้าฝึกม้าด้วยวิธีละม่อม รุนแรง หรือทั้งสองอย่าง พระพุทธเจ้าก็ทรงฝึกคนเช่นนั้น — แต่คำว่า "ฆ่า" คนที่…
พระเจ้าสุตโสมถูกโปริสาทจับตัวไป จึงขอกลับไปฟังคาถาจากพราหมณ์ตามที่สัญญาไว้ แล้วกลับมาตามคำพูด ความสัตย์และคาถา…
ปฏิสัมภิทามรรคอธิบายสติปัฏฐาน ๔ ว่า คือการดูกาย เวทนา จิต และธรรม ว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา จนเบื่อหน่…