อิติวุตตกะ: ถ้ารู้ผลของการให้ จะไม่กินคนเดียว
ใช้ในชีวิตประจำวัน

อิติวุตตกะ: ถ้ารู้ผลของการให้ จะไม่กินคนเดียว

ทานสํวิภาคสฺส วิปากํ

ถ้าคนทั้งหลายรู้ผลของการให้และการแบ่งปันอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงรู้ แม้คำข้าวคำสุดท้ายก็จะแบ่งก่อนกิน — และ "อย่ากลัวบุญเลย เพราะบุญเป็นชื่อของความสุข"

๗ ข้อ

อิติวุตตกะ เป็นคัมภีร์หนึ่งในขุททกนิกาย รวบรวมพระสูตรสั้น ๆ ที่ขึ้นต้นว่า "พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว" คือคำที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ ตามอรรถกถา ผู้จดจำคำสอนชุดนี้คือนางขุชชุตตรา หญิงรับใช้ของพระนางสามาวดีที่เมืองโกสัมพี ซึ่งฟังธรรมแล้วนำมาเล่าต่อ

ในวรรคที่ ๓ ของเอกนิบาต มีสองสูตรที่ว่าด้วยการให้โดยตรง ในทานสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าสัตว์ทั้งหลายรู้ผลของการให้และการแบ่งปันเหมือนที่พระองค์ทรงรู้ ก็จะไม่กินโดยไม่ได้ให้ก่อน ความตระหนี่ก็จะไม่ครอบงำใจ แม้คำข้าวคำสุดท้ายก็จะแบ่งให้ ถ้ามีผู้รับ

ส่วนปุญญสูตรตรัสว่า "อย่ากลัวบุญเลย" เพราะบุญเป็นชื่อของความสุข แล้วทรงเล่าว่าความยิ่งใหญ่ในอดีตชาติของพระองค์เกิดจากกรรมสามอย่าง คือ ทาน ทมะ (การฝึกตน) และสัญญมะ (การสำรวม) คาถาท้ายสูตรสรุปว่าให้เจริญทาน ความประพฤติสงบ และเมตตาจิต

  1. ๑

    ถ้ารู้อย่างที่เรารู้ ทานสํวิภาคสฺส วิปากํ

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าสัตว์ทั้งหลายรู้ผลของการให้และการแบ่งปันเหมือนที่พระองค์ทรงรู้ ก็จะไม่บริโภคโดยไม่ได้ให้ก่อน แต่เพราะไม่รู้ จึงบริโภคโดยไม่ได้ให้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนเปิดขนมหรืออาหารที่ซื้อมา ลองถามคนที่อยู่ด้วยกันก่อนว่าจะรับด้วยไหม ให้เป็นนิสัยก่อนจะเป็นความคิด

  2. ๒

    แม้คำข้าวคำสุดท้าย จริมํ กพฬํ

    พระสูตรกล่าวว่า ถ้ารู้ผลของการแบ่งปัน แม้คำข้าวคำสุดท้ายก็จะไม่กินโดยไม่แบ่ง ถ้ามีผู้รับ การให้จึงไม่ได้รอให้มีเหลือก่อน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ไม่ต้องรอรวยแล้วค่อยช่วย ของที่มีน้อยก็แบ่งได้ เช่น ครึ่งหนึ่งของอาหารกลางวันให้เพื่อนที่ลืมเงิน

  3. ๓

    ความตระหนี่เป็นมลทินของใจ มจฺเฉรมลํ

    พระสูตรเรียกความตระหนี่ว่า "มลทิน" ที่ครอบงำจิต คาถากล่าวว่าถ้ารู้ผลของการให้ ก็จะกำจัดมลทินคือความตระหนี่เสีย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตความรู้สึกหวงที่ผุดขึ้นเวลามีคนขอยืมของหรือขอแบ่ง ไม่ต้องตำหนิตัวเอง แค่รู้ว่านั่นคือมลทินที่ทำให้ใจแคบ

  4. ๔

    ให้ด้วยใจผ่องใส ถูกกาล วิปฺปสนฺเนน เจตสา

    คาถากล่าวว่า ผู้กำจัดความตระหนี่แล้ว มีใจผ่องใส พึงให้ทานในผู้ประเสริฐตามกาลอันควร ทานนั้นมีผลมาก ทายกเหล่านั้นละโลกนี้ไปแล้วย่อมไปสู่สวรรค์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ให้ในเวลาที่ผู้รับต้องการจริง และให้ตอนที่ใจเต็มใจ ถ้าให้แล้วยังคิดเสียดาย ให้น้อยลงแต่ให้ด้วยใจสบายจะดีกว่า

  5. ๕

    อย่ากลัวบุญ มา ภิกฺขเว ปุญฺญานํ ภายิตฺถ

    ในปุญญสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่า อย่ากลัวบุญเลย คำว่าบุญเป็นชื่อของความสุขที่น่าปรารถนา น่ารัก น่าพอใจ แล้วทรงเล่าว่าพระองค์เคยเจริญเมตตาจิตตลอด ๗ ปี และได้เสวยผลแห่งบุญนั้นยาวนาน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ารู้สึกเขินหรือกลัวคนมองว่าเสแสร้งเวลาทำดี ให้นึกว่าบุญคือความสุข ไม่ใช่ภาระหรือการแสดง

  6. ๖

    ทาน การฝึกตน การสำรวม ทานสฺส ทมสฺส สญฺญมสฺส

    พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาว่า ความมีฤทธิ์และอานุภาพมากในอดีตชาติของพระองค์ เป็นผลของกรรมสามอย่าง คือ ทาน ทมะ และสัญญมะ การให้จึงไม่ได้อยู่ลำพัง แต่ไปคู่กับการฝึกและการระวังตน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    นอกจากให้ของ ลองฝึกอีกสองด้านควบคู่กัน เช่น ฝึกอดทนต่อสิ่งที่ไม่ชอบ และระวังคำพูดที่ทำร้ายคน

  7. ๗

    บุญที่มีสุขเป็นกำไร ทานญฺจ สมจริยญฺจ เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาวเย

    คาถาท้ายปุญญสูตรกล่าวว่า ผู้ใคร่ประโยชน์พึงศึกษาบุญที่มีสุขเป็นกำไร คือ เจริญทาน ความประพฤติสงบ และเมตตาจิต บัณฑิตเจริญธรรมสามอย่างนี้แล้วย่อมเข้าถึงโลกที่ไม่มีการเบียดเบียน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้สามข้อนี้เป็นเช็กลิสต์ง่าย ๆ ตอนเย็น: วันนี้ได้ให้อะไรใครไหม ได้ประพฤติสงบไหม และได้คิดดีต่อใครบ้าง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้ไม่ได้บอกให้ให้จนตัวเองลำบาก ภาพที่ใช้คือคนที่กำลังจะกิน แล้วนึกถึงคนข้าง ๆ ก่อน เป็นนิสัยเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การบริจาคครั้งใหญ่

ผลของการให้ในพระสูตรกล่าวถึงสวรรค์และความสุขในภพหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่เชื่อตามคำสอน แต่ผลที่เห็นได้ทันทีคือใจที่ไม่ถูกความตระหนี่ครอบงำ ความตระหนี่ทำให้ใจแคบและหวงแหน การแบ่งปันทำให้ใจเปิด

ควรให้ตามกำลัง ไม่ต้องกู้ยืมหรือให้จนครอบครัวเดือดร้อน และไม่ต้องหวังผลเป็นเงินทองกลับคืน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เภสัชห้าเก็บได้ไม่เกินเจ็ดวัน: เมื่อยาของภิกษุไข้กลายเป็นคลังสะสม

สตฺตาหปรมํ สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานิ

ชาวบ้านเลื่อมใสพระปิลินทวัจฉะจึงนำเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง และน้ำอ้อยมาถวายไม่ขาด ศิษย์ของท่านเก็บใส่หม้อใส…

เปตวัตถุ: อุทิศบุญด้วยใจอนุเคราะห์ แม้ต่อคนที่เคยทำร้ายเรา

ตสฺมา ทชฺเชถ เปตานํ

พระสารีบุตรถวายข้าวคำหนึ่ง ผ้าเท่าฝ่ามือ และน้ำขันหนึ่งแล้วอุทิศให้ ภรรยาที่ทำบุญให้หญิงผู้เคยกลั่นแกล้งตน สาม…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้