มูลปริยายสูตร: รู้แล้วคิดต่อ จนกลายเป็น "ของเรา"
มูลปริยายสุตฺตํพระสูตรแรกของมัชฌิมนิกาย ทรงแสดงว่าปุถุชนรู้จำสิ่งใดแล้วมักคิดต่อ ผูกสิ่งนั้นเข้ากับตัว แล้วยินดีในสิ่งนั้น ตั…
ภทฺรฆฏเภทกชาตกํ
ลูกเศรษฐีผลาญทรัพย์จนหมดตัว บิดาที่ไปเกิดเป็นเทวดามาให้หม้อสารพัดนึกพร้อมคำกำชับข้อเดียวว่าอย่าให้แตก แต่วันหนึ่งเขาเมาแล้วโยนหม้อขึ้นไปเล่น หม้อตกแตก เขาจึงกลับเป็นคนยากจนจนตาย
ในภัทรฆฏเภทกชาดก กุมภวรรค ติกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย มีคาถาสามบท บทแรกว่า นักเลงได้หม้อสารพัดนึกอันเป็นยอดทรัพย์ใบหนึ่ง ยังรักษาหม้อนั้นไว้ได้ตราบใด เขาก็จะได้รับความสุขอยู่ตราบนั้น บทที่สองว่า เมื่อใดเขาเมาและเย่อหยิ่ง ได้ทำลายหม้อให้แตกเพราะความประมาท เมื่อนั้นก็เป็นคนเปลือยและนุ่งผ้าเก่า เป็นคนโง่เขลา ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง บทที่สามสรุปว่า คนประมาทโง่เขลาได้ทรัพย์มาแล้วใช้สอยไปอย่างนั้น ย่อมเดือดร้อนภายหลัง เหมือนนักเลงทุบหม้อยอดทรัพย์เสีย
อรรถกถาเล่าว่า พระศาสดาตรัสชาดกนี้ปรารภหลานของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ซึ่งผลาญทรัพย์สี่สิบโกฏิของบิดามารดาไปด้วยการดื่มสุรา ท่านเศรษฐีให้ทุนตั้งตัวพันหนึ่ง เขาก็ทำให้หมด ให้อีกห้าร้อยก็หมดอีก ให้ผ้าสาฎกเนื้อหยาบสองผืนก็ยังหมด สุดท้ายท่านเศรษฐีจึงให้คนพาออกไป เขากลายเป็นคนอนาถาและสิ้นชีวิตอย่างยากไร้
อรรถกถาเล่าเรื่องในอดีตว่า พระโพธิสัตว์เป็นเศรษฐีมีทรัพย์ฝังไว้สี่สิบโกฏิ มีบุตรคนเดียว เมื่อสิ้นชีวิตแล้วไปเกิดเป็นท้าวสักกะ ส่วนบุตรเอาแต่ตั้งวงมหรสพ ให้ทรัพย์ทีละพันแก่นักฟ้อนและนักขับร้อง จนผลาญทรัพย์สี่สิบโกฏิหมดกลายเป็นคนเข็ญใจ ท้าวสักกะทราบเข้าจึงมาให้หม้อสารพัดนึกและกำชับว่าอย่าให้หม้อแตก ต่อมาเขาเมาแล้วโยนหม้อขึ้นไปในอากาศแล้วรับ ครั้งหนึ่งพลาด หม้อตกลงพื้นแตก เขาจึงกลับยากจนดังเดิม
อรรถกถาเล่าว่า ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีให้ทุนหลานชายพันหนึ่งเพื่อทำการค้า เขาทำให้หมดแล้วกลับมาขออีก จึงให้ห้าร้อย หมดอีกก็ให้ผ้าสาฎกเนื้อหยาบสองผืน จนที่สุดก็ให้พาออกไป ทุกครั้งที่ได้ทุนใหม่ พฤติกรรมเดิมยังอยู่ครบ
เวลาช่วยใครด้วยเงิน ให้ถามก่อนว่าปัญหาคือขาดทุนหรือขาดวิธี ถ้าเป็นอย่างหลัง การช่วยที่ได้ผลคือช่วยหาทางรักษาหรือวางระบบ ไม่ใช่เติมเงินก้อนใหม่ให้
คาถาเรียกหม้อนั้นว่าหม้อที่ให้สิ่งอันน่าใคร่ทั้งปวง อรรถกถาเล่าว่าท้าวสักกะให้หม้อพร้อมโอวาทข้อเดียวว่า เจ้าจงรักษาหม้อนี้ไว้อย่าให้แตกทำลายไป เมื่อยังมีหม้อใบนี้ ความสิ้นเปลืองแห่งทรัพย์จักไม่มีเลย
เมื่อได้โอกาสครั้งที่สองจากใคร ให้จดเงื่อนไขข้อเดียวที่เขาขอไว้แล้วรักษาให้ได้จริง คนที่ให้โอกาสมักไม่ได้ขออะไรมาก แต่ขอสิ่งที่สำคัญที่สุด
คาถากล่าวว่า ยังรักษาหม้อนั้นไว้ได้ตราบใด เขาก็ได้รับความสุขอยู่ตราบนั้น ความสุขในเรื่องนี้ไม่ได้ผูกกับการได้มาครั้งเดียว แต่ผูกกับการดูแลรักษาต่อเนื่องทุกวัน
สิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราต้องการการดูแลรายวัน ไม่ใช่การได้มาครั้งเดียว ลองเลือกหนึ่งอย่าง เช่น สุขภาพ ความสัมพันธ์ หรือเงินเก็บ แล้วกำหนดสิ่งที่จะทำให้มันทุกสัปดาห์
คาถาระบุเหตุไว้ตรง ๆ ว่า เมื่อใดเขาเมาและเย่อหยิ่ง อรรถกถาอธิบายว่าชื่อว่ามัตตะเพราะเมาเหล้า ชื่อว่าทิตตะเพราะเย่อหยิ่ง ทั้งสองอย่างนี้ทำให้คนกล้าเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่ควรเสี่ยงเลย
ตั้งกฎกับตัวเองว่าการตัดสินใจเรื่องเงินและเรื่องคำพูดสำคัญจะไม่ทำในตอนดื่ม ตอนโกรธ หรือตอนที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังพีค เลื่อนไปทำตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเสมอ
คาถากล่าวว่า ได้ทำลายหม้อให้แตกเพราะความประมาท อรรถกถาเล่าว่าเขาเมามากแล้วโยนหม้อขึ้นไปในอากาศแล้วรับ ครั้งหนึ่งพลาด หม้อตกบนพื้นดินแตกไป เขาไม่ได้อยากทำให้แตก เขาแค่คิดว่ารับทันทุกครั้ง
สังเกตพฤติกรรมที่เรารอดมาได้หลายครั้งจนเริ่มชิน เช่น ขับรถเร็วกว่ากำหนดนิดหน่อย หรือตอบข้อความสำคัญแบบรีบ ๆ การรอดมาหลายครั้งไม่ใช่หลักฐานว่าปลอดภัย แต่เป็นเพียงยังไม่ถึงคราวพลาด
คาถาบทที่สามกล่าวว่า คนประมาทโง่เขลาได้ทรัพย์มาแล้วใช้สอยไปอย่างนั้น ย่อมเดือดร้อนภายหลัง อรรถกถาอธิบายคำว่าเดือดร้อนว่าย่อมเศร้าโศก และเล่าว่าเขากลับเป็นคนจน ถือกระเบื้องเที่ยวขอเขาอยู่จนตาย
เมื่อมีรายได้ก้อนใหญ่เข้ามา ให้แบ่งส่วนที่กันไว้ก่อนใช้ ไม่ใช่กันหลังใช้ การตั้งระบบไว้ล่วงหน้าทำงานได้ดีกว่าการอาศัยความตั้งใจในวันที่เงินเข้าบัญชี
ในเรื่องนี้หม้อสารพัดนึกเป็นภาษาของนิทาน สิ่งที่คาถามุ่งสอนคือของที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราอยู่แล้วเสียหายได้เพราะความประมาทของเจ้าของเอง ไม่ใช่เพราะศัตรูภายนอก ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม
เขียนออกมาสามอย่างที่ถ้าเสียไปแล้วชีวิตจะยากขึ้นมาก แล้วดูว่าตอนนี้เรากำลังโยนอันไหนขึ้นไปเล่นอยู่บ้าง จากนั้นเลือกหยุดหนึ่งอย่างในสัปดาห์นี้
หม้อสารพัดนึกคือภาษาของนิทาน แต่สิ่งที่มันแทนนั้นมีจริงในชีวิตทุกคน คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงเราอยู่และมักถูกมองข้ามเพราะมันยังอยู่ ร่างกายที่ยังแข็งแรง งานที่ยังมั่นคง ความไว้ใจของคนรอบตัว หรือเงินเก็บก้อนเดียวที่มี ทั้งหมดนี้ทำหน้าที่ของมันอยู่เงียบ ๆ จนวันที่มันหายไป
คาถาระบุเหตุที่ทำให้หม้อแตกไว้ชัดสองอย่าง คือเมาและเย่อหยิ่ง อรรถกถาอธิบายว่าเมาคือเมาเหล้า ส่วนเย่อหยิ่งคือความลำพองใจ ทั้งสองอย่างทำให้คนประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความจริง เขาไม่ได้ตั้งใจทำหม้อแตก เขาแค่คิดว่ารับได้ทุกครั้ง
อีกจุดที่ควรอ่านอย่างเมตตาคือ เรื่องนี้ไม่ได้มีไว้ให้ซ้ำเติมคนที่พลาดไปแล้ว ท่านเศรษฐีในเรื่องก็ให้โอกาสถึงสามครั้ง สิ่งที่ขาดคือการหยุดดื่ม ไม่ใช่การขาดทุน ถ้าการดื่มหรือการพนันเริ่มควบคุมไม่ได้ การขอความช่วยเหลือจากแพทย์หรือกลุ่มบำบัดเป็นทางที่ตรงกว่าการตั้งใจด้วยตัวเองซ้ำ ๆ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระสูตรแรกของมัชฌิมนิกาย ทรงแสดงว่าปุถุชนรู้จำสิ่งใดแล้วมักคิดต่อ ผูกสิ่งนั้นเข้ากับตัว แล้วยินดีในสิ่งนั้น ตั…
ธัมมสังคณีเปิดด้วยมาติกา บัญชีหมวดธรรมชุดละสาม ๒๒ ชุด และชุดละสอง ๑๔๒ ชุด เช่น กุศล อกุศล อัพยากฤต หรือธรรมที่…
ราชสีห์ชื่อมโนชะคบกับสุนัขจิ้งจอกและทำตามคำแนะนำของมัน จนถูกลูกศรนายพราน ส่วนเพื่อนก็หนีไปหาเพื่อนใหม่ คาถาสอน…
พระอุบาลีทูลถามว่า ภิกษุผู้จะว่ากล่าวผู้อื่นควรมีอะไรในตนก่อน พระพุทธเจ้าตรัสให้สำรวจกาย วาจา เมตตา และความรู้…