ภัทรฆฏเภทกชาดก: หม้อสารพัดนึกที่ถูกโยนเล่นจนแตก
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ภัทรฆฏเภทกชาดก: หม้อสารพัดนึกที่ถูกโยนเล่นจนแตก

ภทฺรฆฏเภทกชาตกํ

ลูกเศรษฐีผลาญทรัพย์จนหมดตัว บิดาที่ไปเกิดเป็นเทวดามาให้หม้อสารพัดนึกพร้อมคำกำชับข้อเดียวว่าอย่าให้แตก แต่วันหนึ่งเขาเมาแล้วโยนหม้อขึ้นไปเล่น หม้อตกแตก เขาจึงกลับเป็นคนยากจนจนตาย

๗ ข้อ

ในภัทรฆฏเภทกชาดก กุมภวรรค ติกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย มีคาถาสามบท บทแรกว่า นักเลงได้หม้อสารพัดนึกอันเป็นยอดทรัพย์ใบหนึ่ง ยังรักษาหม้อนั้นไว้ได้ตราบใด เขาก็จะได้รับความสุขอยู่ตราบนั้น บทที่สองว่า เมื่อใดเขาเมาและเย่อหยิ่ง ได้ทำลายหม้อให้แตกเพราะความประมาท เมื่อนั้นก็เป็นคนเปลือยและนุ่งผ้าเก่า เป็นคนโง่เขลา ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง บทที่สามสรุปว่า คนประมาทโง่เขลาได้ทรัพย์มาแล้วใช้สอยไปอย่างนั้น ย่อมเดือดร้อนภายหลัง เหมือนนักเลงทุบหม้อยอดทรัพย์เสีย

อรรถกถาเล่าว่า พระศาสดาตรัสชาดกนี้ปรารภหลานของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ซึ่งผลาญทรัพย์สี่สิบโกฏิของบิดามารดาไปด้วยการดื่มสุรา ท่านเศรษฐีให้ทุนตั้งตัวพันหนึ่ง เขาก็ทำให้หมด ให้อีกห้าร้อยก็หมดอีก ให้ผ้าสาฎกเนื้อหยาบสองผืนก็ยังหมด สุดท้ายท่านเศรษฐีจึงให้คนพาออกไป เขากลายเป็นคนอนาถาและสิ้นชีวิตอย่างยากไร้

อรรถกถาเล่าเรื่องในอดีตว่า พระโพธิสัตว์เป็นเศรษฐีมีทรัพย์ฝังไว้สี่สิบโกฏิ มีบุตรคนเดียว เมื่อสิ้นชีวิตแล้วไปเกิดเป็นท้าวสักกะ ส่วนบุตรเอาแต่ตั้งวงมหรสพ ให้ทรัพย์ทีละพันแก่นักฟ้อนและนักขับร้อง จนผลาญทรัพย์สี่สิบโกฏิหมดกลายเป็นคนเข็ญใจ ท้าวสักกะทราบเข้าจึงมาให้หม้อสารพัดนึกและกำชับว่าอย่าให้หม้อแตก ต่อมาเขาเมาแล้วโยนหม้อขึ้นไปในอากาศแล้วรับ ครั้งหนึ่งพลาด หม้อตกลงพื้นแตก เขาจึงกลับยากจนดังเดิม

  1. ๑

    ทุนก้อนใหม่ไม่ได้แก้ปัญหาเดิม ภทฺรฆฏเภทกชาตกํ

    อรรถกถาเล่าว่า ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีให้ทุนหลานชายพันหนึ่งเพื่อทำการค้า เขาทำให้หมดแล้วกลับมาขออีก จึงให้ห้าร้อย หมดอีกก็ให้ผ้าสาฎกเนื้อหยาบสองผืน จนที่สุดก็ให้พาออกไป ทุกครั้งที่ได้ทุนใหม่ พฤติกรรมเดิมยังอยู่ครบ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาช่วยใครด้วยเงิน ให้ถามก่อนว่าปัญหาคือขาดทุนหรือขาดวิธี ถ้าเป็นอย่างหลัง การช่วยที่ได้ผลคือช่วยหาทางรักษาหรือวางระบบ ไม่ใช่เติมเงินก้อนใหม่ให้

  2. ๒

    ของที่ให้แล้วมีคำกำชับมาด้วย สพฺพกามททํ กุมฺภํ

    คาถาเรียกหม้อนั้นว่าหม้อที่ให้สิ่งอันน่าใคร่ทั้งปวง อรรถกถาเล่าว่าท้าวสักกะให้หม้อพร้อมโอวาทข้อเดียวว่า เจ้าจงรักษาหม้อนี้ไว้อย่าให้แตกทำลายไป เมื่อยังมีหม้อใบนี้ ความสิ้นเปลืองแห่งทรัพย์จักไม่มีเลย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อได้โอกาสครั้งที่สองจากใคร ให้จดเงื่อนไขข้อเดียวที่เขาขอไว้แล้วรักษาให้ได้จริง คนที่ให้โอกาสมักไม่ได้ขออะไรมาก แต่ขอสิ่งที่สำคัญที่สุด

  3. ๓

    รักษาไว้ได้เพียงใด ก็สุขเพียงนั้น ยาว นํ อนุปาเลติ

    คาถากล่าวว่า ยังรักษาหม้อนั้นไว้ได้ตราบใด เขาก็ได้รับความสุขอยู่ตราบนั้น ความสุขในเรื่องนี้ไม่ได้ผูกกับการได้มาครั้งเดียว แต่ผูกกับการดูแลรักษาต่อเนื่องทุกวัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราต้องการการดูแลรายวัน ไม่ใช่การได้มาครั้งเดียว ลองเลือกหนึ่งอย่าง เช่น สุขภาพ ความสัมพันธ์ หรือเงินเก็บ แล้วกำหนดสิ่งที่จะทำให้มันทุกสัปดาห์

  4. ๔

    เมาและเย่อหยิ่ง สองอย่างที่มาด้วยกัน ยทา มตฺโต จ ทิตฺโต จ

    คาถาระบุเหตุไว้ตรง ๆ ว่า เมื่อใดเขาเมาและเย่อหยิ่ง อรรถกถาอธิบายว่าชื่อว่ามัตตะเพราะเมาเหล้า ชื่อว่าทิตตะเพราะเย่อหยิ่ง ทั้งสองอย่างนี้ทำให้คนกล้าเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่ควรเสี่ยงเลย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ตั้งกฎกับตัวเองว่าการตัดสินใจเรื่องเงินและเรื่องคำพูดสำคัญจะไม่ทำในตอนดื่ม ตอนโกรธ หรือตอนที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังพีค เลื่อนไปทำตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเสมอ

  5. ๕

    ความประมาททำลายด้วยการเล่น ไม่ใช่ด้วยความตั้งใจ ปมาทา กุมฺภมพฺภิทา

    คาถากล่าวว่า ได้ทำลายหม้อให้แตกเพราะความประมาท อรรถกถาเล่าว่าเขาเมามากแล้วโยนหม้อขึ้นไปในอากาศแล้วรับ ครั้งหนึ่งพลาด หม้อตกบนพื้นดินแตกไป เขาไม่ได้อยากทำให้แตก เขาแค่คิดว่ารับทันทุกครั้ง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตพฤติกรรมที่เรารอดมาได้หลายครั้งจนเริ่มชิน เช่น ขับรถเร็วกว่ากำหนดนิดหน่อย หรือตอบข้อความสำคัญแบบรีบ ๆ การรอดมาหลายครั้งไม่ใช่หลักฐานว่าปลอดภัย แต่เป็นเพียงยังไม่ถึงคราวพลาด

  6. ๖

    ได้ทรัพย์แล้วใช้อย่างประมาท ย่อมเดือดร้อนภายหลัง ปจฺฉา ตปติ ทุมฺเมโธ

    คาถาบทที่สามกล่าวว่า คนประมาทโง่เขลาได้ทรัพย์มาแล้วใช้สอยไปอย่างนั้น ย่อมเดือดร้อนภายหลัง อรรถกถาอธิบายคำว่าเดือดร้อนว่าย่อมเศร้าโศก และเล่าว่าเขากลับเป็นคนจน ถือกระเบื้องเที่ยวขอเขาอยู่จนตาย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีรายได้ก้อนใหญ่เข้ามา ให้แบ่งส่วนที่กันไว้ก่อนใช้ ไม่ใช่กันหลังใช้ การตั้งระบบไว้ล่วงหน้าทำงานได้ดีกว่าการอาศัยความตั้งใจในวันที่เงินเข้าบัญชี

  7. ๗

    หม้อของเราคืออะไร ภทฺรฆฏเภทกชาตกํ

    ในเรื่องนี้หม้อสารพัดนึกเป็นภาษาของนิทาน สิ่งที่คาถามุ่งสอนคือของที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราอยู่แล้วเสียหายได้เพราะความประมาทของเจ้าของเอง ไม่ใช่เพราะศัตรูภายนอก ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เขียนออกมาสามอย่างที่ถ้าเสียไปแล้วชีวิตจะยากขึ้นมาก แล้วดูว่าตอนนี้เรากำลังโยนอันไหนขึ้นไปเล่นอยู่บ้าง จากนั้นเลือกหยุดหนึ่งอย่างในสัปดาห์นี้

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หม้อสารพัดนึกคือภาษาของนิทาน แต่สิ่งที่มันแทนนั้นมีจริงในชีวิตทุกคน คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงเราอยู่และมักถูกมองข้ามเพราะมันยังอยู่ ร่างกายที่ยังแข็งแรง งานที่ยังมั่นคง ความไว้ใจของคนรอบตัว หรือเงินเก็บก้อนเดียวที่มี ทั้งหมดนี้ทำหน้าที่ของมันอยู่เงียบ ๆ จนวันที่มันหายไป

คาถาระบุเหตุที่ทำให้หม้อแตกไว้ชัดสองอย่าง คือเมาและเย่อหยิ่ง อรรถกถาอธิบายว่าเมาคือเมาเหล้า ส่วนเย่อหยิ่งคือความลำพองใจ ทั้งสองอย่างทำให้คนประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความจริง เขาไม่ได้ตั้งใจทำหม้อแตก เขาแค่คิดว่ารับได้ทุกครั้ง

อีกจุดที่ควรอ่านอย่างเมตตาคือ เรื่องนี้ไม่ได้มีไว้ให้ซ้ำเติมคนที่พลาดไปแล้ว ท่านเศรษฐีในเรื่องก็ให้โอกาสถึงสามครั้ง สิ่งที่ขาดคือการหยุดดื่ม ไม่ใช่การขาดทุน ถ้าการดื่มหรือการพนันเริ่มควบคุมไม่ได้ การขอความช่วยเหลือจากแพทย์หรือกลุ่มบำบัดเป็นทางที่ตรงกว่าการตั้งใจด้วยตัวเองซ้ำ ๆ

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

มูลปริยายสูตร: รู้แล้วคิดต่อ จนกลายเป็น "ของเรา"

มูลปริยายสุตฺตํ

พระสูตรแรกของมัชฌิมนิกาย ทรงแสดงว่าปุถุชนรู้จำสิ่งใดแล้วมักคิดต่อ ผูกสิ่งนั้นเข้ากับตัว แล้วยินดีในสิ่งนั้น ตั…

ธัมมสังคณี: มาติกา แม่บทของพระอภิธรรม

กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพฺยากตา ธมฺมา

ธัมมสังคณีเปิดด้วยมาติกา บัญชีหมวดธรรมชุดละสาม ๒๒ ชุด และชุดละสอง ๑๔๒ ชุด เช่น กุศล อกุศล อัพยากฤต หรือธรรมที่…

ก่อนจะเตือนใคร: ธรรมที่ผู้ว่ากล่าวพึงตั้งไว้ในตน

โจทเกน ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย ปโร โจเทตพฺโพ

พระอุบาลีทูลถามว่า ภิกษุผู้จะว่ากล่าวผู้อื่นควรมีอะไรในตนก่อน พระพุทธเจ้าตรัสให้สำรวจกาย วาจา เมตตา และความรู้…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้