ทหรสูตร: สี่สิ่งที่ไม่ควรดูแคลนว่ายังเล็ก
ทหรสุตฺตํพระเจ้าปเสนทิโกศลสงสัยว่าพระพุทธเจ้ายังหนุ่มจะตรัสรู้ได้อย่างไร พระองค์ตรัสว่ามีของ ๔ อย่างที่ไม่ควรดูถูกว่ายั…
จุลฺลโพธิชาตกํ
นักบวชยอมรับว่าความโกรธเกิดขึ้นในใจจริง แต่ห้ามไว้ได้ทันทีเหมือนฝนห่าใหญ่ล้างฝุ่น แล้วอธิบายโทษของความโกรธ เหมือนไฟที่เกิดจากไม้สีไฟแล้วเผาไม้นั้นเอง
ในจุลลโพธิชาดก ทสกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย พระราชาถามนักบวชว่า ถ้ามีคนมาพานักบวชหญิงผู้อยู่กับท่านไปโดยพลการ ท่านจะทำอย่างไร นักบวชตอบว่า ถ้าความโกรธเกิดขึ้น จะไม่ปล่อยให้มันอยู่ จะห้ามไว้โดยเร็วเหมือนฝนห่าใหญ่ชำระฝุ่น ต่อมาพระราชาเห็นนักบวชนั่งนิ่งเย็บผ้า จึงถามว่าที่อวดไว้หายไปไหน นักบวชตอบว่าความโกรธเกิดขึ้นจริง แต่ห้ามไว้ได้แล้ว แล้วกล่าวคาถาถึงโทษของความโกรธ
เรื่องเล่ามาจากอรรถกถา โพธิกุมารกับภรรยาต่างไม่ใฝ่ในกาม เมื่อพ่อแม่ล่วงลับจึงสละทรัพย์ออกบวชด้วยกัน วันหนึ่งพระราชาเห็นนักบวชหญิงในพระราชอุทยานแล้วเกิดราคะ สั่งให้พาตัวนางไปวัง นางไม่ยอมรับยศใด ๆ และพูดถึงคุณของการบวช พระราชาจึงกลับมาดูว่านักบวชชายทำอะไรอยู่ แล้วเกิดการสนทนาตามคาถา
อรรถกถาอธิบายว่านักบวชห้ามความโกรธด้วยเมตตาภาวนา เมื่อพระราชาฟังธรรมจบก็ให้พานางกลับมา ขอขมา และรับจะคุ้มครองทั้งสองโดยชอบธรรม อรรถกถาเล่าว่าพระพุทธเจ้าตรัสเรื่องนี้แก่ภิกษุผู้มักโกรธ
คาถาแรก พระราชาถามว่า ถ้ามีคนมาพานักบวชหญิงผู้มีตางามและยิ้มแย้มไปด้วยกำลัง ท่านจะทำอย่างไร อรรถกถาเล่าว่าพระราชาถามเพราะอยากรู้ว่าถ้าพานางไป นักบวชจะทำอะไร
ลองถามตัวเองล่วงหน้าว่า ถ้ามีคนพูดจาดูถูกหรือเอาของรักของเราไป เราอยากตอบสนองแบบไหน การเตรียมคำตอบไว้ตอนใจสงบช่วยได้มากตอนเกิดเรื่องจริง
นักบวชตอบว่าความโกรธเกิดขึ้นแก่ตนจริง แต่ไม่ได้ปล่อยให้ตั้งอยู่ และห้ามไว้ได้โดยเร็ว เหมือนฝนห่าใหญ่ชำระฝุ่น อรรถกถาอธิบายว่าห้ามไว้ด้วยเมตตาภาวนา ไม่ให้ความโกรธจับตัวเป็นก้อนอยู่ในใจ
เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ ให้ยอมรับตรง ๆ ว่ากำลังโกรธ แล้วหายใจยาวสามครั้ง นึกถึงอีกฝ่ายในฐานะคนที่ก็อยากมีความสุขเหมือนเรา ก่อนตัดสินใจทำอะไรต่อ
คาถากล่าวว่า เมื่อความโกรธเกิดขึ้น คนย่อมไม่เห็นประโยชน์ เมื่อไม่เกิดจึงเห็นได้ดี และเมื่อความโกรธเกิดขึ้น คนย่อมไม่รู้จักประโยชน์ของตน อรรถกถาอธิบายว่า ไม่เห็นแม้ประโยชน์ของตน จะป่วยกล่าวไปใยถึงประโยชน์ของผู้อื่น ความโกรธจึงเป็นที่อยู่ของคนไร้ปัญญา
ตั้งกติกากับตัวเองว่า จะไม่ส่งข้อความ ไม่ตัดสินใจเรื่องงานหรือเงิน ในขณะที่ยังโกรธ รอให้ใจเย็นก่อนแล้วค่อยดูว่าอะไรเป็นประโยชน์จริง
คาถากล่าวว่า คนที่ถูกความโกรธครอบงำย่อมละทิ้งกุศล ทำประโยชน์แม้มากมายให้เสียไป ความโกรธนั้นมีกองทัพน่ากลัว มีกำลัง ปราบคนให้อยู่ในอำนาจได้
นึกถึงความสัมพันธ์หรือโอกาสที่เคยเสียไปเพราะคำพูดตอนโกรธเพียงไม่กี่ประโยค แล้วใช้เป็นเหตุผลให้ตัวเองหยุดก่อนพูดครั้งต่อไป
คาถาเปรียบว่า เมื่อสีไม้ ไฟย่อมเกิดขึ้น แล้วไฟนั้นก็เผาไม้ที่มันเกิด ความโกรธก็เกิดแก่คนเขลาเพราะการแข่งดี แล้วคนนั้นเองก็ถูกความโกรธเผา
เมื่อเถียงกันแล้วรู้สึกร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ให้สังเกตว่าเรากำลังเถียงเพื่อหาความจริงหรือเพื่อชนะ ถ้าเพื่อชนะ ให้หยุดสีไม้ก่อนที่ไฟจะเผาตัวเอง
คาถากล่าวว่า ผู้ใดมีความโกรธเพิ่มขึ้นเหมือนไฟลามในหญ้าและไม้ ยศของผู้นั้นย่อมเสื่อมเหมือนพระจันทร์ข้างแรม ผู้ใดความโกรธสงบลงเหมือนไฟหมดเชื้อ ยศของผู้นั้นย่อมเต็มขึ้นเหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น
ชื่อเสียงในที่ทำงานหรือในครอบครัวสร้างได้จากความใจเย็นที่สม่ำเสมอ ลองสังเกตว่าคนที่ทุกคนไว้ใจมักเป็นคนที่ไม่ระเบิดอารมณ์ง่าย
ในอรรถกถา พระราชาฟังธรรมเรื่องความโกรธแล้วเลื่อมใส ให้คนพานักบวชหญิงกลับมา ขอขมา และตรัสว่าขอให้ทั้งสองอยู่ในพระราชอุทยานอย่างมีความสุข พระองค์จะคุ้มครองโดยชอบธรรม
เมื่อต้องทักท้วงคนที่มีอำนาจมากกว่า ให้พูดข้อเท็จจริงอย่างสงบและชัดเจน โดยไม่ด่าทอ ข้อความที่ไม่มีความโกรธปน มักทำให้อีกฝ่ายฟังได้มากกว่า
ชาดกนี้ซื่อตรงต่อความจริงของใจ นักบวชไม่ได้อ้างว่าไม่เคยโกรธ แต่บอกว่าความโกรธเกิดแล้วไม่ได้ปล่อยให้ตั้งอยู่ในใจ นี่เป็นเป้าหมายที่คนทั่วไปฝึกได้ ไม่ต้องรอให้กลายเป็นคนไม่มีอารมณ์
ควรอ่านให้ถูกด้วยว่า การไม่ลุอำนาจความโกรธไม่ได้แปลว่านิ่งเฉยต่อการละเมิด ในเรื่องนี้นักบวชหญิงเองก็ปฏิเสธพระราชาอย่างชัดเจน และนักบวชชายก็แสดงธรรมจนพระราชาคืนนางให้ ในชีวิตจริง ถ้าเราหรือคนใกล้ตัวถูกละเมิด การขอความช่วยเหลือ แจ้งความ หรือปกป้องตัวเองเป็นสิ่งที่ควรทำ เพียงแต่ทำด้วยใจที่ไม่ถูกความโกรธบังตา
คาถาเรื่องไฟกับไม้สีไฟใช้ได้ทุกวัน ความโกรธที่เกิดจากการเถียงเอาชนะ มักเผาคนที่โกรธก่อนคนอื่น
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระเจ้าปเสนทิโกศลสงสัยว่าพระพุทธเจ้ายังหนุ่มจะตรัสรู้ได้อย่างไร พระองค์ตรัสว่ามีของ ๔ อย่างที่ไม่ควรดูถูกว่ายั…
คำอธิบายจูฬวิยูหสูตรในมหานิทเทส ว่าคนอยู่ในความเห็นของตนเหมือนอยู่ในบ้าน สัจจะมีหนึ่งเดียวคือนิพพานหรือมรรค คน…
ลักษณะร่วม ๓ อย่างของทุกสิ่ง — ไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ และไม่ใช่ตัวตน เห็นได้จากเรื่องเล็ก ๆ รอบตัวทุกวัน
พระพุทธเจ้าตรัสคำที่คนไม่ชอบฟังไหม — คำตอบคือทรงพูดเฉพาะสิ่งที่จริงและมีประโยชน์ และทรงรู้กาลที่จะพูด ไม่ว่าคน…