สภิยสูตร: ภิกษุ สมณะ พราหมณ์ ที่แท้วัดกันที่ใจ
สภิยสุตฺตํสภิยปริพาชกถือคำถามที่เจ้าลัทธิดัง ๆ ตอบไม่ได้มาทูลถามพระพุทธเจ้า ว่าอย่างไรจึงเรียกว่าภิกษุ ผู้ฝึกตน พราหมณ์ …
ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ
อาจารย์นำกระดูกมาบอกพ่อว่าลูกตายแล้ว แต่พ่อหัวเราะและไม่เชื่อ แล้วเล่าถึงสิ่งที่คนทั้งบ้านประพฤติ ตั้งแต่ไม่พูดเท็จ คบคนดี ให้ทานด้วยใจยินดี ซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง จนถึงคาถาที่ว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเหมือนร่มใหญ่ในฤดูฝน
ในมหาธรรมปาลชาดก ทสกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย ผู้มาเยือนถามพราหมณ์ว่า ท่านประพฤติวัตรและพรหมจรรย์อะไร คนหนุ่มในตระกูลของท่านจึงไม่ตาย พราหมณ์ตอบด้วยคาถาหลายบท แต่ละบทลงท้ายว่า เพราะเหตุนี้คนหนุ่มของพวกเราจึงไม่ตาย ตั้งแต่ประพฤติธรรม ไม่พูดเท็จ เลือกสัตบุรุษ ให้ทาน ซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง รักษาศีล จนถึงคนทั้งบ้านรวมทั้งคนรับใช้ก็ประพฤติธรรม แล้วสรุปว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม เหมือนร่มใหญ่ในฤดูฝน กระดูกที่นำมาเป็นของสัตว์อื่น ลูกของเรายังเป็นสุข
เรื่องเล่ามาจากอรรถกถา ธรรมปาลกุมารไปเรียนที่เมืองตักกศิลา เมื่อลูกชายของอาจารย์ตาย ทุกคนร้องไห้ แต่ธรรมปาลกุมารบอกเพื่อนว่า ในตระกูลของตนไม่มีใครตายตั้งแต่ยังหนุ่ม อาจารย์จึงนำกระดูกแพะไปหาพ่อของเขาเพื่อทดลอง บอกว่าลูกตายแล้ว พ่อหัวเราะและยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ อาจารย์จึงถามถึงเหตุ เมื่อฟังจบก็ขอขมา ยอมรับว่าเป็นกระดูกแพะ และขอจดธรรมนั้นไว้
อรรถกถาเล่าว่าพระพุทธเจ้าตรัสเรื่องนี้แก่พระเจ้าสุทโธทนะ ผู้เล่าว่าเคยมีเทวดามาบอกว่าเจ้าชายสิทธัตถะสิ้นพระชนม์ระหว่างบำเพ็ญเพียร แต่พระองค์ไม่เชื่อ
ในอรรถกถา อาจารย์นำกระดูกแพะมาบอกว่าธรรมปาลกุมารตายด้วยโรค พ่อของเขาหัวเราะและบอกว่าเป็นกระดูกแพะหรือสุนัข เพราะในตระกูลไม่มีใครตายตั้งแต่ยังหนุ่มมาเจ็ดชั่วคน อาจารย์จึงถามด้วยคาถาแรกว่า เหตุใดคนหนุ่มของท่านจึงไม่ตาย
เมื่อได้ข่าวร้ายหรือข่าวลือเกี่ยวกับคนใกล้ตัว ตั้งสติ แล้วตรวจสอบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนตื่นตระหนกหรือส่งต่อ
พราหมณ์ตอบว่า พวกเราประพฤติธรรม ไม่พูดเท็จ เว้นกรรมชั่ว และเว้นสิ่งที่ไม่ประเสริฐทั้งปวง อรรถกถาเล่าว่าตระกูลนี้ได้ชื่อว่าธรรมบาล เพราะรักษากุศลกรรมบถ ๑๐
เลือกข้อเดียวที่ทำได้ทั้งครอบครัว เช่น ไม่โกหกกันแม้เรื่องเล็ก แล้วตกลงกันว่าถ้าพลาด จะพูดความจริงโดยไม่ถูกดุซ้ำ
คาถากล่าวว่า พวกเราได้ฟังธรรมทั้งของอสัตบุรุษและสัตบุรุษ แต่ไม่ชอบใจธรรมของอสัตบุรุษ ละอสัตบุรุษ ไม่ละสัตบุรุษ
เปิดรับความคิดหลากหลายได้ แต่เลือกให้คนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเรามากที่สุด เป็นคนที่ซื่อตรงและหวังดีจริง
คาถากล่าวว่า ก่อนให้ทานก็มีใจดี กำลังให้ก็มีใจยินดี ให้แล้วก็ไม่เดือดร้อนภายหลัง และเลี้ยงดูสมณะ พราหมณ์ คนเดินทาง วณิพก ยาจก และคนขัดสนให้อิ่มหนำด้วยข้าวน้ำ
ก่อนช่วยใคร ให้ถามว่าเราให้ได้โดยไม่เสียดายภายหลังหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ ให้ลดจำนวนลงจนให้ได้ด้วยใจเต็มร้อย
คาถากล่าวว่า พวกเราไม่นอกใจภรรยา ภรรยาก็ไม่นอกใจพวกเรา และทุกคนเว้นจากการฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การพูดเท็จ และการดื่มน้ำเมา
ความซื่อสัตย์ในครอบครัวเป็นข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย คุยกันให้ชัดว่าอะไรคือเส้นที่ทั้งคู่จะไม่ข้าม รวมถึงเรื่องเงินและการใช้โซเชียลมีเดีย
คาถากล่าวว่า พ่อแม่ พี่น้อง ลูก คู่ครอง และตัวเราทุกคนประพฤติธรรม ทั้งคนรับใช้ คนอาศัยเลี้ยงชีพ และคนงานทั้งหมดก็ประพฤติธรรมด้วย อรรถกถาเล่าว่าในตระกูลนี้แม้ทาสและกรรมกรก็ให้ทาน รักษาศีล และรักษาอุโบสถ
ความดีในบ้านเริ่มจากทำเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สั่ง ชวนทุกคนในบ้าน รวมถึงคนที่มาช่วยงาน ทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกันอย่างให้เกียรติ
คาถาสรุปว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่ประพฤติดีแล้วย่อมนำสุขมาให้ ผู้ประพฤติธรรมย่อมไม่ไปสู่ทุคติ เหมือนร่มใหญ่ในฤดูฝน อรรถกถาอธิบายว่า ธรรมที่เรารักษาแล้วย่อมกลับรักษาผู้นั้น
มองศีลเหมือนร่มที่พกไว้ทุกวัน ไม่ได้กันทุกอย่าง แต่กันสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องเปียกได้มาก เช่น ปัญหาจากคำโกหก หนี้ หรือการดื่มจนขาดสติ
คาถา "ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม" เป็นที่รู้จักกันมาก ชาดกนี้แสดงว่าธรรมที่ว่านั้นไม่ใช่เรื่องลึกลับ แต่เป็นรายการพฤติกรรมธรรมดา ไม่โกหก คบคนดี ให้ด้วยใจยินดี ซื่อสัตย์ในครอบครัว รักษาศีล และทำอย่างนี้ทั้งบ้าน
ข้อควรระวังคือ อย่าอ่านชาดกนี้กลับด้านว่า ครอบครัวที่มีคนจากไปก่อนวัยอันควรเป็นเพราะไม่มีธรรม ความตายและความเจ็บป่วยมีเหตุปัจจัยมากมาย การใช้เรื่องนี้ไปตัดสินคนที่กำลังสูญเสียจะเป็นการซ้ำเติม
สิ่งที่ใช้ได้จริงคือภาพของร่มใหญ่ คนที่ใช้ชีวิตซื่อตรงจะหลีกเลี่ยงอันตรายจำนวนมากที่เกิดจากการกระทำของตัวเอง เช่น การทะเลาะ หนี้ การนอกใจ และการดื่มสุรา และมีจิตใจที่มั่นคงเมื่อได้ยินข่าวลือหรือข่าวร้าย
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สภิยปริพาชกถือคำถามที่เจ้าลัทธิดัง ๆ ตอบไม่ได้มาทูลถามพระพุทธเจ้า ว่าอย่างไรจึงเรียกว่าภิกษุ ผู้ฝึกตน พราหมณ์ …
ถ้าคนทั้งหลายรู้ผลของการให้และการแบ่งปันอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงรู้ แม้คำข้าวคำสุดท้ายก็จะแบ่งก่อนกิน — และ "อย่…
เจ้ามหาลีถามว่าทำไมสุนักขัตตะเห็นรูปทิพย์แต่ไม่ได้ยินเสียงทิพย์ พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่าเพราะฝึกสมาธิมาเฉพาะด้า…
สองกถาต้นวรรคที่ ๙ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าผู้เห็นอานิสงส์ในนิพพานละสัญโญชน์ได้ ฝ่ายเถรวาทชี้ว่าสัญโญชน์ละได้ด้วยการมน…