มาตุโปสกชาดก: ช้างผู้กินไม่ลงเมื่อแม่ยังลำบาก
มาตุโปสกชาตกํพญาช้างผู้เลี้ยงแม่ที่ตาบอดถูกจับไปเป็นช้างหลวง แต่ไม่ยอมรับอาหารเพราะห่วงแม่ที่ไม่มีใครนำทาง พระเจ้ากาสีทรงทร…
มิตฺตามิตฺตชาตกํ
พระราชาถามว่าบัณฑิตจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นมิตรหรือไม่ใช่มิตร คำตอบคืออาการ ๑๖ อย่างที่เห็นได้และได้ยินได้ ตั้งแต่ท่าทีเมื่อพบกัน การนึกถึงเมื่ออยู่ห่าง การเข้าข้างเมื่อมีคนติเตียน การรักษาความลับ ไปจนถึงการยินดีเมื่อเราได้ดี
ในมิตตามิตตชาดก ทวาทสนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย คาถาเริ่มด้วยคำถามว่า บุรุษผู้เป็นบัณฑิตมีปัญญา เห็นและได้ฟังบุคคลทำกรรมอย่างไร จึงจะรู้ได้ว่าผู้นี้ไม่ใช่มิตร คำตอบคืออาการ ๑๖ อย่าง จัดเป็นสี่คาถา คาถาละสี่ข้อ จากนั้นถามซ้ำว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้นี้เป็นมิตร แล้วตอบด้วยอาการ ๑๖ อย่างที่ตรงกันข้าม
อาการของผู้ไม่ใช่มิตร ได้แก่ เห็นแล้วไม่ยิ้มแย้ม ไม่ต้อนรับ ไม่มองหน้า พูดย้อนแย้ง คบศัตรูของเพื่อน ไม่คบมิตรของเพื่อน ห้ามคนที่ชมเพื่อน ชมคนที่ด่าเพื่อน ไม่บอกความลับ ไม่ปิดความลับของเพื่อน ไม่ชมงานและปัญญาของเพื่อน ยินดีเมื่อเพื่อนเสื่อม ไม่ยินดีเมื่อเพื่อนเจริญ ได้ของดีมาก็ไม่นึกถึงเพื่อน ส่วนผู้เป็นมิตรมีอาการตรงกันข้าม และยังระลึกถึงเพื่อนที่อยู่ห่างไกล ต้อนรับเมื่อมาหา และทักทายด้วยวาจาไพเราะ
ชาดกในพระไตรปิฎกมีเพียงคาถา อรรถกถาเล่าเพิ่มว่า ในสมัยพุทธกาล อำมาตย์คนหนึ่งของพระเจ้าโกศลทำประโยชน์ให้พระราชามาก จนอำมาตย์คนอื่นอิจฉาและทูลยุยงว่าเขาจะทำร้ายพระองค์ พระราชาไม่เห็นความผิดของเขา จึงไปทูลถามพระศาสดาว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นมิตร พระศาสดาเล่าว่าในอดีต พระราชาแห่งพาราณสีเคยมีปัญหาเดียวกัน และพระโพธิสัตว์ซึ่งเป็นอำมาตย์ผู้สอนอรรถธรรมได้ตอบด้วยคาถาเหล่านี้
คำถามในชาดกคือ บัณฑิตเห็นและได้ฟังบุคคลทำกรรมอย่างไร จึงจะรู้ว่าใครเป็นมิตรหรือไม่ใช่มิตร หลักจึงอยู่ที่การกระทำที่สังเกตได้ อรรถกถาเล่าว่าพระราชาถามเรื่องนี้เพราะมีคนยุยงให้สงสัยอำมาตย์ที่ทำประโยชน์ให้พระองค์
เมื่อมีคนมาเล่าว่าเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งไม่ดี อย่าเพิ่งตัดสินจากคำเล่า ให้สังเกตการกระทำของคนนั้นเองสักระยะ
ผู้ไม่ใช่มิตร เห็นเพื่อนแล้วไม่ยิ้มแย้ม ไม่ต้อนรับ ไม่มองหน้า และพูดย้อนแย้ง ส่วนผู้เป็นมิตร ยินดีต้อนรับเมื่อเพื่อนมาหา มีความรักใคร่ และทักทายด้วยวาจาไพเราะ
เมื่อคนในบ้านหรือเพื่อนร่วมงานเดินเข้ามา ละสายตาจากจอแล้วทักทายสักประโยค เรื่องเล็กนี้บอกอีกฝ่ายว่าเขามีความหมาย
ผู้เป็นมิตรย่อมระลึกถึงเพื่อนที่ไปอยู่ต่างถิ่น อรรถกถาอธิบายคำนี้ว่าหมายถึงเพื่อนที่ไปต่างถิ่น ความเป็นมิตรจึงไม่ได้วัดเฉพาะตอนที่อยู่ใกล้กันหรือมีประโยชน์ต่อกัน
นึกถึงเพื่อนสักคนที่ย้ายไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ แล้วส่งข้อความถามข่าวโดยไม่ต้องมีธุระ
ผู้ไม่ใช่มิตรคบศัตรูของเพื่อน ไม่คบมิตรของเพื่อน ห้ามคนที่ชมเพื่อน และชมคนที่ด่าเพื่อน ส่วนผู้เป็นมิตรคบมิตรของเพื่อน ห้ามปรามคนที่ด่าเพื่อน และชมคนที่พูดถึงความดีของเพื่อน
เมื่อวงสนทนาเริ่มนินทาเพื่อนที่ไม่อยู่ตรงนั้น อย่างน้อยให้พูดว่า "รอคุยกับเขาตรง ๆ ดีกว่า" แทนการร่วมวง
ผู้ไม่ใช่มิตรไม่บอกความลับของตนแก่เพื่อน และไม่ช่วยปิดความลับของเพื่อน ส่วนผู้เป็นมิตรบอกความลับแก่เพื่อน และปิดความลับของเพื่อนไว้
เรื่องส่วนตัวที่เพื่อนเล่าให้ฟัง ไม่นำไปเล่าต่อแม้ในรูปของการขอคำปรึกษา ยกเว้นเรื่องที่มีคนกำลังจะได้รับอันตราย ซึ่งควรหาทางช่วยอย่างเหมาะสม
ผู้ไม่ใช่มิตรไม่ชมการงานและไม่ชมปัญญาของเพื่อน ส่วนผู้เป็นมิตรชมการงานของเพื่อน และชมปัญญาของเพื่อน
เมื่อเพื่อนทำงานชิ้นหนึ่งสำเร็จ ให้ชมแบบเจาะจง เช่น "ส่วนที่สรุปตัวเลขทำได้ชัดมาก" คำชมที่เจาะจงบอกว่าเราตั้งใจดูงานของเขาจริง
ผู้ไม่ใช่มิตรยินดีเมื่อเพื่อนเสื่อม ไม่ยินดีเมื่อเพื่อนเจริญ ได้อาหารดีมาก็ไม่นึกถึงเพื่อน ส่วนผู้เป็นมิตรยินดีเมื่อเพื่อนเจริญ ได้ของดีมาก็นึกถึงเพื่อน และอยากให้เพื่อนได้ส่วนด้วย
สังเกตใจตัวเองเมื่อเพื่อนได้เลื่อนตำแหน่งหรือประสบความสำเร็จ ถ้ามีความอิจฉาแวบขึ้นมา ให้รู้ทันแล้วส่งคำยินดีจริงใจไปหาเขา
ชาดกนี้ให้วิธีดูคนที่ใช้ได้จริง คือดูจากสิ่งที่เห็นและได้ยินซ้ำ ๆ ไม่ใช่จากคำพูดครั้งเดียวหรือข่าวลือ เรื่องในอรรถกถาก็ชี้ว่า คนดีอาจถูกใส่ร้าย ถ้าเราไม่สังเกตด้วยตัวเอง
อาการเหล่านี้ไม่ควรใช้เป็นแบบฟอร์มจับผิดเพื่อน คนทุกคนมีวันที่เหนื่อยหรืออารมณ์ไม่ดี สิ่งที่ควรดูคือแนวโน้มที่เกิดซ้ำเป็นเวลานาน
อีกด้านหนึ่ง ลองใช้รายการนี้ส่องตัวเองด้วยว่า เราเป็นมิตรแบบไหนให้คนอื่น เพราะการเป็นมิตรที่ดีเริ่มได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ใครเป็นก่อน
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พญาช้างผู้เลี้ยงแม่ที่ตาบอดถูกจับไปเป็นช้างหลวง แต่ไม่ยอมรับอาหารเพราะห่วงแม่ที่ไม่มีใครนำทาง พระเจ้ากาสีทรงทร…
พระเจ้ามฆเทวะให้ช่างกัลบกบอกเมื่อเห็นผมหงอก แล้วมอบราชสมบัติ สอนลูกให้ครองเมืองให้ดี และขอว่าอย่าเป็นคนสุดท้าย…
พระโสณาเถรีมีบุตรสิบคน แต่สามีพาบุตรทั้งหมดออกบวชโดยที่ท่านไม่ได้ต้องการ ท่านอยู่ลำพังจนรู้สึกว่าชีวิตไม่มีควา…
หน้าที่ที่พระวินัยวางไว้ให้ทั้งสองฝ่าย ศิษย์ดูแลอุปัชฌาย์และอาจารย์ในชีวิตประจำวัน ช่วยเมื่อท่านไม่สบายใจหรือเ…