ธรรมทายาทสูตร: เป็นทายาทแห่งธรรม ไม่ใช่ทายาทแห่งอามิส
ข้อปฏิบัติ

ธรรมทายาทสูตร: เป็นทายาทแห่งธรรม ไม่ใช่ทายาทแห่งอามิส

ธมฺมทายาทสุตฺตํ

พระพุทธเจ้าทรงอยากให้สาวกรับมรดกเป็นธรรม ไม่ใช่ลาภสักการะ — และพระสารีบุตรแจกแจงกิเลส ๑๖ อย่างที่ต้องละ ด้วยทางสายกลางคืออริยมรรค

๕ ข้อ

ธรรมทายาทสูตรเป็นพระสูตรที่สามของมัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสว่า "เธอทั้งหลายจงเป็นธรรมทายาทของเราเถิด อย่าเป็นอามิสทายาทเลย" แล้วทรงยกตัวอย่างว่า ถ้าพระองค์เสวยเสร็จแล้วมีอาหารเหลือ และมีภิกษุสองรูปมาถึงขณะหิวอ่อนเพลีย รูปหนึ่งฉันอาหารที่เหลือนั้น อีกรูปหนึ่งคิดว่าอาหารเป็นอามิส จึงไม่ฉันและอยู่ทั้งคืนด้วยความหิว รูปหลังนี้ควรบูชาและสรรเสริญกว่า เพราะการกระทำนั้นเป็นไปเพื่อความมักน้อย สันโดษ ขัดเกลากิเลส เลี้ยงง่าย และปรารภความเพียร

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จเข้าที่ประทับ พระสารีบุตรแสดงธรรมต่อว่า สาวกของศาสดาที่อยู่สงัดแต่ไม่ศึกษาความสงัดเป็นอย่างไร และแจกแจงกิเลส ๑๖ อย่างที่เป็นความชั่ว พร้อมทางสายกลางที่ทำให้ละได้ คืออริยมรรคมีองค์ ๘

  1. ๑

    จงเป็นธรรมทายาท อย่าเป็นอามิสทายาท ธมฺมทายาทา เม ภิกฺขเว ภวถ มา อามิสทายาทา

    พระพุทธเจ้าทรงอนุเคราะห์สาวกด้วยความหวังว่าจะรับมรดกเป็นธรรม ถ้าสาวกเป็นอามิสทายาท ทั้งสาวกและพระศาสดาจะถูกติเตียนว่าสาวกรับแต่อามิส

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถามตัวเองว่าเราได้อะไรจากครูหรือพ่อแม่มากที่สุด ถ้าคำตอบมีแต่สิ่งของหรือโอกาส ลองกลับไปรับคุณค่าที่ท่านให้ไว้บ้าง

  2. ๒

    อุปมาอาหารที่เหลือ ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต

    ภิกษุที่หิวแต่ไม่ฉันอาหารที่เหลือเพราะเห็นว่าเป็นอามิส ควรสรรเสริญกว่าภิกษุที่ฉัน เพราะการอดกลั้นนั้นเป็นไปเพื่อความมักน้อย สันโดษ ขัดเกลากิเลส เลี้ยงง่าย และปรารภความเพียร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    บางครั้งการไม่รับสิ่งที่รับได้โดยชอบ ก็เป็นการฝึกความมักน้อยที่ดี เช่น ไม่รับของแถมที่ไม่จำเป็น

  3. ๓

    สาวกที่ไม่ศึกษาความสงัดตามศาสดา สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต สาวกา วิเวกํ นานุสิกฺขนฺติ

    พระสารีบุตรแสดงว่า ศาสดาอยู่สงัด แต่สาวกไม่ศึกษาความสงัด ไม่ละสิ่งที่ศาสดาสอนให้ละ มักมาก ย่อหย่อน เป็นหัวหน้าในการเสื่อม ทอดธุระในความสงัด ย่อมถูกติเตียนทั้งภิกษุชั้นเถระ ชั้นกลาง และชั้นใหม่

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การเป็นลูกศิษย์ที่ดีไม่ได้วัดจากการพูดถึงครูบ่อย แต่วัดจากการทำตามสิ่งที่ครูทำจริง

  4. ๔

    กิเลส ๑๖ อย่างที่เป็นความชั่ว ตตฺราวุโส โลโภ จ ปาปโก โทโส จ ปาปโก

    โลภกับโทสะ โกรธกับผูกโกรธ ลบหลู่กับตีเสมอ ริษยากับตระหนี่ มายากับโอ้อวด หัวดื้อกับแข่งดี ถือตัวกับดูหมิ่น มัวเมากับประมาท ทั้ง ๑๖ อย่างนี้เป็นความชั่ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    รายการนี้ใกล้เคียงกับอุปกิเลส ๑๖ อ่านคู่กับหน้าอุปกิเลส ๑๖ เพื่อดูคำอธิบายและวิธีใช้รายข้อ

  5. ๕

    ทางสายกลางเพื่อละความชั่วเหล่านั้น มชฺฌิมา ปฏิปทา

    เพื่อละความชั่วเหล่านี้ มีทางสายกลางที่ทำให้เกิดจักษุ ทำให้เกิดญาณ เป็นไปเพื่อความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ และนิพพาน คืออริยมรรคมีองค์ ๘

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ไม่ต้องจัดการกิเลสทั้ง ๑๖ ทีละตัว การเดินตามมรรคมีองค์ ๘ อย่างสม่ำเสมอจะค่อย ๆ ลดทั้งหมดไปพร้อมกัน อ่านคู่กับหน้ามรรคมีองค์ ๘

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หลักทายาทแห่งธรรมใช้ได้กับทุกคนที่มีครู มีพ่อแม่ หรือมีองค์กรที่ตัวเองเป็นส่วนหนึ่ง — สิ่งที่ควรรับสืบต่อคือคุณค่าและภูมิปัญญา ไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน ตำแหน่ง หรือชื่อเสียงที่ได้จากการเป็นศิษย์หรือเป็นลูก

สำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับศาสนาหรือการสอน พระสูตรนี้เป็นกระจกที่ชัดมาก ลองถามว่าสิ่งที่ได้จากงานนี้ เป็นธรรมหรือเป็นอามิสมากกว่ากัน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปริโภคมยปุญญกถาและอิโตทินนกถา: บุญงอกเพราะการใช้ของ และทานถึงผู้ล่วงลับอย่างไร

อิโตทินฺนกถา

สองกถาต่อกันในกถาวัตถุ ถามว่าบุญงอกงามเองเพราะผู้รับใช้ของหรือไม่ และผู้ล่วงลับยังชีพด้วยของที่ให้จากโลกนี้โดย…

อิจฉานังคลสูตรและกิมิลสูตร: ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงอยู่ด้วยมาก

อริยวิหาโร อิติปิ พฺรหฺมวิหาโร อิติปิ ตถาคตวิหาโร อิติปิ

พระพุทธเจ้าทรงหลีกเร้นสามเดือน แล้วตรัสว่าตลอดพรรษาทรงอยู่ด้วยอานาปานสติสมาธิเป็นส่วนมาก ทรงเรียกว่าเป็นธรรมเค…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้