ตุวฏกสุตตนิทเทส: ใจนิ่งเหมือนกลางมหาสมุทร
มชฺเฌ ยถา สมุทฺทสฺสแนวปฏิบัติจากตุวฏกสูตร ตัดรากความคิดเนิ่นช้าคือความถือว่าเป็นเรา ไม่ทะนงเพราะคุณธรรม สงบภายในเหมือนกลางมหาสมุท…
สาธุ สมฺพหุลา ญาตี
ญาติที่มีมากและอยู่อย่างเกื้อกูลกันเป็นสิ่งดี ต้นไม้ในป่าที่ขึ้นรวมกันต้านลมได้ แต่ต้นไม้ที่ยืนโดดเดี่ยว แม้ใหญ่โตเพียงใด ลมก็พัดโค่นได้
ในรุกขธรรมชาดก เอกกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย มีคาถาบทเดียวว่า มีญาติมากเป็นความดี ต้นไม้ในป่าที่ขึ้นหลายต้นก็เป็นการดี ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่โดดเดี่ยว แม้งอกงามใหญ่โตเท่าใด ลมก็พัดให้ล้มได้
อรรถกถาเล่าว่า พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องนี้เมื่อพระญาติฝ่ายศากยะและโกลิยะกำลังจะวิวาทกันเรื่องน้ำในแม่น้ำโรหิณี พระองค์ตรัสเตือนว่าญาติควรสามัคคีกัน เพราะเมื่อญาติสามัคคี ศัตรูย่อมไม่ได้โอกาส
เรื่องในอดีตตามอรรถกถา พระโพธิสัตว์เป็นรุกขเทวดาในป่าไม้รัง แนะนำญาติเทวดาให้เลือกอยู่ในต้นไม้ที่ล้อมรอบกันในป่า ไม่ให้เลือกต้นไม้ที่ยืนอยู่บนเนินลำพัง เทวดาที่เชื่อก็อยู่ในป่า ส่วนพวกที่อยากได้ลาภและเครื่องสักการะจากมนุษย์ ก็ไปเลือกต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นเดี่ยว ๆ ใกล้หมู่บ้าน วันหนึ่งเกิดพายุใหญ่ ต้นไม้เดี่ยวหักโค่นถอนราก แต่ป่ารังที่ขึ้นชิดกันไม่ล้มเลยสักต้น
คาถากล่าวว่ามีญาติมากเป็นความดี อรรถกถาขยายว่า เมื่อญาติจำนวนมากต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอยู่ ย่อมงดงาม และศัตรูกำจัดไม่ได้
ติดต่อญาติพี่น้องบ้างแม้ในยามที่ไม่มีธุระ เช่น โทรถามข่าวคราว ความสัมพันธ์ที่ดูแลไว้จะเป็นที่พึ่งในวันที่ลำบาก
คาถาเปรียบว่า แม้ต้นไม้ที่เกิดในป่าหลายต้นก็เป็นการดี อรรถกถาอธิบายว่า อย่าว่าแต่มนุษย์เลย แม้ต้นไม้ที่ไม่มีเจตนาก็ยังตั้งอยู่โดยค้ำจุนกันและกัน
ในทีมงาน ให้คนช่วยเสริมจุดอ่อนของกันและกัน แทนที่จะแข่งกันจนแต่ละคนต้องแบกทุกอย่างคนเดียว
ลมย่อมพัดต้นไม้ที่ตั้งอยู่ลำพังให้ล้มได้ อรรถกถาอธิบายว่าคือต้นไม้ที่ตั้งตระหง่านบนเนิน ไม่มีต้นไม้อื่นเกี่ยวประสาน
สังเกตว่าตัวเองกำลังแยกตัวจากคนรอบข้างเพราะงานหรือความเครียดหรือไม่ ถ้าใช่ ให้เริ่มกลับไปเชื่อมต่อทีละน้อย
แม้เป็นไม้ใหญ่ระดับเจ้าป่า สมบูรณ์ด้วยกิ่งก้าน ถ้ายืนอยู่โดดเดี่ยว ลมแรงก็พัดโค่นถอนรากได้ ความใหญ่โตของตัวเองอย่างเดียวจึงไม่พอ
อย่าคิดว่าเงิน ตำแหน่ง หรือความสามารถจะทำให้ไม่ต้องพึ่งใคร คนที่ประสบความสำเร็จก็ยังต้องมีเพื่อนและครอบครัวที่ไว้ใจได้
ในอรรถกถา เทวดาบางพวกไม่ฟังคำแนะนำ ไปเลือกต้นไม้เดี่ยวใกล้หมู่บ้านเพราะหวังลาภและยศจากมนุษย์ เมื่อพายุมาจึงไม่มีที่อยู่ ต้องพาลูกหลานกลับไปขอพึ่งเทวดาในป่า
เมื่อเลือกงานหรือที่อยู่ใหม่ อย่าดูแค่ผลตอบแทน ให้ดูด้วยว่าจะห่างจากคนที่เกื้อกูลเรามากเกินไปหรือไม่
อรรถกถาเล่าว่า เหตุที่ตรัสชาดกนี้คือพระญาติทั้งสองฝ่ายกำลังจะวิวาทกันเรื่องน้ำ พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าความแตกแยกในหมู่ญาติเปิดโอกาสให้ศัตรู และตรัสให้อยู่ด้วยความรักใคร่กลมเกลียวกัน
เมื่อพี่น้องขัดแย้งเรื่องมรดกหรือเงินทอง ให้คุยกันตรง ๆ และถามว่าผลประโยชน์ที่ได้คุ้มกับความสัมพันธ์ที่เสียไปหรือไม่
คาถานี้ไม่ได้บอกว่าต้องมีญาติจำนวนมากถึงจะดี ใจความอยู่ที่การอยู่อย่างเกื้อหนุนกัน อรรถกถาอธิบายว่า ต้นไม้ในป่าตั้งอยู่โดยต่างค้ำจุนกัน ความเข้มแข็งจึงมาจากการเชื่อมโยง ไม่ได้มาจากขนาดของต้นใดต้นหนึ่ง
ในชีวิตปัจจุบัน คนที่เก่งมากแต่ตัดขาดจากครอบครัว เพื่อน และทีมงาน อาจดูมั่นคงในยามปกติ แต่เมื่อเจอวิกฤต เช่น เจ็บป่วย ตกงาน หรือสูญเสีย ก็ล้มได้ง่าย การดูแลความสัมพันธ์ไว้ตั้งแต่ยามสบายจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ทั้งนี้การรักษาความสัมพันธ์ไม่ได้หมายถึงการทนอยู่กับคนที่ทำร้ายเรา ความสามัคคีที่ชาดกพูดถึงคือการเกื้อกูลกัน
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
แนวปฏิบัติจากตุวฏกสูตร ตัดรากความคิดเนิ่นช้าคือความถือว่าเป็นเรา ไม่ทะนงเพราะคุณธรรม สงบภายในเหมือนกลางมหาสมุท…
ภาพของผู้สงบจากปุราเภทสูตร ไม่โกรธ ไม่สะดุ้ง ไม่โอ้อวด พูดด้วยปัญญา ไม่ข้องอนาคต ไม่เศร้าโศกอดีต ไม่หลอกลวง ไม…
คาถาสั้น ๆ ที่พระอัสสชิกล่าวแก่อุปติสสะ (ต่อมาคือพระสารีบุตร) — สิ่งทั้งหลายเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสเหตุและควา…
มหานามะสอนอนุรุทธะเรื่องงานครองเรือนที่ไม่มีวันจบ อนุรุทธะชวนพระเจ้าภัททิยะที่ต่อรองจากเจ็ดปีเหลือเจ็ดวัน อุบา…