ตุวฏกสุตตนิทเทส: ใจนิ่งเหมือนกลางมหาสมุทร
ข้อปฏิบัติ

ตุวฏกสุตตนิทเทส: ใจนิ่งเหมือนกลางมหาสมุทร

มชฺเฌ ยถา สมุทฺทสฺส

แนวปฏิบัติจากตุวฏกสูตร ตัดรากความคิดเนิ่นช้าคือความถือว่าเป็นเรา ไม่ทะนงเพราะคุณธรรม สงบภายในเหมือนกลางมหาสมุทรที่ไม่มีคลื่น สำรวมตาและหู ไม่คร่ำครวญเมื่อเจ็บป่วย ไม่หลับมาก ไม่หวั่นไหวเพราะนินทา ไม่ฟูเพราะคำชม และไม่ตอบคำหยาบด้วยคำหยาบ

๘ ข้อ

นิทเทสเป็นคัมภีร์ในขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก ทำหน้าที่อธิบายพระสูตรในสุตตนิบาตทีละคำ ในตุวฏกสุตตนิทเทส มหานิทเทส ท่านอธิบายตุวฏกสูตรในอัฏฐกวรรค นิทเทสระบุว่าผู้ถามคือพระพุทธนิมิต ถามว่าภิกษุเห็นอย่างไรจึงไม่ยึดมั่นสิ่งใดในโลกแล้วดับได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า พึงใช้ปัญญากำจัดรากของธรรมเครื่องเนิ่นช้าและความถือตัวว่าเป็นเรา มีสติศึกษาเพื่อกำจัดตัณหาที่อยู่ภายในทุกเมื่อ ไม่ทะนงตนเพราะคุณธรรมที่มี ไม่สำคัญตนว่าดีกว่า ต่ำกว่า หรือเสมอเขา สงบภายในนี้เอง ไม่แสวงหาความสงบจากทางอื่น และตั้งมั่นไม่หวั่นไหวเหมือนกลางมหาสมุทรที่ไม่มีคลื่น

ผู้ถามขอให้ตรัสข้อปฏิบัติ คือปาติโมกข์และสมาธิ พระพุทธเจ้าจึงตรัสข้อปฏิบัติอีกหลายข้อ เช่น ไม่ให้ตาสอดส่าย ป้องกันหูจากเรื่องชาวบ้าน ไม่ติดในรส ไม่คร่ำครวญเมื่อเจ็บป่วย ไม่สะสมอาหารและผ้า ไม่หลับมาก ไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและไม่ฟูเพราะสรรเสริญ ไม่ค้าขาย ไม่พูดโอ้อวด และไม่ตอบคำหยาบด้วยคำหยาบ

ข้อปฏิบัติในพระสูตรนี้ตรัสแก่ภิกษุ บางข้อ เช่น การเว้นเมถุนธรรม การไม่ค้าขาย และการไม่ประกอบดิรัจฉานวิชาอย่างทำนายฝันหรือดูฤกษ์ เป็นวัตรของนักบวชโดยตรง หน้านี้จึงเลือกข้อที่ผู้ครองเรือนนำหลักใจมาใช้ได้

  1. ๑

    ตัดรากความเนิ่นช้าด้วยปัญญา มูลํ ปปญฺจสงฺขาย

    ตรัสว่าพึงกำจัดรากแห่งธรรมเครื่องเนิ่นช้าและความถือตัวว่าเป็นเราด้วยปัญญา นิทเทสอธิบายว่าธรรมเครื่องเนิ่นช้ามีสองฝ่าย คือตัณหาและทิฏฐิ รากของทั้งสองคือ อวิชชา การใส่ใจไม่แยบคาย ความถือตัวว่าเป็นเรา ความไม่ละอายและไม่เกรงกลัวต่อบาป และความฟุ้งซ่าน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อความคิดแตกแขนงไม่จบ ให้ถามว่าเรื่องนี้วนอยู่รอบคำว่า "ฉัน" มากแค่ไหน ความคิดเนิ่นช้ามักเบาลงเมื่อเห็นรากนี้

  2. ๒

    ไม่ทะนงเพราะคุณธรรม น เตน ถามํ กุพฺเพถ

    ภิกษุพึงรู้คุณธรรมทั้งภายในและภายนอก แต่ไม่ทำความทะนงด้วยคุณธรรมนั้น เพราะผู้สงบไม่กล่าวว่านั่นคือความดับกิเลส นิทเทสอธิบายว่าคุณธรรมภายในคือของตน เช่น เกิดในตระกูลสูง มีชื่อเสียง ทรงจำพระสูตรพระวินัย ถือธุดงค์ หรือได้ฌาน ส่วนภายนอกคือคุณธรรมของอุปัชฌาย์หรืออาจารย์ และไม่พึงถือตัวว่าดีกว่า ต่ำกว่า หรือเสมอเขา ด้วยสิ่งเหล่านี้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกภูมิใจในครูบาอาจารย์ สำนัก หรือสถาบันของตน ให้ระวังไม่ให้ความภูมิใจนั้นกลายเป็นการมองคนอื่นต่ำลง

  3. ๓

    กลางมหาสมุทรไม่มีคลื่น อุสฺสทํ ภิกฺขุ น กเรยฺย กุหิญฺจิ

    ตรัสว่ากลางมหาสมุทรไม่มีคลื่นเกิดขึ้น น้ำนิ่งอยู่ฉันใด ภิกษุพึงตั้งมั่นไม่หวั่นไหวฉันนั้น ไม่พึงทำกิเลสเครื่องฟูขึ้นในที่ไหน ๆ นิทเทสอธิบายว่าความนิ่งคือไม่หวั่นไหวเพราะลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข และทุกข์ และกิเลสเครื่องฟูมีเจ็ด คือ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ กิเลส และกรรม ก่อนหน้านั้นตรัสว่าให้สงบภายในนี้เอง ซึ่งนิทเทสอธิบายว่าไม่แสวงหาความสงบจากทางที่ไม่ใช่สติปัฏฐาน อริยมรรค และธรรมเครื่องตรัสรู้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีข่าวดีหรือข่าวร้ายเข้ามา ลองนึกภาพตัวเองเป็นน้ำชั้นกลางของทะเล ปล่อยให้คลื่นอยู่ข้างบน แล้วตัดสินใจจากข้างในที่นิ่งกว่า

  4. ๔

    ตาไม่สอดส่าย หูไม่ฟังเรื่องไร้สาระ จกฺขูหิ เนว โลลสฺส

    ตรัสว่าไม่พึงโลเลด้วยตา พึงป้องกันหูจากเรื่องชาวบ้าน ไม่พึงติดในรส และไม่ยึดถือสิ่งใดว่าเป็นของเรา นิทเทสอธิบายว่าโลเลด้วยตาคือเที่ยวไปเพื่อดูสิ่งที่ยังไม่เคยดู เดินมองไปทั่ว ไม่สำรวมเมื่อเห็นรูป และขวนขวายดูการละเล่นต่าง ๆ ส่วนเรื่องชาวบ้านคือติรัจฉานกถา เช่น เรื่องพระราชา เรื่องโจร เรื่องกองทัพ เรื่องภัย เรื่องอาหาร เรื่องญาติ เรื่องบ้านเมือง เรื่องผู้หญิงผู้ชาย และเรื่องความเจริญความเสื่อม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    กำหนดช่วงเวลาปลอดฟีดข่าวและคลิปสั้นวันละช่วง แล้วสังเกตว่าใจนิ่งขึ้นแค่ไหนเมื่อตาและหูไม่ถูกดึงไปตลอดเวลา

  5. ๕

    เจ็บป่วยไม่คร่ำครวญ ผสฺเสน ยทา ผุฏฺฐสฺส

    ตรัสว่าเมื่อถูกผัสสะกระทบ ไม่พึงคร่ำครวญในที่ไหน ๆ ไม่พึงปรารถนาภพ และไม่พึงหวั่นไหวในสิ่งน่ากลัว นิทเทสอธิบายว่าผัสสะในที่นี้คือโรคภัย แล้วไล่ชื่อโรคไว้ยาว รวมทั้งอาพาธที่เกิดจากฤดูแปรปรวน การบริหารร่างกายไม่สม่ำเสมอ ความเพียรเกินกำลัง และวิบากกรรม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ไม่คร่ำครวญไม่ได้แปลว่าไม่รักษา ให้ไปพบแพทย์และดูแลตัวเองตามปกติ แต่ลดการเล่าความทุกข์ซ้ำ ๆ ที่ทำให้ใจทรุดกว่ากาย

  6. ๖

    ไม่หลับมาก ไม่เกียจคร้าน นิทฺทํ น พหุลีกเร

    ตรัสว่าไม่พึงทำความหลับให้มาก พึงมีความเพียร ตื่นอยู่ ละความเกียจคร้าน ความลวง ความหัวเราะ การเล่น และเมถุนธรรม นิทเทสอธิบายว่าภิกษุพึงแบ่งกลางวันและกลางคืนเป็นหกส่วน ตื่นห้าส่วน หลับหนึ่งส่วน กลางวันและยามต้นเดินจงกรมและนั่งชำระใจ ยามกลางนอนตะแคงขวาอย่างมีสติ ยามท้ายตื่นขึ้นมาปฏิบัติต่อ ข้อนี้เป็นวัตรของภิกษุ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ผู้ครองเรือนควรนอนให้พอกับสุขภาพ แต่ลองดูว่ามีเวลาที่หมดไปกับการนอนเล่นหรือเลื่อนหน้าจอบนเตียงหรือไม่ แล้วนำเวลานั้นมาเดินหรือนั่งสงบใจสักสิบนาที

  7. ๗

    นินทาไม่หวั่น ชมไม่ฟู นินฺทาย นปฺปเวเธยฺย

    ตรัสว่าไม่พึงหวั่นไหวเพราะนินทา ถูกสรรเสริญแล้วไม่พึงฟูขึ้น พึงบรรเทาความโลภพร้อมความตระหนี่ ความโกรธ และคำส่อเสียด นิทเทสอธิบายว่าคนอาจติเตียนหรือยกย่องด้วยเรื่องชาติตระกูล รูปร่าง ทรัพย์ การงาน หรือความรู้ ผู้ถูกนินทาไม่พึงหวาดกลัว ผู้ถูกชมไม่พึงถือตัว จองหอง หรือหัวสูง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อได้รับคำชม ให้ขอบคุณแล้วกลับมาทำงานต่อ เมื่อถูกติ ให้ฟังเนื้อหาว่ามีส่วนจริงที่นำไปปรับได้ไหม แทนการคิดว่าตัวเราถูกทำลาย

  8. ๘

    ไม่ตอบคำหยาบด้วยคำหยาบ น หิ สนฺโต ปฏิเสนิกโรติ

    ตรัสว่าเมื่อได้ยินคำพูดมากมายที่ไม่น่าพอใจจากนักบวชหรือคนช่างพูด ไม่พึงโต้ตอบด้วยคำหยาบ เพราะผู้สงบย่อมไม่ทำผู้อื่นให้เป็นศัตรู นิทเทสอธิบายว่าไม่ด่าตอบคนที่ด่า ไม่ขัดเคืองตอบคนที่ขัดเคือง ไม่ทะเลาะ ไม่แก่งแย่ง ไม่วิวาท

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเจอคอมเมนต์หยาบคาย ให้รอให้ใจเย็นก่อนตอบ ถ้าจำเป็นต้องตอบ ให้ตอบเฉพาะเนื้อหาด้วยถ้อยคำสุภาพ หรือเลือกไม่ตอบเลย

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ภาพกลางมหาสมุทรที่ไม่มีคลื่นเหมาะกับคนยุคนี้มาก ผิวน้ำด้านบนยังมีลมพัดอยู่ตลอด เหมือนชีวิตที่ยังมีงาน ข่าวสาร และคำพูดของคนอื่นมากระทบ แต่ข้างในยังนิ่งได้

นิทเทสอธิบายว่าความนิ่งคือไม่หวั่นไหวเพราะได้หรือเสียลาภ ยศ คำสรรเสริญ คำนินทา สุข และทุกข์ และสิ่งที่ทำให้ใจฟูขึ้นมีเจ็ดอย่าง คือ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ กิเลส และกรรม

หลายข้อในพระสูตรใช้ได้ตรง ๆ เช่น การไม่ตอบโต้คำหยาบ และการไม่ไหลตามคำชม ส่วนเรื่องการนอน ผู้ครองเรือนควรนอนให้พอกับสุขภาพ แล้วนำหลักไม่ปล่อยเวลาไปกับความหลับและความขี้เกียจมาใช้แทน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เภสัชห้าเก็บได้ไม่เกินเจ็ดวัน: เมื่อยาของภิกษุไข้กลายเป็นคลังสะสม

สตฺตาหปรมํ สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานิ

ชาวบ้านเลื่อมใสพระปิลินทวัจฉะจึงนำเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง และน้ำอ้อยมาถวายไม่ขาด ศิษย์ของท่านเก็บใส่หม้อใส…

สังวรสูตรและภัตตุเทสกสูตร: เพียร ๔ แบบ กับผู้แจกที่ไม่ลำเอียง

สํวโร จ ปหานญฺจ ภาวนา อนุรกฺขนา

ความเพียร ๔ แบบในจรวรรค — สำรวมไว้ ละออก เจริญขึ้น และตามรักษา — กับภัตตุเทสก์ ผู้จัดแจกภัตตาหารที่ถ้าลำเอียงก…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้