สมถะ–วิปัสสนา: ยุคนัทธ ๔
สมโถ จ วิปสฺสนา จความสงบกับความเห็นแจ้งต้องไปด้วยกัน — สี่ทางที่พระอานนท์แสดงว่าผู้บรรลุธรรมเดินมา ไม่มีทางเดียวที่ถูกสำหรับทุก…
สมฺโมทมานา คจฺฉนฺติ ชาลมาทาย ปกฺขิโน
นกฝูงหนึ่งร่วมใจกันยกข่ายของนายพรานบินหนีไปได้ทุกวัน จนวันหนึ่งทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็ก ๆ แล้วต่างคนต่างรอให้อีกฝ่ายยก ชาดกนี้สอนว่าความแตกแยกเปิดช่องให้ภัยเข้ามา
ในสัมโมทมานชาดก เอกกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย มีคาถาบทเดียวว่า นกทั้งหลายพร้อมเพรียงกันพาเอาข่ายไป เมื่อใดพวกมันทะเลาะกัน เมื่อนั้นพวกมันจักตกอยู่ในอำนาจของเรา อรรถกถาระบุว่าผู้กล่าวคาถานี้คือนายพรานนก
ชาดกในพระไตรปิฎกมีเพียงคาถา เรื่องเล่ามาจากอรรถกถา ว่าพระโพธิสัตว์เกิดเป็นหัวหน้านกกระจาบ (ตามสำนวนแปล) มีบริวารหลายพัน นายพรานทำเสียงเลียนนกให้มารวมกันแล้วทอดข่ายจับ พระโพธิสัตว์จึงสอนว่า เมื่อข่ายตกลงมา ให้ทุกตัวสอดหัวเข้าในตาข่ายแล้วช่วยกันยกบินไปวางบนพุ่มไม้มีหนาม แล้วหลบออกทางข้างล่าง นายพรานต้องเสียเวลาปลดข่ายจนค่ำและกลับบ้านมือเปล่าอยู่หลายวัน
ต่อมานกตัวหนึ่งเผลอเหยียบหัวอีกตัวตอนลงหากิน แม้ตัวที่เหยียบจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ อีกตัวก็ยังโกรธ จนทะเลาะกันลามไปว่า "ท่านคนเดียวกระมังที่ยกข่ายได้" พระโพธิสัตว์เห็นว่าการทะเลาะไม่มีความปลอดภัย จึงพาบริวารของตนไปอยู่ที่อื่น เมื่อนายพรานมาอีก นกที่เหลือต่างพูดให้อีกฝ่ายยกข่าย จึงถูกจับไปทั้งหมด อรรถกถาเล่าว่าพระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้เพื่อเตือนพระญาติที่ทะเลาะกัน
คาถากล่าวว่า นกทั้งหลายพร้อมเพรียงกันพาเอาข่ายไป อรรถกถาเล่าว่า เมื่อทุกตัวสอดหัวเข้าตาข่ายแล้วบินพร้อมกัน ข่ายทั้งผืนก็ลอยขึ้นและถูกพาไปวางไว้บนพุ่มไม้มีหนาม
งานที่ดูหนักเกินตัว เช่น ดูแลพ่อแม่ป่วย หรือจัดงานใหญ่ ให้แบ่งหน้าที่กันชัด ๆ แล้วลงมือพร้อมกัน
อรรถกถาเล่าว่า พระโพธิสัตว์ไม่ได้บอกแค่ว่าให้สามัคคีกัน แต่บอกวิธีทำทีละขั้น คือสอดหัวเข้าตาข่าย ยกบินไป วางบนพุ่มไม้มีหนาม แล้วหลบออกทางข้างล่าง
เวลาชวนทีมให้ร่วมมือกัน ให้บอกด้วยว่าแต่ละคนต้องทำอะไร เมื่อไร และอย่างไร ความสามัคคีจะเกิดง่ายขึ้นมาก
อรรถกถาเล่าว่า นกตัวหนึ่งเหยียบหัวอีกตัวโดยไม่ตั้งใจ และบอกว่าอย่าโกรธเลย แต่อีกตัวก็ยังโกรธอยู่ เรื่องเล็กที่ควรจบด้วยคำขอโทษจึงกลายเป็นการทะเลาะของทั้งฝูง
เมื่ออีกฝ่ายยอมรับว่าพลาดและขอโทษแล้ว ให้โอกาสเรื่องจบตรงนั้น อย่าเก็บไปขยายเป็นเรื่องทั้งหมดของความสัมพันธ์
คาถาเป็นคำของนายพรานที่มองออกว่า ตราบใดที่นกยังพร้อมเพรียงกัน เขาจับไม่ได้ แต่เมื่อใดทะเลาะกัน นกเหล่านั้นจะตกอยู่ในอำนาจของเขา ผู้ที่หวังร้ายจึงรอเพียงวันที่กลุ่มแตกแยก
เมื่อพี่น้องทะเลาะกันเรื่องมรดก หรือทีมแตกกันเป็นฝ่าย ให้นึกว่าคนที่ได้ประโยชน์จริง ๆ มักเป็นคนนอก
อรรถกถาเล่าว่า เมื่อนายพรานทอดข่ายอีกครั้ง นกต่างพูดกันว่า ท่านยกข่ายจนขนร่วงไม่ใช่หรือ ท่านก็ยกไปสิ ต่างคนต่างรอให้อีกฝ่ายลงแรง ข่ายจึงไม่มีใครยก และถูกจับไปทั้งหมด
ในทีม ถ้าเริ่มได้ยินคำว่า "ก็เก่งนักนี่ ทำเองสิ" ให้รีบคุยกันก่อนที่งานส่วนรวมจะไม่มีใครรับผิดชอบ
อรรถกถาเล่าว่า พระโพธิสัตว์เห็นว่าการทะเลาะไม่มีความปลอดภัย จึงพาบริวารของตนไปอยู่ที่อื่น ไม่เข้าไปร่วมทะเลาะ และไม่รออยู่ในที่ที่ภัยกำลังจะมา
ถ้าห้ามการทะเลาะไม่ได้ อย่างน้อยอย่าเข้าไปเป็นฝ่ายหนึ่ง และดูแลคนในความรับผิดชอบของเราให้พ้นจากความขัดแย้งนั้น
ภาพนกช่วยกันยกข่ายเป็นภาพที่ใช้ได้กับทุกกลุ่ม ทั้งครอบครัว ทีมงาน ชุมชน หรือประเทศ ปัญหาใหญ่ที่คนเดียวแบกไม่ไหว มักยกได้เมื่อทุกคนออกแรงพร้อมกัน
จุดที่น่าสังเกตคือ ความแตกแยกไม่ได้เริ่มจากเรื่องใหญ่ แต่เริ่มจากการเหยียบหัวโดยไม่ตั้งใจ แล้วมีฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับคำขอโทษ จากนั้นเรื่องเล็กก็ลามไปเป็นการทวงบุญคุณว่าใครทำมากกว่ากัน
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ความสงบกับความเห็นแจ้งต้องไปด้วยกัน — สี่ทางที่พระอานนท์แสดงว่าผู้บรรลุธรรมเดินมา ไม่มีทางเดียวที่ถูกสำหรับทุก…
นักบวชเปลือยชื่อกัสสปทูลถามว่าพระพุทธเจ้าทรงติตบะทุกอย่างจริงหรือ พระองค์ตรัสว่าไม่ได้เหมารวม แต่ข้อวัตรภายนอก…
ผลดี ๑๑ ประการของการเจริญเมตตาอย่างสม่ำเสมอ — หลับสบาย ตื่นสบาย ไม่ฝันร้าย เป็นที่รัก ใจตั้งมั่นเร็ว หน้าผ่องใ…
ท่านพระอุบาลีทูลขอธรรมโดยย่อเพื่อไปปฏิบัติตามลำพัง พระพุทธเจ้าทรงให้เกณฑ์ข้อเดียว — สิ่งใดเป็นไปโดยส่วนเดียวเพ…