สิกขาบทเรื่องทำลายสงฆ์: เตือนก่อน และอย่าเป็นกองหนุนของความแตกแยก
สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกเมยฺยพระเทวทัตชวนพวกเสนอวัตถุ ๕ เพื่อทำลายสงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงให้เลือกปฏิบัติตามความสมัครใจ แล้วทรงบัญญัติให้ภิกษุเต…
สีลานิสํสชาตกํ
อุบาสกผู้มีศรัทธากับช่างกัลบกเรือแตกกลางทะเล อุบาสกรักษาศีลไว้แม้ในยามลำบาก และแบ่งบุญให้เพื่อนร่วมทาง ทั้งสองจึงรอดกลับบ้าน คาถาสอนให้ดูผลของศรัทธา ศีล จาคะ และให้คบหาสัตบุรุษ
ในสีลานิสังสชาดก อสทิสวรรค ทุกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย มีคาถาสองบท บทแรกว่า จงดูผลของศรัทธา ศีล และจาคะนี้เถิด พญานาคแปลงเพศเป็นเรือ พาอุบาสกผู้มีศรัทธาไป บทที่สองว่า พึงสมาคมกับสัตบุรุษ พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ เพราะช่างกัลบกถึงความสวัสดีได้ก็เพราะอยู่ร่วมกับสัตบุรุษ
เรื่องเล่ามาจากอรรถกถา อุบาสกผู้หนึ่งในสมัยพุทธกาลตั้งใจไปพระเชตวัน ถึงฝั่งแม่น้ำอจิรวดีตอนเย็นแต่ไม่มีเรือ จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าด้วยปีติแล้วเดินข้ามน้ำไปได้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสเล่าเรื่องในอดีตว่า ครั้งพระกัสสปพุทธเจ้า อุบาสกผู้เป็นโสดาบันโดยสารเรือไปกับช่างกัลบกคนหนึ่ง ภรรยาของช่างกัลบกฝากสามีไว้กับอุบาสก เรือแตกกลางทะเล ทั้งสองเกาะแผ่นกระดานลอยไปถึงเกาะแห่งหนึ่ง
อรรถกถาเล่าต่อว่า ช่างกัลบกฆ่านกปิ้งกินแล้วแบ่งให้ แต่อุบาสกไม่รับ แล้วระลึกถึงพระรัตนตรัย พญานาคที่เกาะนั้นแปลงกายเป็นเรือ มีเทวดาประจำทะเลเป็นต้นหน เทวดาจะรับเฉพาะอุบาสก เพราะช่างกัลบกไม่มีศีล อุบาสกจึงให้ส่วนบุญแก่เพื่อน ช่างกัลบกอนุโมทนา ทั้งสองจึงได้กลับถึงพาราณสี เทวดากล่าวคาถาทั้งสองบทนี้ อรรถกถาประชุมชาดกว่าพญานาคคือพระสารีบุตร และเทวดาประจำทะเลคือพระพุทธเจ้า
ในอรรถกถา เมื่อลอยไปถึงเกาะ อุบาสกคิดว่า ในที่นี้นอกจากพระรัตนตรัยแล้ว ไม่มีที่พึ่งอื่นสำหรับเรา จึงนั่งระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ส่วนเรื่องปัจจุบันเล่าว่า อุบาสกอีกคนหนึ่งตั้งปีติที่มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ไว้มั่น เมื่อปีติอ่อนลงเท้าเริ่มจม เมื่อประคองปีติให้มั่นขึ้นอีกก็เดินต่อไปได้
ในวันที่เกิดเรื่องใหญ่ ให้มีสิ่งหนึ่งที่ใจยึดไว้ได้ เช่น บทสวดสั้น ๆ ลมหายใจ หรือหลักที่เราเชื่อ ใช้มันดึงใจกลับมาทุกครั้งที่เริ่มตื่นตระหนก แล้วค่อยคิดทางแก้ทีละขั้น
ในอรรถกถา ช่างกัลบกฆ่านกปิ้งกินแล้วให้อุบาสก อุบาสกไม่รับประทาน กล่าวเพียงว่า อย่าเลยสำหรับเรา อรรถกถาไม่ได้เล่าว่าอุบาสกตำหนิเพื่อน เขาเพียงรักษาหลักของตนไว้
เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่คนรอบตัวทำสิ่งที่เราไม่ทำ ปฏิเสธอย่างสุภาพโดยไม่ต้องเทศนาใคร การรักษาหลักไม่จำเป็นต้องแลกกับการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด
คาถาบทแรกกล่าวว่า จงดูผลของศรัทธา ศีล และจาคะนี้เถิด อรรถกถาอธิบายว่า ศรัทธาและศีลในที่นี้มีทั้งระดับโลกิยะและโลกุตตระ ส่วนจาคะมีทั้งการสละสิ่งของให้ผู้อื่น และการสละกิเลส
ลองมองความดีสามอย่างนี้เป็นการลงทุนระยะยาว ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูก การรักษาศีล และการรู้จักให้ มักไม่เห็นผลทันที แต่เป็นสิ่งที่ทำให้คนไว้ใจเราและทำให้ใจเราเองมั่นคงในวันที่ลำบาก
ในอรรถกถา เทวดาประจำทะเลบอกว่านำเรือมาเพื่ออุบาสกเท่านั้น ช่างกัลบกขึ้นเรือไม่ได้เพราะไม่มีศีลและอาจาระ อุบาสกจึงกล่าวว่า เราให้ส่วนบุญแก่คนนี้ด้วยทานที่ให้ ศีลที่รักษา และภาวนาที่อบรม ช่างกัลบกกล่าวว่าขออนุโมทนา เทวดาจึงพาไปทั้งสองคน
เมื่อเราได้โอกาสดี ๆ อย่าลืมคนที่ร่วมลำบากมาด้วยกัน ถามตัวเองว่าเราแบ่งโอกาส ความรู้ หรือคำแนะนำให้เขาได้อย่างไรบ้าง
คาถาบทที่สองกล่าวว่า พึงสมาคมกับสัตบุรุษ พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ อรรถกถาอธิบายว่าสัตบุรุษคือบัณฑิต ความสนิทสนมหมายถึงความเป็นมิตร และเสริมว่าไม่ควรทำความสนิทสนมด้วยตัณหากับใคร ๆ
เวลาเลือกคนที่จะใช้เวลาด้วยมาก ๆ ให้ดูว่าอยู่ใกล้เขาแล้วเราดีขึ้นหรือแย่ลง ส่วนความสนิทที่ผูกกันด้วยผลประโยชน์หรือความหลงอย่างเดียว มักไม่พาไปไหนได้ไกล
ท้ายคาถากล่าวว่า ช่างกัลบกถึงความสวัสดีได้ก็เพราะการอยู่ร่วมกับสัตบุรุษ อรรถกถาเล่าว่าเทวดาเห็นว่า ถ้าช่างกัลบกไม่ได้อยู่ร่วมกับอุบาสก ก็คงพินาศกลางทะเลนั้นเอง
ถ้าเรายังไม่มั่นใจในตัวเอง ให้เริ่มจากการเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่มีนิสัยดี เช่น เพื่อนที่ออกกำลังกาย เพื่อนที่ไม่พนัน หรือชมรมที่ทำประโยชน์ สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยพยุงเราในวันที่ใจยังไม่แข็งพอ
เรือนาคและการเดินบนน้ำเป็นภาษาของนิทาน ไม่ได้บอกให้เราฝากชีวิตไว้กับปาฏิหาริย์ เวลาเจอภัยจริงยังต้องหาทางช่วยเหลือและขอความช่วยเหลือตามปกติ สิ่งที่ใช้ได้จริงคือใจที่ไม่ตื่นตระหนกและหลักที่ไม่ทิ้งแม้ในยามลำบาก
บทเรียนที่ใกล้ตัวที่สุดอยู่ในคาถาบทที่สอง ช่างกัลบกไม่ได้เป็นคนดีเด่นอะไร แต่รอดเพราะอยู่ข้างคนดีและยินดีกับความดีของเขา ชีวิตคนทั่วไปก็เป็นอย่างนั้น เพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท หรือคู่ชีวิตที่มีหลัก มักพาเราผ่านช่วงยากได้มากกว่าที่คิด
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระเทวทัตชวนพวกเสนอวัตถุ ๕ เพื่อทำลายสงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงให้เลือกปฏิบัติตามความสมัครใจ แล้วทรงบัญญัติให้ภิกษุเต…
สองชุดในติกนิทเทส: คนที่ด้อยกว่าในศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ควรคบเว้นแต่ด้วยความเอ็นดู คนเสมอกันควรคบ คนที่ยิ่งกว่าคว…
ความเพียรที่ตึงเกินไปทำให้ฟุ้งซ่าน หย่อนเกินไปทำให้เกียจคร้าน — คำสอนที่พระพุทธเจ้าให้พระโสณะผู้เพียรจนเท้าแตก
เรื่องต้นบัญญัติสามเรื่องเกี่ยวกับความโกรธ ถูกถามธรรมดาแล้วสาบานแช่งด้วยนรก ทะเลาะแล้วพร่ำตีตนร้องไห้ และโกรธแ…