อุปกิเลส ๑๖
โสฬส จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสามลทิน ๑๖ อย่างที่ทำให้ใจหมอง จากวัตถูปมสูตร — ผ้าที่สกปรกย้อมสีอะไรก็ไม่สวย ใจที่หมองทำดีอะไรก็ไม่ได้ผลเต็มที่
โย ปุพฺเพ กรณียานิ ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉติ
ผู้ที่เอางานซึ่งควรทำก่อนไปทำทีหลัง ย่อมเดือดร้อนภายหลัง เหมือนมาณพที่นอนหลับก่อนแล้วค่อยรีบหักกิ่งไม้กุ่มสด ๆ มาเป็นฟืน จนไฟไม่ติดและทั้งกลุ่มต้องพลาดการเดินทาง
ในวรุณชาดก เอกกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย มีคาถาบทเดียวว่า ผู้ใดปรารถนาจะทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง ผู้นั้นย่อมเดือดร้อนในภายหลัง เหมือนมาณพหักไม้กุ่ม (วรุณะ)
เรื่องเล่ามาจากอรรถกถา พระโพธิสัตว์เป็นอาจารย์ที่เมืองตักกสิลา วันหนึ่งศิษย์ไปหาฟืนในป่า มีมาณพขี้เกียจคนหนึ่งเห็นต้นกุ่มใหญ่ เข้าใจว่าเป็นไม้แห้ง จึงคิดว่านอนก่อนสักครู่ ค่อยปีนขึ้นไปหักทีหลัง เพื่อน ๆ มัดฟืนเสร็จแล้วปลุกเขาก่อนกลับ เขาจึงรีบปีนขึ้นไปหักกิ่ง กิ่งไม้ดีดกลับมาโดนตา แล้วหักกิ่งสดลงมามัดเป็นฟืน เอาไปวางทับกองฟืนแห้งของเพื่อน
รุ่งเช้าศิษย์ทั้งหมดต้องรีบกินข้าวแล้วเดินทางไปงานที่หมู่บ้านหนึ่งนิมนต์ไว้ คนต้มข้าวหยิบฟืนสดนั้นไป เป่าไฟเท่าไรก็ไม่ติดจนตะวันสาย ทุกคนจึงไปไม่ทัน อาจารย์ฟังเรื่องแล้วกล่าวคาถานี้ อรรถกถาเล่าว่าพระพุทธเจ้าตรัสเรื่องนี้เพราะภิกษุรูปหนึ่งที่ย่อหย่อนความเพียรตอนแรก ภายหลังกลับเร่งเพียรหนักผิดเวลาจนหลับแล้วตกลงมาขาหัก ทำให้เพื่อนภิกษุต้องเลื่อนการเดินทาง
คาถาเริ่มด้วยกิจที่ควรทำก่อน อรรถกถาอธิบายว่า คนที่ไม่พิจารณาให้ถ่องแท้ว่ากิจนี้ต้องทำก่อน กิจนี้ทำทีหลังได้ แล้วเอากิจที่ต้องทำก่อนไปทำทีหลัง เป็นคนพาล
เริ่มวันด้วยการเขียนงานที่ต้องทำ แล้วถามว่างานไหนถ้าไม่ทำตอนนี้จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทำงานนั้นก่อน
ผู้ที่อยากทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง ย่อมเดือดร้อนภายหลัง อรรถกถาอธิบายคำว่าเดือดร้อนว่า คือเศร้าโศก ร่ำไห้ในภายหลัง
ก่อนเลื่อนงานใดออกไป ลองนึกภาพตัวเองในวันที่ต้องส่งงาน ว่าจะรู้สึกอย่างไรถ้างานยังไม่เสร็จ
ในอรรถกถา มาณพขี้เกียจเห็นต้นกุ่มแล้วเข้าใจเอาเองว่าเป็นไม้แห้ง จึงปูผ้านอนหลับไปก่อน ตั้งใจว่าทีหลังค่อยปีนขึ้นไปหัก ความเข้าใจผิดกับความขี้เกียจจึงมาคู่กัน
เมื่อได้ยินตัวเองคิดว่า "เดี๋ยวค่อยทำ งานนี้ง่าย" ให้ตรวจดูก่อนว่างานนั้นง่ายจริงหรือไม่ บางงานดูง่ายเพียงเพราะเรายังไม่ได้ลงมือ
คาถาเปรียบกับมาณพที่หักไม้กุ่ม อรรถกถาเล่าว่า เมื่อถูกปลุก เขารีบปีนขึ้นไปดึงกิ่งเข้าหาตัว กิ่งไม้ดีดโดนตา แล้วยังรีบหักกิ่งสดลงมาโดยไม่ได้ดูว่าใช้เป็นฟืนได้หรือไม่
งานที่ทำตอนจวนตัวมักข้ามขั้นตอนตรวจสอบ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้กันเวลาไว้ตรวจงานอย่างน้อยสักเล็กน้อยก่อนส่ง
ในอรรถกถา มาณพเอาฟืนสดไปวางทับกองฟืนแห้งของเพื่อน รุ่งเช้าคนต้มข้าวหยิบไปใช้ ไฟไม่ติดจนสาย ศิษย์ทุกคนจึงไปงานที่รับนิมนต์ไว้ไม่ทัน
ในงานกลุ่ม ส่วนที่เราเลื่อนอาจเป็นส่วนที่คนอื่นรออยู่ ถ้ารู้ว่าจะทำไม่ทัน ให้บอกทีมแต่เนิ่น ๆ แทนการส่งงานที่ไม่พร้อมไปปนกับงานของคนอื่น
เรื่องปัจจุบันในอรรถกถา ภิกษุรูปหนึ่งไม่ไปป่ากับเพื่อนเพราะย่อหย่อน ครั้นเห็นเพื่อนได้รับคำสรรเสริญ ก็เร่งทำความเพียรหนักในเวลากลางคืน จนหลับแล้วตกลงมาขาหัก เพื่อนภิกษุต้องอยู่ดูแล จึงเลื่อนการเดินทาง
ถ้าเคยปล่อยให้งานหรือการอ่านหนังสือค้างมาก อย่าพยายามชดเชยด้วยการอดนอนทั้งคืน ให้วางแผนทำสม่ำเสมอทุกวันแทน
คาถานี้พูดถึงสิ่งที่ทุกคนเคยเจอ คือการผัดวันประกันพรุ่ง งานที่ถ้าทำตอนมีเวลาจะง่าย แต่พอเลื่อนไปจนจวนตัว กลับต้องรีบร้อน ทำพลาด และเดือดร้อนทั้งตัวเองและคนอื่น
เรื่องในอรรถกถาชี้ให้เห็นว่า ความขี้เกียจตอนต้นกับความรีบร้อนตอนท้ายเป็นปัญหาเดียวกัน คือไม่รู้จักลำดับว่าอะไรควรทำก่อน อะไรทำทีหลังได้ ภิกษุในเรื่องปัจจุบันก็ไม่ได้เสียเพราะเพียรน้อยอย่างเดียว แต่เพราะไปเร่งหนักผิดเวลาด้วย
บางครั้งการเลื่อนงานเกิดจากความเหนื่อยล้าหรือความกังวลที่มากเกินไป ไม่ใช่ความขี้เกียจ ถ้าเป็นอย่างนั้นบ่อย ๆ การพักให้พอและแบ่งงานเป็นชิ้นเล็กจะช่วยได้มากกว่าการตำหนิตัวเอง
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
มลทิน ๑๖ อย่างที่ทำให้ใจหมอง จากวัตถูปมสูตร — ผ้าที่สกปรกย้อมสีอะไรก็ไม่สวย ใจที่หมองทำดีอะไรก็ไม่ได้ผลเต็มที่
กามภพ รูปภพ อรูปภพ — ภาวะที่ชีวิตเป็นอยู่ ซึ่งทรงสอนให้ละ ไม่ใช่ให้แสวงหาภพที่ดีกว่า
สี่สถานที่ที่ทรงแนะให้ไปดู — ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรม และปรินิพพาน เพื่อให้เห็นว่าเรื่องนี้เกิดกับคนจริงในที่จ…
สิบสิ่งที่ใช้ระลึกเมื่อใจต้องการที่ยึด — เลือกข้อที่ตรงกับอาการของใจในขณะนั้น