อุปกิเลส ๑๖
การฝึกจิต

อุปกิเลส ๑๖

โสฬส จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา

มลทิน ๑๖ อย่างที่ทำให้ใจหมอง จากวัตถูปมสูตร — ผ้าที่สกปรกย้อมสีอะไรก็ไม่สวย ใจที่หมองทำดีอะไรก็ไม่ได้ผลเต็มที่

๑๖ ข้อ

ในวัตถูปมสูตร ทรงเปรียบว่า ผ้าที่เศร้าหมองเปื้อนมลทิน ช่างย้อมจะย้อมด้วยสีอะไรก็ตาม ผ้านั้นก็มีสีไม่สวย เพราะผ้าไม่สะอาด ส่วนผ้าที่บริสุทธิ์สะอาด ย้อมสีอะไรก็สวย ฉันใด เมื่อจิตเศร้าหมอง ทุคติเป็นอันหวังได้ เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นอันหวังได้ ฉันนั้น

แล้วทรงแจกแจงอุปกิเลสของจิตไว้ ๑๖ อย่าง ภิกษุที่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอุปกิเลสแล้วละได้ จะได้ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย ได้ปีติ ปราโมทย์ ความสงบ และเจริญพรหมวิหารได้

พระสูตรจบด้วยเรื่องสุนทริกภารทวาชพราหมณ์ที่เชื่อว่าการอาบน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ล้างบาปได้ ทรงตอบว่าน้ำไม่ได้ชำระบาป ผู้มีศีลต่างหากที่บริสุทธิ์อยู่แล้วทุกวัน

  1. ๑

    อภิชฌาวิสมโลภะ — โลภไม่สม่ำเสมอ อภิชฺฌาวิสมโลโภ

    ความเพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น ความโลภในสิ่งที่ไม่ควรได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตความรู้สึกเวลาเห็นของของคนอื่น แล้วคิดว่า "ทำไมไม่เป็นของเรา"

  2. ๒

    พยาบาท — ความคิดร้าย พฺยาปาโท

    ความคิดปองร้าย อยากให้ผู้อื่นเดือดร้อน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความคิดว่า "สมน้ำหน้า" เป็นพยาบาทรูปเล็กที่มักไม่ถูกนับ

  3. ๓

    โกธะ — ความโกรธ โกโธ

    ความขุ่นเคืองใจที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    รู้ทันตั้งแต่ความหงุดหงิดเล็ก ๆ ก่อนที่มันจะโตเป็นความโกรธ

  4. ๔

    อุปนาหะ — ความผูกโกรธ อุปนาโห

    ความโกรธที่เก็บไว้ไม่ยอมปล่อย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ายังเล่าเรื่องเก่าที่ทำให้โกรธซ้ำ ๆ ให้คนอื่นฟัง นั่นคือการผูกโกรธ

  5. ๕

    มักขะ — ความลบหลู่คุณท่าน มกฺโข

    การลบล้างหรือมองข้ามความดีที่ผู้อื่นทำให้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลามีคนช่วยเรา ให้พูดขอบคุณจริง ๆ แทนการคิดว่า "เขาก็ต้องทำอยู่แล้ว"

  6. ๖

    ปฬาสะ — ความตีเสมอ ปฬาโส

    การยกตนเทียบเท่าผู้ที่ควรเคารพ ไม่ยอมรับว่าผู้อื่นเหนือกว่า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่ายอมรับได้ไหมเมื่อคนที่อายุน้อยกว่าหรือตำแหน่งต่ำกว่ารู้เรื่องหนึ่งดีกว่าเรา

  7. ๗

    อิสสา — ความริษยา อิสฺสา

    ความไม่พอใจเมื่อผู้อื่นได้ดี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้มุทิตาเป็นยาแก้ อ่านเพิ่มที่หน้านิสสารณียธาตุ ๖

  8. ๘

    มัจฉริยะ — ความตระหนี่ มจฺฉริยํ

    ความหวงแหน ไม่อยากให้ผู้อื่นได้ส่วนในสิ่งที่ตนมี ทั้งของ ความรู้ และโอกาส

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความตระหนี่ความรู้พบบ่อยในที่ทำงาน ลองสอนสิ่งที่เรารู้ให้คนอื่นโดยไม่กลัวว่าเขาจะเก่งกว่า

  9. ๙

    มายา — ความเจ้าเล่ห์ มายา

    การปกปิดความผิดของตน แสร้งทำให้คนเข้าใจผิด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถามว่ามีเรื่องไหนที่เรากำลังจัดฉากให้คนอื่นเห็นต่างจากความจริง

  10. ๑๐

    สาเถยยะ — ความโอ้อวด สาเถยฺยํ

    การแสดงว่าตนมีคุณความดีเกินกว่าที่มีจริง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตตอนเล่าเรื่องตัวเองว่ามีการเติมแต่งให้ดูดีขึ้นหรือเปล่า

  11. ๑๑

    ถัมภะ — ความหัวดื้อ ถมฺโภ

    ความแข็งกระด้าง ไม่อ่อนน้อม ไม่ยอมรับคำแนะนำ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อ่านคู่กับหน้าธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายาก ๑๖

  12. ๑๒

    สารัมภะ — ความแข่งดี สารมฺโภ

    การแข่งขันชิงดีชิงเด่น ต้องเอาชนะคนอื่นให้ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถามว่ากำลังทำสิ่งนี้ให้ดีที่สุด หรือกำลังทำให้ดีกว่าใครคนหนึ่ง สองอย่างนี้ให้ความรู้สึกต่างกันมาก

  13. ๑๓

    มานะ — ความถือตัว มาโน

    ความสำคัญตนว่าดีกว่า เท่ากัน หรือด้อยกว่าผู้อื่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อ่านเพิ่มที่หน้าอนุสัย ๗ ข้อมานานุสัย

  14. ๑๔

    อติมานะ — ความดูหมิ่นผู้อื่น อติมาโน

    ความถือตัวจัดจนดูแคลนผู้อื่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตวิธีที่เราพูดถึงคนที่มีการศึกษาหรือฐานะต่างจากเรา

  15. ๑๕

    มทะ — ความมัวเมา มโท

    ความมัวเมาในวัย ในความไม่มีโรค ในชีวิต ในลาภยศ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อ่านคู่กับหน้าอภิณหปัจจเวกขณ์ ๕ ซึ่งเป็นยาแก้ความมัวเมาโดยตรง

  16. ๑๖

    ปมาทะ — ความประมาท ปมาโท

    ความเลินเล่อ ปล่อยใจไปตามอารมณ์ ละเลยการทำความดี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อุปกิเลสข้อสุดท้ายนี้เปิดทางให้ข้ออื่นทั้งหมด อ่านเพิ่มที่หน้าความไม่ประมาท

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

สิบหกข้อนี้ละเอียดกว่ากิเลสหยาบ ๆ อย่างโลภ โกรธ หลงมาก เพราะแยกให้เห็นรูปย่อยที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ลบหลู่คุณคน ตีเสมอ แข่งดี หรือมัวเมา ซึ่งหลายคนไม่เคยนับว่าเป็นกิเลส

ใช้เป็นเช็กลิสต์สัปดาห์ละครั้ง เลือกข้อที่เจอบ่อยที่สุดในสัปดาห์นั้นแล้วตั้งใจสังเกตเฉพาะข้อนั้น การเห็นชัดทีละข้อได้ผลกว่าพยายามละทั้งหมดพร้อมกัน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้