วิสัยหชาดก: ยากจนลงก็ไม่ทิ้งความดี
ใช้ในชีวิตประจำวัน

วิสัยหชาดก: ยากจนลงก็ไม่ทิ้งความดี

วิสยฺหชาตกํ

ท้าวสักกะบอกวิสัยหะว่าทรัพย์หมดเพราะให้ทาน ถ้าเลิกให้ ทรัพย์จะกลับคืน แต่วิสัยหะตอบว่าจะไม่ทิ้งศรัทธาเพราะเห็นแก่ทรัพย์ มีมากให้มาก มีน้อยก็ให้ตามที่มี

๖ ข้อ

ในวิสัยหชาดก จตุกกนิบาต ขุททกนิกาย มีคาถา ๔ บท คาถาแรกเป็นคำของผู้ที่วิสัยหะเรียกว่าท้าวสหัสสเนตรและท้าววาสวะ (คือท้าวสักกะ) ว่า เมื่อก่อนท่านให้ทาน และเพราะให้ทาน ความเสื่อมทรัพย์จึงเกิดแก่ท่าน ถ้าต่อไปไม่ให้ทาน ทรัพย์ก็จะคงอยู่ อีกสามคาถาเป็นคำตอบของวิสัยหะว่า ผู้ประเสริฐกล่าวว่าแม้ยากจนก็ไม่ควรทำสิ่งที่ไม่ประเสริฐ ทรัพย์ที่ต้องแลกกับการทิ้งศรัทธาอย่าได้มีเลย รถคันหนึ่งไปทางใด คันหลังก็ไปตามทางนั้น และถ้ามีก็จะให้ ถ้าไม่มีจะให้อะไรได้ แต่แม้เป็นอย่างนี้ก็จะให้ เพราะจะลืมการให้เสียไม่ได้

รายละเอียดเรื่องเล่ามาจากอรรถกถา เล่าว่าวิสัยหเศรษฐีแห่งพาราณสีตั้งโรงทาน ๖ แห่ง ท้าวสักกะเกรงว่าเศรษฐีจะมาแย่งตำแหน่งของตน จึงบันดาลให้ทรัพย์และคนรับใช้หายไปหมด เศรษฐีกับภรรยาพบเพียงเคียว คานหาบ และเชือกที่คนหาบหญ้าทิ้งไว้ เศรษฐีจึงไปเกี่ยวหญ้ามาขาย แบ่งเงินส่วนหนึ่งให้ทาน แต่ผู้ขอมีมากจึงให้ไปหมด จนถึงวันที่เจ็ดล้มลงเพราะอดอาหาร ท้าวสักกะจึงปรากฏพระองค์และตรัสคาถาแรก

อรรถกถาเล่าต่อว่า เมื่อเศรษฐียืนยันไม่เลิกให้ทาน ท้าวสักกะพอพระทัย คืนทรัพย์สมบัติให้ดังเดิม พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้แก่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี และประชุมชาดกว่าวิสัยหเศรษฐีคือพระโพธิสัตว์

  1. ๑

    คำชวนให้เลิกทำดีเพื่อรักษาทรัพย์ อทาสิ ทานานิ ปุเร วิสยฺห

    คาถาแรกชี้ว่า เพราะให้ทาน ทรัพย์ของวิสัยหะจึงหมดไป ถ้าเลิกให้ ทรัพย์จะคงอยู่ เป็นเหตุผลที่ฟังดูมีหลักการ แต่เป็นการชวนให้ทิ้งความดีเพื่อแลกกับความมั่นคง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อได้ยินว่า "ช่วยคนอื่นไปก็ไม่ได้อะไร เก็บไว้เองดีกว่า" ให้แยกระหว่างการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ กับการปิดใจไม่ช่วยใครเลย

  2. ๒

    แม้ยากจนก็ไม่ทำสิ่งที่ไม่ประเสริฐ สุทุคฺคเตนาปิ อกิจฺจมาหุ

    วิสัยหะตอบว่า ผู้ประเสริฐกล่าวว่าสิ่งที่ไม่ประเสริฐนั้น แม้ผู้ยากจนแร้นแค้นก็ไม่ควรทำ ความยากจนไม่ใช่ข้ออ้างให้ละทิ้งคุณธรรม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในช่วงที่การเงินฝืดเคือง ยังรักษาความซื่อสัตย์ได้ เช่น ไม่โกงค่าจ้าง ไม่เบี้ยวหนี้ แม้จะต้องขอผ่อนผันก็บอกกันตรง ๆ

  3. ๓

    ไม่แลกศรัทธากับทรัพย์ ยํ โภคเหตุ วิชเหมุ สทฺธํ

    วิสัยหะกล่าวว่า ทรัพย์ใดที่ต้องได้มาด้วยการละทิ้งศรัทธา ทรัพย์นั้นอย่าได้มีเลย สำหรับเขา คุณค่าในใจสำคัญกว่าสมบัติที่ได้คืน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้างานหรือดีลใดให้เงินมากแต่ต้องทิ้งหลักการที่เรายึดถือ ให้กล้าพิจารณาว่าเงินนั้นคุ้มกับสิ่งที่เสียไปหรือไม่

  4. ๔

    รถคันหลังวิ่งตามรอยคันหน้า เยน เอโก รโถ ยาติ

    วิสัยหะเปรียบว่า รถคันหนึ่งไปทางใด คันอื่นก็ไปตามทางนั้น ข้อวัตรที่ตนประพฤติมาแต่ก่อน ขอให้ดำเนินต่อไปอย่างนั้น อรรถกถาอธิบายว่า ขอให้การให้ทานดำเนินไปตลอดชีวิต อย่าหยุด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    นิสัยดีที่ทำสม่ำเสมอ เช่น ใส่บาตรหรือบริจาคเล็ก ๆ ทุกเดือน ทำต่อไปแม้ช่วงที่มีน้อย เพื่อให้เป็นทางที่ตัวเองและคนรอบข้างเดินตาม

  5. ๕

    มีมากให้มาก มีน้อยให้ตามที่มี มา ทานํ ปมทามฺหเส

    คาถาสุดท้ายว่า ถ้ามีก็จะให้ ถ้าไม่มีจะให้อะไรได้ แต่แม้เป็นอย่างนี้ก็จะให้ เพราะจะลืมการให้เสียไม่ได้ อรรถกถาอธิบายว่า แม้เป็นคนหาบหญ้าก็จะให้ทานไปตลอดชีวิต

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อให้เงินไม่ได้ ให้สิ่งที่มี เช่น เวลา ทักษะ คำแนะนำ หรือแรงช่วยงาน การให้จึงไม่ต้องหยุดเพราะรายได้ลดลง

  6. ๖

    ให้ในกำลังของตน ไม่ทำร้ายตัวเอง วิสยฺหชาตกํ

    ในอรรถกถา เศรษฐีให้เงินค่าหญ้าไปหมดจนอดอาหารถึงเจ็ดวันและล้มลง ภาพนี้เน้นความมั่นคงของใจในนิทาน แต่หลักทั่วไปของพระพุทธศาสนาคือการให้ด้วยใจยินดี ไม่ใช่การทรมานตนเองหรือทำให้ครอบครัวลำบาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ตั้งงบการให้ที่ทำได้จริงในแต่ละเดือน โดยไม่กระทบค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และภาระของครอบครัว

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

แก่นของชาดกไม่ใช่ "ให้จนหมดตัวแล้วจะรวยกลับมา" แต่คือการไม่ทิ้งคุณธรรมเพียงเพราะฐานะเปลี่ยน คนที่เคยช่วยเหลือผู้อื่นตอนมีมาก เมื่อมีน้อยลงก็ยังช่วยได้ตามกำลัง เช่น แบ่งเวลา แบ่งแรง หรือแบ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ

เรื่องที่เศรษฐีอดอาหารจนล้มเป็นภาพในนิทานเพื่อเน้นความตั้งใจ ไม่ใช่แบบอย่างที่ควรทำตาม ในชีวิตจริงการให้ควรอยู่ในกำลังของตน ไม่ทำให้ตนเองหรือคนในครอบครัวเดือดร้อน

คำว่า "รถคันหนึ่งไปทางใด คันหลังก็ไปตามทางนั้น" เตือนว่านิสัยดีที่เราทำไว้เป็นทางให้คนรุ่นหลังเดินตาม ลูกหลานที่เห็นพ่อแม่แบ่งปันแม้ในยามลำบาก จะจำภาพนั้นได้นาน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

สมาปันโนอัสสาเทติกถา: ติดใจฌานขณะอยู่ในฌานได้หรือ

สมาปนฺโน อสฺสาเทติกถา

กลุ่มกถาท้ายวรรคที่ ๑๓ ถามว่าผู้อยู่ในฌานยินดีในฌานนั้นขณะเดียวกันได้หรือ มีความยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบใจหรือ และ…

ติณวัตถารกะ: กลบด้วยหญ้าเมื่อทะเลาะกันจนผิดทั้งสองฝ่าย

ติณวตฺถารเกน

เมื่อหมู่ภิกษุทะเลาะกันจนต่างทำผิดไว้มาก การไล่ปรับกันทีละเรื่องอาจทำให้แตกกัน พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ทุกฝ่ายป…

ฉันวิกาล ของสั่งสม และขอของประณีต: สามเส้นเรื่องอาหารของภิกษุ

วิกาเล ขาทนียํ วา โภชนียํ วา

สามสิกขาบทติดกันในโภชนวรรค ห้ามภิกษุฉันหลังเที่ยงวัน ห้ามฉันอาหารที่รับไว้แล้วเก็บข้ามวัน และห้ามภิกษุที่ไม่ป่…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้