ชีวกสูตร: เนื้อที่ภิกษุไม่ควรรับ และใจที่ไม่ผูกติดกับอาหาร
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ชีวกสูตร: เนื้อที่ภิกษุไม่ควรรับ และใจที่ไม่ผูกติดกับอาหาร

ชีวกสุตฺตํ

หมอชีวกทูลถามถึงข่าวว่าพระพุทธเจ้าทรงรู้อยู่แต่ยังฉันเนื้อที่เขาฆ่าเพื่อพระองค์ ทรงตอบว่าเป็นการกล่าวตู่ แล้วตรัสกรณี ๓ อย่างที่ไม่ควรบริโภคเนื้อ ใจของภิกษุผู้รับบิณฑบาต และเหตุ ๕ ประการที่ผู้ฆ่าสัตว์เพื่อถวายสร้างบาปมาก

๘ ข้อ

ในชีวกสูตร มัชฌิมนิกาย ขณะพระพุทธเจ้าประทับที่สวนมะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจจ์ใกล้กรุงราชคฤห์ หมอชีวกทูลว่า ได้ยินคนกล่าวว่ามีการฆ่าสัตว์เจาะจงเพื่อพระสมณโคดม และพระองค์ทรงรู้อยู่ก็ยังบริโภคเนื้อที่เขาทำเจาะจงนั้น คนที่พูดเช่นนี้พูดตรงตามจริงหรือกล่าวตู่

พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นการกล่าวตู่ แล้วตรัสว่า เนื้อที่ไม่ควรบริโภคมี ๓ กรณี คือได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่าเขาฆ่าเจาะจงเพื่อตน ส่วนเนื้อที่ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้สงสัย บริโภคได้ จากนั้นทรงแสดงว่าภิกษุผู้แผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เมื่อรับนิมนต์ก็ฉันอาหารโดยไม่ติดใจ และตรัสว่าผู้ที่ฆ่าสัตว์เจาะจงถวายตถาคตหรือสาวก ย่อมสร้างบาปมากด้วยเหตุ ๕ ประการ หมอชีวกจึงประกาศตนเป็นอุบาสก

ควรเข้าใจว่าพระสูตรนี้เป็นหลักเรื่องการรับบิณฑบาตของภิกษุ ไม่ได้เป็นคำวินิจฉัยว่าฆราวาสควรกินหรือไม่กินเนื้อสัตว์ และพุทธศาสนาแต่ละสายมีแนวทางเรื่องมังสวิรัติต่างกัน

  1. ๑

    ข่าวลือที่หมอชีวกนำมาถาม อุทฺทิสฺสกตํ ปฏิจฺจกมฺมํ

    หมอชีวกได้ยินว่ามีการฆ่าสัตว์เจาะจงเพื่อพระพุทธเจ้า และพระองค์รู้อยู่ก็ยังบริโภค จึงทูลถามว่าคำนี้จริงหรือกล่าวตู่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ที่พูดเช่นนั้นกล่าวตู่พระองค์ด้วยคำไม่จริง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับใคร ทำแบบหมอชีวก คือไปถามจากแหล่งโดยตรงอย่างสุภาพ ก่อนเชื่อหรือส่งต่อ

  2. ๒

    กรณี ๓ อย่างที่ไม่ควรบริโภค ทิฏฺฐํ สุตํ ปริสงฺกิตํ

    เนื้อที่ภิกษุได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่าเขาฆ่าเจาะจงเพื่อตน ไม่ควรบริโภค หลักนี้ทำให้ภิกษุไม่เป็นเหตุโดยตรงให้มีการฆ่าสัตว์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    หลักการที่ใช้ได้กว้าง ๆ คือไม่ขอหรือสั่งให้ใครทำสิ่งที่เบียดเบียนเพื่อเรา และไม่แกล้งทำเป็นไม่รู้เมื่อรู้อยู่แล้ว

  3. ๓

    กรณี ๓ อย่างที่บริโภคได้ อทิฏฺฐํ อสุตํ อปริสงฺกิตํ

    เนื้อที่ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน และไม่ได้สงสัยว่าเขาฆ่าเจาะจงเพื่อตน ภิกษุบริโภคได้ เพราะภิกษุดำรงชีพด้วยอาหารที่ผู้อื่นถวาย ไม่ได้เลือกหรือสั่งอาหารเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เข้าใจบริบทของพระภิกษุที่ต้องรับสิ่งที่เขาถวาย ไม่ตัดสินพระที่ฉันตามที่ได้รับ และไม่ใช้กฎของพระมาเป็นข้ออ้างแทนการคิดเองของฆราวาส

  4. ๔

    รับบิณฑบาตด้วยใจที่แผ่เมตตา เมตฺตาสหคเตน เจตสา

    ภิกษุอาศัยหมู่บ้านอยู่ แผ่เมตตาไปทุกทิศ เมื่อคหบดีหรือบุตรคหบดีนิมนต์ไปฉันในวันรุ่งขึ้น ภิกษุรับนิมนต์ด้วยใจเช่นนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าภิกษุนั้นไม่ได้คิดเบียดเบียนตน ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนกินข้าว ระลึกถึงคนที่ปลูก ขนส่ง และปรุงอาหารด้วยความปรารถนาดีสักหนึ่งลมหายใจ

  5. ๕

    ฉันโดยไม่ติดใจ อคธิโต อมุจฺฉิโต อนชฺฌาปนฺโน

    ภิกษุนั้นไม่คิดว่า ดีจริงหนอที่คหบดีเลี้ยงเราด้วยอาหารประณีต ขอให้เลี้ยงอย่างนี้อีก แต่ฉันโดยไม่กำหนัด ไม่หมกมุ่น ไม่ติดใจ เห็นโทษ และมีปัญญาเป็นเครื่องสลัดออก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลากินของอร่อย สังเกตความคิด "อยากได้อีก" ที่ตามมา แล้วปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่ต้องทำตาม

  6. ๖

    อาหารที่ไม่มีโทษ อนวชฺชํ อาหารํ

    พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า ภิกษุที่รับอาหารด้วยใจเช่นนั้น ไม่ได้ตั้งใจเบียดเบียนใคร ฉันอาหารที่ไม่มีโทษมิใช่หรือ หมอชีวกทูลรับว่าเป็นเช่นนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความไม่มีโทษขึ้นกับทั้งที่มาของสิ่งที่เรารับ และใจของเราขณะรับ ดูแลทั้งสองด้านเท่าที่ทำได้

  7. ๗

    พระพุทธเจ้าทรงอยู่ด้วยเมตตา พฺรหฺมา เมตฺตาวิหารี

    หมอชีวกทูลว่า ได้ยินมาว่าพรหมอยู่ด้วยเมตตา และได้เห็นประจักษ์ว่าพระพุทธเจ้าทรงอยู่ด้วยเมตตา พระพุทธเจ้าตรัสว่า ราคะ โทสะ โมหะ ที่เป็นเหตุให้เกิดความพยาบาทนั้น ตถาคตละได้เด็ดขาดแล้ว ถ้าหมอชีวกหมายความอย่างนั้น ก็ทรงยอมรับ และตรัสทำนองเดียวกันถึงกรุณา มุทิตา อุเบกขา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมตตาที่มั่นคงไม่ได้มาจากการพยายามใจดีอย่างเดียว แต่มาจากการค่อย ๆ ลดความโลภ ความโกรธ และความหลงในใจ

  8. ๘

    ฆ่าสัตว์เพื่อถวาย สร้างบาป ๕ สถาน ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุํ อปุญฺญํ ปสวติ

    ผู้ที่ฆ่าสัตว์เจาะจงถวายตถาคตหรือสาวก สร้างบาปมากด้วยเหตุ ๕ ประการ คือ ๑. สั่งให้ไปนำสัตว์นั้นมา ๒. สัตว์ถูกลากคอมาเสวยทุกข์โทมนัส ๓. สั่งให้ฆ่า ๔. สัตว์ถูกฆ่าเสวยทุกข์โทมนัส ๕. ถวายสิ่งที่ไม่สมควรแก่ตถาคตหรือสาวก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    บุญไม่ได้เกิดจากการทำร้ายชีวิตอื่น เมื่อจะทำบุญหรือจัดงานเลี้ยงพระ เลือกวิธีที่ไม่ต้องให้มีการฆ่าเจาะจงเพื่องานนั้น

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่พระสูตรนี้เน้นชัดคือเจตนาและการไม่เบียดเบียน ภิกษุไม่ควรเป็นเหตุให้มีการฆ่าเพื่อตน และผู้ที่ตั้งใจฆ่าสัตว์เพื่อทำบุญก็ไม่ได้บุญ แต่กลับสร้างบาปหลายชั้น ข้อนี้ใช้ได้กับทุกคนที่คิดจะทำบุญด้วยวิธีที่ทำร้ายชีวิตอื่น

อีกด้านหนึ่งคือท่าทีต่ออาหาร ภิกษุในพระสูตรฉันอาหารดีโดยไม่คิดอยากได้อีก เห็นโทษ และรู้ทางออก ฆราวาสก็ฝึกได้ด้วยการกินอย่างรู้ตัว ไม่ติดใจรสชาติจนกลายเป็นความอยาก

เรื่องการเลือกกินเนื้อสัตว์หรือกินมังสวิรัติเป็นการตัดสินใจของแต่ละคน บางสายของพุทธศาสนาถือมังสวิรัติเป็นแนวปฏิบัติ บางสายไม่ได้กำหนด พระสูตรนี้ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือตัดสินผู้อื่นทั้งสองทาง

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อานันทเถราปทาน: ฉัตรกั้นถวายกับหัวใจของผู้อุปัฏฐาก

อานนฺทตฺเถราปทานํ

อดีตชาติของพระอานนท์ตามคัมภีร์อปทาน ผู้ลงจากคอช้างมากั้นฉัตรถวายพระปทุมุตรพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงหยุดธรรมกถาเพ…

สุชาตชาดก: ลูกผู้ป้อนหญ้าวัวตาย เพื่อถอนลูกศรแห่งความโศกของพ่อ

สุชาตชาตกํ

พ่อที่จมอยู่กับความโศกถึงปู่ได้สติเมื่อเห็นลูกเอาหญ้าไปป้อนวัวที่ตายแล้ว ลูกชี้ว่าวัวยังมีร่างครบ แต่ปู่ไม่เหล…

มหาจัตตารีสกสูตร: สมาธิที่มีมรรคอีกเจ็ดองค์รองรับ

มหาจตฺตารีสกสุตฺตํ

สัมมาสมาธิของพระอริยะมีองค์มรรคอีก ๗ ข้อเป็นเครื่องอุปการะ ในทุกองค์ สัมมาทิฏฐินำหน้า สัมมาวายามะและสัมมาสติคอ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้