จุลลโพธิชาดก: ความโกรธเกิดแล้วแต่ไม่ให้อยู่
จุลฺลโพธิชาตกํนักบวชยอมรับว่าความโกรธเกิดขึ้นในใจจริง แต่ห้ามไว้ได้ทันทีเหมือนฝนห่าใหญ่ล้างฝุ่น แล้วอธิบายโทษของความโกรธ เหม…
กายคตาสติ
สติที่ไปในกาย — ฝึกสติโดยใช้ร่างกายเป็นที่ตั้ง ๗ วิธีจากกายคตาสติสูตร กายอยู่กับปัจจุบันเสมอ จึงเป็นหลักยึดที่ดีที่สุดของใจที่ชอบหนีไปอดีตและอนาคต
ในเอกนิบาต ทรงยกย่องกายคตาสติเป็นพิเศษว่า ผู้ใดเจริญกายคตาสติ ผู้นั้นชื่อว่าบริโภคอมตะ ผู้ใดไม่เจริญ ผู้นั้นชื่อว่าไม่ได้บริโภคอมตะ
ในกายคตาสติสูตร ทรงแสดงวิธีเจริญไว้หลายแบบ ได้แก่ อานาปานสติ การรู้อิริยาบถ สัมปชัญญะในการเคลื่อนไหว การพิจารณาส่วนต่าง ๆ ของกาย การพิจารณาธาตุ การพิจารณาซากศพ และฌาน ๔ พร้อมอานิสงส์ ๑๐ ประการ เช่น ข่มความไม่ยินดีและความยินดีได้ ข่มความกลัวได้ อดทนต่อหนาว ร้อน หิว กระหาย และถ้อยคำที่ไม่ดีได้ และได้ฌาน ๔ ตามต้องการ
หน้านี้ต่างจากหน้าสติปัฏฐาน ๔ ตรงที่เน้นเฉพาะฐานกาย และลงรายละเอียดวิธีฝึกทีละแบบ
ไปสู่ที่สงัด นั่งตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า มีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า รู้ชัดว่าหายใจยาวหรือสั้น
ก่อนเริ่มงานหรือก่อนตอบเรื่องยาก หายใจรู้ตัวสามครั้ง อ่านรายละเอียดได้ที่หน้าอานาปานสติ ๑๖ ขั้น
เดินก็รู้ว่าเดิน ยืนก็รู้ว่ายืน นั่งก็รู้ว่านั่ง นอนก็รู้ว่านอน กายอยู่ในท่าใดก็รู้ชัดอย่างนั้น
เดินจากที่จอดรถไปที่ทำงานโดยรู้สึกเท้าที่แตะพื้นทุกก้าว เป็นการภาวนาที่ไม่ต้องใช้เวลาเพิ่มเลย
รู้ตัวในการก้าวไปข้างหน้า ถอยกลับ แลดู เหลียวดู คู้ เหยียด ครองผ้า กิน ดื่ม ถ่าย พูด นิ่ง
เลือกกิจวัตรหนึ่งอย่าง เช่น แปรงฟันหรือล้างจาน แล้วทำโดยรู้ตัวทุกการเคลื่อนไหวทุกวัน
พิจารณากายตั้งแต่พื้นเท้าขึ้นไปจนถึงปลายผม ว่าเต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น เหมือนคนเปิดไถ้ที่ใส่ธัญพืชต่าง ๆ แล้วแยกดูทีละอย่าง
ใช้เมื่อความหมกมุ่นกับรูปร่างหน้าตามากเกินไป การเห็นกายตามส่วนประกอบจริงช่วยคลายได้ แต่ไม่ควรฝึกจนเกลียดตัวเอง
พิจารณากายตามที่ตั้งอยู่ว่ามีธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม เหมือนคนฆ่าโคที่ชำแหละโคแล้วนั่งดูเป็นส่วน ๆ ที่ทางสี่แยก
เวลาป่วยหรือเจ็บ ลองรู้สึกความแข็ง ความเหลว ความร้อน และความเคลื่อนไหวในกาย จะเห็นว่ากายเป็นธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ตัวเราที่ต้องแบก
เทียบกายนี้กับซากศพที่ทิ้งไว้ในป่าช้าในระยะต่าง ๆ ว่า "กายนี้ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา จักเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนี้ไปได้"
ใช้ในรูปที่เบาลงได้ เช่น ระลึกเมื่อไปงานศพว่าวันหนึ่งกายเราก็จะเป็นอย่างนี้ ช่วยให้วางเรื่องเล็ก ๆ ที่ยึดไว้ได้ง่ายขึ้น
เมื่อใจสงบ ปีติและสุขที่เกิดจากวิเวกและสมาธิแผ่ซาบซ่านไปทั่วกาย เหมือนผงถูตัวที่ผสมน้ำจนชุ่มทั่วทั้งก้อน
กายที่ผ่อนคลายเป็นประตูสู่ใจที่สงบ ก่อนนั่งสมาธิ ให้คลายไหล่ กราม และท้องก่อนเสมอ อ่านต่อได้ที่หน้าฌาน ๔
กายเป็นเครื่องยึดที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ใจฟุ้ง เพราะความคิดอยู่ได้ทั้งในอดีตและอนาคต แต่กายอยู่ได้แค่ตรงนี้ การกลับมารู้สึกกายจึงเป็นการกลับมาปัจจุบันทันที
เริ่มจากวิธีที่ ๒ และ ๓ ซึ่งไม่ต้องหาเวลาพิเศษ — รู้ตัวตอนเดิน ยืน นั่ง นอน และตอนหยิบจับทำสิ่งต่าง ๆ ทั้งวัน ส่วนวิธีที่ ๔–๖ ให้ใช้เมื่อความติดใจในร่างกายหรือความกลัวตายหนักเกินไป และไม่ควรฝึกหนักในช่วงที่ใจหดหู่หรือซึมเศร้า
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
นักบวชยอมรับว่าความโกรธเกิดขึ้นในใจจริง แต่ห้ามไว้ได้ทันทีเหมือนฝนห่าใหญ่ล้างฝุ่น แล้วอธิบายโทษของความโกรธ เหม…
ท่อนอ้อยหนึ่งท่อน ผลไม้สี่ผล ขนมกุมมาสของคนเฝ้าไร่ อาหารสำหรับภิกษุที่เหนื่อยล้า — เรื่องในวิมานวัตถุสองวรรคที…
ธรรมของผู้ปกครอง ๑๐ ประการ — ทาน ศีล บริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ไม่โกรธ ไม่เบียดเบียน อดทน และไม…
สงสารนี้หาจุดเริ่มต้นไม่ได้ นับแม่ของแม่ด้วยมัดหญ้าทั้งชมพูทวีปก็ไม่หมด หาสัตว์ที่ไม่เคยเป็นแม่ พ่อ พี่น้อง หร…