ปาราสริยเถรคาถาท้ายวีสตินิบาต: เดินอย่างคนเท้าเปล่าในที่มีหนาม
ข้อปฏิบัติ

ปาราสริยเถรคาถาท้ายวีสตินิบาต: เดินอย่างคนเท้าเปล่าในที่มีหนาม

ยถา กณฺฏกฏฺฐานมฺหิ จเรยฺย อนุปาหโน

พระเถระนั่งอยู่ในป่าที่ดอกไม้บาน แล้วระลึกว่าภิกษุรุ่นก่อนสันโดษ อ่อนโยน ปากไม่ร้าย แต่ภิกษุรุ่นหลังเริ่มแสวงหาลาภและทะเลาะกัน — คำตอบของท่านไม่ใช่การบ่น แต่คือตั้งสติเหมือนคนไม่สวมรองเท้าเดินในที่มีหนาม

๘ ข้อ

ในเถรคาถา ขุททกนิกาย คาถาบทสุดท้ายของวีสตินิบาตเป็นของพระเถระที่ฉบับหลวงเรียกว่าพระปาราสริยะ (บางฉบับเรียกปาราปริยะ) ท่านนี้ต่างจากพระปาราสริยะที่กล่าวคาถาเรื่องการรักษาอินทรีย์ในนิบาตเดียวกัน ตัวบทเล่าว่า ขณะท่านนั่งเจริญฌานอยู่ผู้เดียวในป่าใหญ่ในฤดูดอกไม้ผลิ เกิดความคิดว่าเมื่อพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ความประพฤติของภิกษุเป็นอย่างหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ปรากฏเป็นอีกอย่างหนึ่ง

ท่านบรรยายภิกษุรุ่นก่อนว่าสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ ใช้ผ้าเพียงกันหนาวและปิดความละอาย ฉันอาหารเพียงเพื่อยังชีวิต อยู่ในป่า โคนไม้ และถ้ำ อ่อนน้อม เลี้ยงง่าย อ่อนโยน ไม่ปากร้าย อิริยาบถละมุนละไมเหมือนสายน้ำมันที่ไหลไม่ขาด แล้วท่านบรรยายภาพตรงข้ามของภิกษุบางพวกในเวลานั้น ที่ทะเลาะกัน ยึดความเห็นตน แสวงหาลาภด้วยอุบาย และแสดงธรรมเพื่อลาภ

แต่ท้ายคาถา ท่านไม่ได้จบที่การตำหนิ ท่านสอนว่ามุนีพึงตั้งสติเที่ยวไปในบ้าน เหมือนคนไม่สวมรองเท้าตั้งสติเดินในที่มีหนาม และแม้จะเป็นเวลาสุดท้ายแล้ว ผู้ที่ระลึกถึงวัตรของผู้มาก่อนก็ยังบรรลุอมตบทได้ ตัวบทกล่าวว่าท่านปรินิพพานในสาลวันหลังกล่าวคาถานี้

  1. ๑

    ความประพฤติเปลี่ยนไปตามเวลา อญฺญถา ทานิ ทิสฺสเต

    พระเถระคิดขณะนั่งอยู่ผู้เดียวในป่าว่า เมื่อพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ อิริยาบถของภิกษุเป็นอย่างหนึ่ง แต่บัดนี้ปรากฏเป็นอีกอย่างหนึ่ง ท่านสังเกตความเปลี่ยนแปลงนี้จากความสงบ ไม่ใช่จากความโกรธ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกว่าอะไร ๆ รอบตัวแย่ลง ให้หาเวลาเงียบ ๆ ทบทวนก่อนพูด คำวิจารณ์ที่ออกมาจากใจสงบมักมีประโยชน์กว่าคำที่ออกมาตอนหงุดหงิด

  2. ๒

    สันโดษตามมีตามได้ สนฺตุฏฺฐา อิตรีตเร

    ภิกษุรุ่นก่อนใช้ผ้าเพียงเพื่อกันความหนาวจากลมและปกปิดความละอาย ฉันอาหารประณีตหรือเศร้าหมอง น้อยหรือมาก เพียงเพื่อยังชีวิตให้เป็นไป ไม่ติดไม่พัวพัน เป็นผู้สันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ลองมีหนึ่งวันต่อสัปดาห์ที่ใช้ของเท่าที่มีโดยไม่ซื้ออะไรเพิ่ม จะเห็นว่าความต้องการจริงน้อยกว่าที่คิด

  3. ๓

    ขวนขวายในสิ่งที่เป็นแก่นมากกว่าของใช้ น พาฬฺหํ อุสฺสุกา อาสุํ ยถา เต อาสวกฺขเย

    ภิกษุรุ่นก่อนไม่ขวนขวายหายาและเครื่องใช้เพื่อชีวิตมากเท่ากับที่ขวนขวายเพื่อความสิ้นอาสวะ พอกพูนความสงัด อยู่ในป่า โคนไม้ ซอกเขา และถ้ำ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ดูว่าสัปดาห์นี้เราใช้เวลาจัดการเรื่องข้าวของ เช่นเลือกซื้อ เปรียบเทียบ หรือดูแล มากกว่าเวลาดูแลใจตัวเองหรือเปล่า

  4. ๔

    อ่อนโยนเหมือนสายน้ำมัน สินิทฺธา เตลธาราว

    ภิกษุรุ่นก่อนอ่อนน้อม เลี้ยงง่าย อ่อนโยน ใจไม่กระด้าง ไม่ปากร้าย คิดถึงประโยชน์ การเดินไป การถอยกลับ การบริโภค และอิริยาบถจึงน่าเลื่อมใส ละมุนละไมเหมือนสายน้ำมันที่ไหลออกจากปากภาชนะไม่ขาดสาย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความน่าเชื่อถือไม่ได้มาจากคำพูดอย่างเดียว แต่มาจากท่าทางทั่วไปด้วย ลองสังเกตว่าวันนี้เราพูด เดิน และกินอย่างรีบร้อนหรืออย่างนุ่มนวล

  5. ๕

    เมื่อทิ้งหลัก ก็ทะเลาะกันด้วยความเห็น อิทํ เสยฺโยติ มญฺญเร

    ท่านบรรยายว่าเมื่อกิเลสเจริญขึ้น คนเหล่านั้นละทิ้งพระสัทธรรม ทะเลาะกันเอง ยึดถือความเห็นของตน สำคัญว่าสิ่งนี้เท่านั้นประเสริฐ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเถียงกันแล้วเริ่มรู้สึกว่า "ความเห็นเราเท่านั้นถูก" ให้หยุดถามว่าเรายังเถียงเพื่อหาความจริง หรือเพื่อชนะ

  6. ๖

    ทำเพื่อลาภ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ ธมฺมํ ปเรสํ เทเสนฺติ ลาภโต โน จ อตฺถโต

    ท่านกล่าวถึงภิกษุบางพวกในเวลานั้นว่า แสวงหาปัจจัยด้วยอุบายต่าง ๆ ทะเลาะกันเพราะลาภสงฆ์ และแสดงธรรมแก่ผู้อื่นเพราะลาภ ไม่ใช่เพราะประโยชน์ ตัวบทใช้คำว่า "ภิกษุบางพวก" ไม่ได้กล่าวถึงภิกษุทั้งหมด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถามตัวเองเป็นครั้งคราวว่างานที่ทำอยู่ยังทำเพื่อประโยชน์ของคนที่เราทำให้ หรือเหลือแค่ทำเพื่อรายได้และคำชม และใช้คำถามเดียวกันเลือกครูหรือผู้สอนที่จะติดตาม

  7. ๗

    เดินอย่างคนเท้าเปล่าในที่มีหนาม สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาน เอวํ คาเม มุนี จเร

    เมื่อสิ่งที่ทำลายการปฏิบัติมีอยู่มากมายอย่างนี้ การบรรลุสิ่งที่ยังไม่ได้บรรลุหรือการรักษาสิ่งที่บรรลุแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเมื่อพระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่ ท่านจึงสอนว่ามุนีพึงตั้งสติเที่ยวไปในบ้าน เหมือนคนไม่สวมรองเท้าตั้งสติเดินในที่มีหนาม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในที่ที่มีสิ่งยั่วยุมาก เช่น งานเลี้ยง กลุ่มแชตที่ชอบนินทา หรือแอปที่ดึงเวลา ให้เข้าไปอย่างรู้ตัวทุกก้าว เหมือนเดินเท้าเปล่าบนทางที่มีหนาม

  8. ๘

    แม้เป็นเวลาสุดท้าย ก็ยังไปถึงได้ กิญฺจาปิ ปจฺฉิโม กาโล ผุเสยฺย อมตํปทํ

    คาถาจบว่า ผู้ปฏิบัติที่ระลึกถึงผู้มาก่อนและวัตรของท่านเหล่านั้น ไม่ทอดทิ้งการภาวนา แม้จะเป็นเวลาภายหลังแล้ว ก็พึงบรรลุอมตบทได้ ตัวบทกล่าวว่าพระเถระกล่าวอย่างนี้แล้วปรินิพพานในสาลวัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าใช้ความเสื่อมของยุคสมัยเป็นข้ออ้างว่าปฏิบัติไม่ได้ ให้เลือกแบบอย่างดี ๆ ในอดีตหรือคนรอบตัวสักคน แล้วเดินตามอย่างนั้นในเรื่องเล็ก ๆ ของวันนี้

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คาถานี้เป็นคำวิจารณ์ภิกษุในสมัยนั้นโดยพระเถระเอง ไม่ควรนำไปใช้เป็นเหตุเหมารวมพระสงฆ์ทั้งหมด และท่านก็ไม่ได้ใช้คำวิจารณ์นั้นเพื่อชี้นิ้วใส่คนอื่น แต่ใช้เป็นเหตุเตือนตัวเองให้ระวังยิ่งขึ้น

สำหรับคนทั่วไป ภาพนี้ใช้ได้กับทุกที่ที่มาตรฐานรอบตัวดูหย่อนลง ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน วงการอาชีพ หรือสังคมออนไลน์ การบ่นว่าคนสมัยนี้ไม่เหมือนเดิมง่ายกว่าการรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ ท่านเลือกอย่างหลัง คือจำแบบอย่างที่ดี แล้วเดินอย่างระวังเหมือนคนเท้าเปล่าในที่มีหนาม

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

โรหิณีเถรีคาถา: ลูกสาวตอบพ่อว่าทำไมจึงรักสมณะ

โรหิณีเถรีคาถา

พ่อถามโรหิณีว่าสมณะเกียจคร้าน อาศัยคนอื่นเลี้ยงชีพ ทำไมลูกจึงรัก โรหิณีตอบทีละข้อว่าสมณะขยันในงานที่ประเสริฐ ก…

เสนาสนะของสงฆ์: แบ่งของส่วนรวมอย่างเป็นธรรม

อาคตานาคตสฺส จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส

ภิกษุบางกลุ่มรีบไปจองที่พักล่วงหน้า ไล่ภิกษุที่กำลังฉันหรือกำลังป่วยให้ลุก ลากเพื่อนออกจากวิหารที่เขาซ่อม และห…

ปายาสิราชัญญสูตร: คนที่แบกป่านไม่ยอมเปลี่ยน

ปายาสิราชญฺญสุตฺตํ

เจ้าปายาสิถือความเห็นว่าโลกหน้าไม่มี พระกุมารกัสสปะใช้อุปมาหลายเรื่องโต้ตอบ เจ้าปายาสิยอมรับว่าเข้าใจตั้งแต่อุ…

ภิกขุนีวิภังค์: หวนกลับไปใช้เวลาแบบเดิม ทั้งที่เลือกทางใหม่แล้ว

จิตฺตาคารวคฺค

สิกขาบทในจิตตาคารวรรค ตั้งแต่ไปดูห้องภาพและสถานที่หย่อนใจ ใช้ตั่งเกินขนาด กรอด้ายเอง รับทำงานบ้านให้ชาวบ้าน ไป…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้