โรหิณีเถรีคาถา: ลูกสาวตอบพ่อว่าทำไมจึงรักสมณะ
โรหิณีเถรีคาถาพ่อถามโรหิณีว่าสมณะเกียจคร้าน อาศัยคนอื่นเลี้ยงชีพ ทำไมลูกจึงรัก โรหิณีตอบทีละข้อว่าสมณะขยันในงานที่ประเสริฐ ก…
ยถา กณฺฏกฏฺฐานมฺหิ จเรยฺย อนุปาหโน
พระเถระนั่งอยู่ในป่าที่ดอกไม้บาน แล้วระลึกว่าภิกษุรุ่นก่อนสันโดษ อ่อนโยน ปากไม่ร้าย แต่ภิกษุรุ่นหลังเริ่มแสวงหาลาภและทะเลาะกัน — คำตอบของท่านไม่ใช่การบ่น แต่คือตั้งสติเหมือนคนไม่สวมรองเท้าเดินในที่มีหนาม
ในเถรคาถา ขุททกนิกาย คาถาบทสุดท้ายของวีสตินิบาตเป็นของพระเถระที่ฉบับหลวงเรียกว่าพระปาราสริยะ (บางฉบับเรียกปาราปริยะ) ท่านนี้ต่างจากพระปาราสริยะที่กล่าวคาถาเรื่องการรักษาอินทรีย์ในนิบาตเดียวกัน ตัวบทเล่าว่า ขณะท่านนั่งเจริญฌานอยู่ผู้เดียวในป่าใหญ่ในฤดูดอกไม้ผลิ เกิดความคิดว่าเมื่อพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ความประพฤติของภิกษุเป็นอย่างหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ปรากฏเป็นอีกอย่างหนึ่ง
ท่านบรรยายภิกษุรุ่นก่อนว่าสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ ใช้ผ้าเพียงกันหนาวและปิดความละอาย ฉันอาหารเพียงเพื่อยังชีวิต อยู่ในป่า โคนไม้ และถ้ำ อ่อนน้อม เลี้ยงง่าย อ่อนโยน ไม่ปากร้าย อิริยาบถละมุนละไมเหมือนสายน้ำมันที่ไหลไม่ขาด แล้วท่านบรรยายภาพตรงข้ามของภิกษุบางพวกในเวลานั้น ที่ทะเลาะกัน ยึดความเห็นตน แสวงหาลาภด้วยอุบาย และแสดงธรรมเพื่อลาภ
แต่ท้ายคาถา ท่านไม่ได้จบที่การตำหนิ ท่านสอนว่ามุนีพึงตั้งสติเที่ยวไปในบ้าน เหมือนคนไม่สวมรองเท้าตั้งสติเดินในที่มีหนาม และแม้จะเป็นเวลาสุดท้ายแล้ว ผู้ที่ระลึกถึงวัตรของผู้มาก่อนก็ยังบรรลุอมตบทได้ ตัวบทกล่าวว่าท่านปรินิพพานในสาลวันหลังกล่าวคาถานี้
พระเถระคิดขณะนั่งอยู่ผู้เดียวในป่าว่า เมื่อพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ อิริยาบถของภิกษุเป็นอย่างหนึ่ง แต่บัดนี้ปรากฏเป็นอีกอย่างหนึ่ง ท่านสังเกตความเปลี่ยนแปลงนี้จากความสงบ ไม่ใช่จากความโกรธ
เมื่อรู้สึกว่าอะไร ๆ รอบตัวแย่ลง ให้หาเวลาเงียบ ๆ ทบทวนก่อนพูด คำวิจารณ์ที่ออกมาจากใจสงบมักมีประโยชน์กว่าคำที่ออกมาตอนหงุดหงิด
ภิกษุรุ่นก่อนใช้ผ้าเพียงเพื่อกันความหนาวจากลมและปกปิดความละอาย ฉันอาหารประณีตหรือเศร้าหมอง น้อยหรือมาก เพียงเพื่อยังชีวิตให้เป็นไป ไม่ติดไม่พัวพัน เป็นผู้สันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้
ลองมีหนึ่งวันต่อสัปดาห์ที่ใช้ของเท่าที่มีโดยไม่ซื้ออะไรเพิ่ม จะเห็นว่าความต้องการจริงน้อยกว่าที่คิด
ภิกษุรุ่นก่อนไม่ขวนขวายหายาและเครื่องใช้เพื่อชีวิตมากเท่ากับที่ขวนขวายเพื่อความสิ้นอาสวะ พอกพูนความสงัด อยู่ในป่า โคนไม้ ซอกเขา และถ้ำ
ดูว่าสัปดาห์นี้เราใช้เวลาจัดการเรื่องข้าวของ เช่นเลือกซื้อ เปรียบเทียบ หรือดูแล มากกว่าเวลาดูแลใจตัวเองหรือเปล่า
ภิกษุรุ่นก่อนอ่อนน้อม เลี้ยงง่าย อ่อนโยน ใจไม่กระด้าง ไม่ปากร้าย คิดถึงประโยชน์ การเดินไป การถอยกลับ การบริโภค และอิริยาบถจึงน่าเลื่อมใส ละมุนละไมเหมือนสายน้ำมันที่ไหลออกจากปากภาชนะไม่ขาดสาย
ความน่าเชื่อถือไม่ได้มาจากคำพูดอย่างเดียว แต่มาจากท่าทางทั่วไปด้วย ลองสังเกตว่าวันนี้เราพูด เดิน และกินอย่างรีบร้อนหรืออย่างนุ่มนวล
ท่านบรรยายว่าเมื่อกิเลสเจริญขึ้น คนเหล่านั้นละทิ้งพระสัทธรรม ทะเลาะกันเอง ยึดถือความเห็นของตน สำคัญว่าสิ่งนี้เท่านั้นประเสริฐ
เมื่อเถียงกันแล้วเริ่มรู้สึกว่า "ความเห็นเราเท่านั้นถูก" ให้หยุดถามว่าเรายังเถียงเพื่อหาความจริง หรือเพื่อชนะ
ท่านกล่าวถึงภิกษุบางพวกในเวลานั้นว่า แสวงหาปัจจัยด้วยอุบายต่าง ๆ ทะเลาะกันเพราะลาภสงฆ์ และแสดงธรรมแก่ผู้อื่นเพราะลาภ ไม่ใช่เพราะประโยชน์ ตัวบทใช้คำว่า "ภิกษุบางพวก" ไม่ได้กล่าวถึงภิกษุทั้งหมด
ถามตัวเองเป็นครั้งคราวว่างานที่ทำอยู่ยังทำเพื่อประโยชน์ของคนที่เราทำให้ หรือเหลือแค่ทำเพื่อรายได้และคำชม และใช้คำถามเดียวกันเลือกครูหรือผู้สอนที่จะติดตาม
เมื่อสิ่งที่ทำลายการปฏิบัติมีอยู่มากมายอย่างนี้ การบรรลุสิ่งที่ยังไม่ได้บรรลุหรือการรักษาสิ่งที่บรรลุแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเมื่อพระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่ ท่านจึงสอนว่ามุนีพึงตั้งสติเที่ยวไปในบ้าน เหมือนคนไม่สวมรองเท้าตั้งสติเดินในที่มีหนาม
ในที่ที่มีสิ่งยั่วยุมาก เช่น งานเลี้ยง กลุ่มแชตที่ชอบนินทา หรือแอปที่ดึงเวลา ให้เข้าไปอย่างรู้ตัวทุกก้าว เหมือนเดินเท้าเปล่าบนทางที่มีหนาม
คาถาจบว่า ผู้ปฏิบัติที่ระลึกถึงผู้มาก่อนและวัตรของท่านเหล่านั้น ไม่ทอดทิ้งการภาวนา แม้จะเป็นเวลาภายหลังแล้ว ก็พึงบรรลุอมตบทได้ ตัวบทกล่าวว่าพระเถระกล่าวอย่างนี้แล้วปรินิพพานในสาลวัน
อย่าใช้ความเสื่อมของยุคสมัยเป็นข้ออ้างว่าปฏิบัติไม่ได้ ให้เลือกแบบอย่างดี ๆ ในอดีตหรือคนรอบตัวสักคน แล้วเดินตามอย่างนั้นในเรื่องเล็ก ๆ ของวันนี้
คาถานี้เป็นคำวิจารณ์ภิกษุในสมัยนั้นโดยพระเถระเอง ไม่ควรนำไปใช้เป็นเหตุเหมารวมพระสงฆ์ทั้งหมด และท่านก็ไม่ได้ใช้คำวิจารณ์นั้นเพื่อชี้นิ้วใส่คนอื่น แต่ใช้เป็นเหตุเตือนตัวเองให้ระวังยิ่งขึ้น
สำหรับคนทั่วไป ภาพนี้ใช้ได้กับทุกที่ที่มาตรฐานรอบตัวดูหย่อนลง ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน วงการอาชีพ หรือสังคมออนไลน์ การบ่นว่าคนสมัยนี้ไม่เหมือนเดิมง่ายกว่าการรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ ท่านเลือกอย่างหลัง คือจำแบบอย่างที่ดี แล้วเดินอย่างระวังเหมือนคนเท้าเปล่าในที่มีหนาม
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พ่อถามโรหิณีว่าสมณะเกียจคร้าน อาศัยคนอื่นเลี้ยงชีพ ทำไมลูกจึงรัก โรหิณีตอบทีละข้อว่าสมณะขยันในงานที่ประเสริฐ ก…
ภิกษุบางกลุ่มรีบไปจองที่พักล่วงหน้า ไล่ภิกษุที่กำลังฉันหรือกำลังป่วยให้ลุก ลากเพื่อนออกจากวิหารที่เขาซ่อม และห…
เจ้าปายาสิถือความเห็นว่าโลกหน้าไม่มี พระกุมารกัสสปะใช้อุปมาหลายเรื่องโต้ตอบ เจ้าปายาสิยอมรับว่าเข้าใจตั้งแต่อุ…
สิกขาบทในจิตตาคารวรรค ตั้งแต่ไปดูห้องภาพและสถานที่หย่อนใจ ใช้ตั่งเกินขนาด กรอด้ายเอง รับทำงานบ้านให้ชาวบ้าน ไป…