นครสูตร: ป้อมปราการชายแดนของใจ
ข้อปฏิบัติ

นครสูตร: ป้อมปราการชายแดนของใจ

นครสุตฺตํ

นครชายแดนที่มีเครื่องป้องกัน ๗ อย่างและเสบียง ๔ อย่าง ข้าศึกทำอันตรายไม่ได้ ฉันใด อริยสาวกที่มีสัทธรรม ๗ คือ ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ สุตะ ความเพียร สติ ปัญญา และได้ฌาน ๔ โดยง่าย มารก็ทำอันตรายไม่ได้ ฉันนั้น

๘ ข้อ

ในนครสูตร (บางฉบับเรียกนครูปมสูตร) มหาวรรค สัตตกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระพุทธเจ้าทรงยกภาพนครชายแดนของพระราชา ถ้านครนั้นมีเครื่องป้องกัน ๗ อย่าง และหาเสบียง ๔ อย่างได้ตามต้องการโดยไม่ลำบาก ศัตรูภายนอกก็ทำอันตรายไม่ได้

เครื่องป้องกัน ๗ อย่างคือ เสาระเนียดที่ฝังลึกไม่หวั่นไหว คูที่ลึกและกว้าง ทางเดินรอบคูที่สูงและกว้าง อาวุธที่สะสมไว้มาก กองทัพหลายหมู่เหล่า ทหารยามผู้ฉลาดที่ไม่ให้คนแปลกหน้าเข้า และกำแพงสูงกว้างพร้อมป้อม ส่วนเสบียง ๔ อย่างคือ หญ้า ไม้ และน้ำ ข้าวสาลีและข้าวเหนียว งาและถั่วต่าง ๆ และเภสัช เช่น เนยใส น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย เกลือ

แล้วทรงเทียบว่า อริยสาวกที่ประกอบด้วยสัทธรรม ๗ ประการ และได้ฌาน ๔ ตามต้องการ โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก มารผู้มีบาปก็ทำอันตรายไม่ได้ ทุกข้อของสัทธรรมมีหน้าที่เดียวกัน คือทำให้ละอกุศล เจริญกุศล ละกรรมที่มีโทษ เจริญกรรมที่ไม่มีโทษ และรักษาตนให้บริสุทธิ์

  1. ๑

    ศรัทธาเหมือนเสาระเนียด สทฺโธ

    อริยสาวกมีศรัทธา เชื่อในปัญญาเครื่องตรัสรู้ของพระตถาคต เปรียบเหมือนเสาระเนียดที่ขุดหลุมฝังลึก ไม่หวั่นไหว เป็นหลักที่ตั้งมั่นอยู่หน้าเมือง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาเจอคำแนะนำทางธรรมที่ขัดใจ ให้ระลึกว่าเราเลือกเชื่อมั่นในทางนี้ด้วยเหตุผลอะไร หลักที่ฝังลึกจะไม่ล้มตามอารมณ์ของวันนั้น

  2. ๒

    หิริเหมือนคูเมือง หิริมา

    อริยสาวกมีหิริ ละอายต่อความประพฤติชั่วทางกาย วาจา ใจ และละอายต่อการเข้าถึงอกุศลธรรม เปรียบเหมือนคูที่ลึกและกว้าง ทำให้ข้าศึกข้ามเข้ามาได้ยาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถามตัวเองก่อนทำสิ่งที่ไม่ค่อยดีว่า ถ้าคนที่เราเคารพเห็นอยู่ เราจะยังทำไหม ความละอายนี้คือคูที่กั้นไว้ตั้งแต่ไกล

  3. ๓

    โอตตัปปะเหมือนทางเดินรอบคู โอตฺตปฺปี

    อริยสาวกมีโอตตัปปะ เกรงกลัวต่อความประพฤติชั่วและการเข้าถึงอกุศลธรรม เปรียบเหมือนทางเดินตามคูที่สูงและกว้าง ซึ่งเดินตรวจได้รอบเมือง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนตัดสินใจเรื่องที่เสี่ยงผิดศีล ให้นึกถึงผลที่จะตามมาจริง ๆ ทั้งต่อตัวเองและคนอื่น ความเกรงกลัวผลแบบนี้ช่วยตรวจตราไม่ให้เผลอ

  4. ๔

    สุตะเหมือนคลังอาวุธ พหุสฺสุโต

    อริยสาวกเป็นผู้ได้ฟังมาก ทรงจำธรรมที่งามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดได้ คล่องปาก ขึ้นใจ และเข้าใจด้วยความเห็น เปรียบเหมือนอาวุธที่สะสมไว้มาก ทั้งอาวุธแหลมยาวและอาวุธคม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    จำคำสอนสั้น ๆ ที่ใช้ได้จริงไว้สักสองสามข้อ เมื่อความโกรธหรือความอยากโผล่มา จะมีอาวุธหยิบใช้ได้ทันที ไม่ต้องไปค้นหา

  5. ๕

    ความเพียรเหมือนกองทัพ อารทฺธวีริโย

    อริยสาวกปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลและให้กุศลถึงพร้อม มีกำลัง บากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรม เปรียบเหมือนกองทัพจำนวนมากที่ตั้งไว้ในเมือง ทั้งพลช้าง พลม้า พลรถ พลธนู

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความเพียรไม่ต้องหวือหวา แค่ไม่ทิ้งเรื่องดีที่ตั้งใจไว้ เช่น นั่งสมาธิวันละสิบนาทีต่อเนื่อง ก็เป็นกองกำลังที่พร้อมอยู่ทุกวัน

  6. ๖

    สติเหมือนทหารยามเฝ้าประตู สติมา

    อริยสาวกมีสติ ระลึกถึงสิ่งที่ทำและคำที่พูดไว้นานได้ เปรียบเหมือนทหารยามที่ฉลาด ห้ามคนที่ไม่รู้จักไม่ให้เข้า และให้คนที่รู้จักเข้า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อความคิดใดโผล่ขึ้นมา ให้ถามแบบยามหน้าประตูว่า "เธอเป็นใคร มาดีหรือมาร้าย" ก่อนจะปล่อยให้มันเข้ามาบงการการกระทำ

  7. ๗

    ปัญญาเหมือนกำแพงและป้อม ปญฺญวา

    อริยสาวกมีปัญญาที่เห็นความเกิดและความดับ เป็นปัญญาอันประเสริฐ ชำแรกกิเลส นำไปสู่ความสิ้นทุกข์ เปรียบเหมือนกำแพงสูงกว้างพร้อมป้อมที่ก่ออิฐถือปูนอย่างดี ซึ่งเป็นเครื่องป้องกันชั้นสุดท้ายรอบเมือง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อติดอยู่กับอารมณ์ใด ให้ดูว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไร และกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร การเห็นความเกิดดับคือกำแพงที่ทำให้อารมณ์ทำลายเราไม่ได้

  8. ๘

    ฌาน ๔ เหมือนเสบียง ๔ อย่าง จตุนฺนํ ฌานานํ นิกามลาภี

    ปฐมฌานเปรียบกับหญ้า ไม้ และน้ำ ทุติยฌานเปรียบกับข้าวสาลีและข้าวเหนียว ตติยฌานเปรียบกับงาและถั่ว จตุตถฌานเปรียบกับเภสัช เช่น เนยใส น้ำผึ้ง เกลือ ทั้งหมดเป็นไปเพื่อความอุ่นใจ ไม่สะดุ้งกลัว อยู่เป็นสุข และเพื่อหยั่งลงสู่นิพพาน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    นอกจากตั้งกฎให้ตัวเอง ให้สะสมเสบียงของใจด้วย เช่น ช่วงเวลาที่ได้นั่งสงบ เดินจงกรม หรือเจริญเมตตา ใจที่อิ่มจากข้างในจะไม่หิวโหยหาสิ่งยั่วยุภายนอก

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

อุปมานี้ชวนให้มองชีวิตเหมือนการดูแลเมืองหนึ่ง ใจไม่ได้พังเพราะแรงกระแทกครั้งเดียว แต่พังเพราะด่านใดด่านหนึ่งอ่อนแอมานานโดยไม่มีใครซ่อม เช่น ความละอายที่ค่อย ๆ จางลง หรือสติที่ปล่อยให้อะไรผ่านเข้ามาก็ได้

ข้อที่น่าสังเกตคือเครื่องป้องกันกับเสบียงต้องมีคู่กัน เมืองที่กำแพงแน่นหนาแต่ไม่มีอาหารก็อยู่ได้ไม่นาน คนที่มีศีลมีหลักการ แต่ไม่มีความสงบสุขภายในหล่อเลี้ยงใจเลย ก็เหนื่อยล้าและเปราะบางได้ง่าย ฆราวาสอาจยังไม่ได้ฌาน แต่ช่วงเวลาที่ใจสงบจากการภาวนาแม้เพียงสั้น ๆ ก็เป็นเสบียงแบบหนึ่ง

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ถุงเงินที่ริมแม่น้ำ: ของตกของคนอื่น ทำอย่างไรจึงถูก

รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา

ภิกษุรูปหนึ่งเก็บถุงเงินที่พราหมณ์ลืมไว้ริมแม่น้ำเพื่อจะคืนให้ แต่พราหมณ์กลับอ้างว่าของตนมีมากกว่านั้นเพื่อเลี…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้