นาลกสูตร: ปฏิปทาของมุนี
ข้อปฏิบัติ

นาลกสูตร: ปฏิปทาของมุนี

นาลกสุตฺตํ

อสิตฤาษีทำนายพระกุมารแล้วสั่งหลานชายให้รอฟังคำว่า "พุทโธ" หลายปีต่อมานาลกะทูลถามปฏิปทาของมุนี — วางใจให้เสมอทั้งเมื่อถูกด่าและถูกไหว้ กินพอประมาณ และรู้ว่าเมื่อใดควรเงียบ

๘ ข้อ

ในนาลกสูตร สุตตนิบาต ขุททกนิกาย ส่วนแรกเป็นเรื่องเล่า (วัตถุกถา) ว่าอสิตฤาษีเห็นเทวดาชั้นดาวดึงส์รื่นเริงอย่างยิ่ง จึงถามเหตุ เทวดาตอบว่าพระโพธิสัตว์ได้ประสูติแล้วที่ลุมพินีวัน อสิตฤาษีจึงไปเฝ้าพระกุมารที่วังพระเจ้าสุทโธทนะ เมื่อพิจารณาลักษณะแล้วก็เปล่งวาจาว่าพระกุมารนี้สูงสุดกว่าสัตว์สองเท้า แต่แล้วกลับร้องไห้ เพราะรู้ว่าอายุของตนจะไม่ยืนพอได้ฟังธรรมของพระกุมาร

อสิตฤาษีจึงสั่งนาลกะผู้เป็นหลานว่า ในภายหน้าเมื่อได้ยินเสียงเลื่องลือว่า "พุทโธ" ให้ไปทูลถามด้วยตนเองและประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระองค์ นาลกะรอคอยจนได้ยินข่าวการประกาศธรรมจักร จึงไปทูลถามปฏิปทาอันสูงสุดของมุนี

พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่าปฏิปทานี้ทำได้ยาก ครอบคลุมตั้งแต่การวางใจเสมอต่อคำด่าและคำไหว้ การสำรวมจากกาม การไม่เบียดเบียน การกินพอประมาณ การวางใจเป็นกลางทั้งเมื่อได้และไม่ได้ ไปจนถึงการรู้จักพูดและรู้จักเงียบ ปฏิปทานี้กล่าวถึงนักบวชโดยตรง แต่หลายข้อนำมาใช้ในชีวิตทั่วไปได้

  1. ๑

    คำทำนายของอสิตฤาษี อสิโต อิสิ

    อสิตฤาษีได้ยินจากเทวดาว่าพระโพธิสัตว์ประสูติแล้ว จึงไปเฝ้า ได้อุ้มพระกุมารและทำนายว่าจะตรัสรู้ ประกาศธรรมจักร แล้วร้องไห้เพราะตนจะสิ้นชีวิตก่อนได้ฟังธรรม และบอกเจ้าศากยะว่าอันตรายจะไม่มีแก่พระกุมาร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้ว่ามีโอกาสดีที่ตัวเองอาจไม่ทันได้รับ ลองส่งต่อโอกาสนั้นให้คนรุ่นหลังแทนการเสียดาย

  2. ๒

    ส่งต่อให้หลาน: รอฟังคำว่าพุทโธ พุทฺโธติ โฆสํ

    อสิตฤาษีสั่งนาลกะว่าเมื่อได้ยินเสียงเลื่องลือว่า "พุทโธ" ให้ไปทูลถามด้วยตนเอง นาลกะรักษาอินทรีย์รอคอยอยู่ เมื่อได้ยินข่าวการประกาศธรรมจักรจึงไปเฝ้าและทูลถามปฏิปทาของมุนี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อผู้ใหญ่แนะนำสิ่งดี อย่าเพียงเชื่อตาม แต่ไปศึกษาและถามด้วยตัวเองเมื่อถึงเวลา

  3. ๓

    ถูกด่าหรือถูกไหว้ ให้ใจเสมอกัน สมานภาคํ กุพฺเพถ คาเม อกฺกุฏฺฐวนฺทิตํ

    มุนีพึงทำใจให้เสมอกันทั้งเมื่อถูกด่าและถูกไหว้ในหมู่บ้าน รักษาใจไม่ให้ขุ่นเคือง สงบ ไม่เย่อหยิ่ง อารมณ์สูงต่ำที่มากระทบย่อมมาเหมือนเปลวไฟในป่า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    วันที่ได้รับคำชมและวันที่ถูกตำหนิในที่ทำงาน ลองสังเกตว่าใจขึ้นลงแค่ไหน แล้วฝึกให้ช่วงห่างนั้นแคบลงทีละน้อย

  4. ๔

    เอาตนเป็นอุปมา ยถา อหํ ตถา เอเต

    มุนีละกามและเว้นเมถุน ไม่ยินดียินร้ายต่อสัตว์ทั้งที่ยังหวาดกลัวและที่มั่นคง พึงคิดว่า "เราฉันใด สัตว์เหล่านี้ก็ฉันนั้น สัตว์เหล่านี้ฉันใด เราก็ฉันนั้น" แล้วไม่ฆ่าเองและไม่ใช้ผู้อื่นให้ฆ่า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนพูดหรือทำอะไรที่กระทบคนอื่น ถามตัวเองสั้น ๆ ว่า ถ้าเราเป็นเขา เราจะรู้สึกอย่างไร

  5. ๕

    ท้องพร่อง กินพอประมาณ ปรารถนาน้อย อูนูทโร มิตาหาโร

    มุนีละความปรารถนาและความโลภในปัจจัยที่คนทั่วไปติดข้อง ไม่ให้ความอยากนั้นกลายเป็นเหตุของการเลี้ยงชีพผิด พึงเป็นผู้มีท้องพร่อง มีอาหารพอประมาณ ปรารถนาน้อย ไม่โลภ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    หยุดกินก่อนอิ่มเต็มที่สักเล็กน้อย และก่อนซื้อของชิ้นใหม่ ลองรอหนึ่งวันเพื่อดูว่ายังอยากอยู่หรือไม่

  6. ๖

    ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ดี อลตฺถํ ยทิทํ สาธุ นาลตฺถํ กุสลํ อิติ

    เมื่อบิณฑบาต มุนีไม่พูดเพื่อขอของกิน คิดว่าได้สิ่งใดก็ดี ไม่ได้ก็ดี เป็นผู้คงที่ทั้งในการได้และไม่ได้ เหมือนคนไปหาผลไม้ที่ต้นไม้ ได้หรือไม่ได้ก็ไม่ยินดีไม่เสียใจ วางใจเป็นกลางกลับไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ส่งใบสมัครงาน เสนองาน หรือขอความช่วยเหลือด้วยความตั้งใจเต็มที่ แล้ววางผลลัพธ์ไว้ ได้ก็ขอบคุณ ไม่ได้ก็ไม่ต้องตีตัวเอง

  7. ๗

    ไม่ใบ้แต่เหมือนใบ้ ไม่ดูแคลนทานน้อย อปฺปํ ทานํ น หีเฬยฺย

    มุนีผู้ถือบาตรเที่ยวไป ไม่เป็นใบ้ แต่คนสมมุติว่าเป็นใบ้เพราะไม่พูดพร่ำ ไม่พึงหมิ่นทานว่าน้อย และไม่พึงดูแคลนผู้ให้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีคนช่วยเหลือหรือให้ของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ขอบคุณอย่างจริงใจ ไม่ประเมินน้ำใจจากราคาของ

  8. ๘

    ลำธารดัง มหาสมุทรนิ่ง สณนฺตา ยนฺติ กุโสพฺภา ตุณฺหี ยาติ มโหทธิ

    แม่น้ำในร่องและห้วยไหลเสียงดัง แม่น้ำใหญ่ไหลนิ่ง สิ่งใดพร่องสิ่งนั้นดัง สิ่งใดเต็มสิ่งนั้นสงบ คนพาลเหมือนหม้อน้ำครึ่งหม้อ บัณฑิตเหมือนห้วงน้ำที่เต็ม สมณะที่รู้ว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ย่อมแสดงธรรมได้มาก ส่วนที่รู้ว่าไม่เกื้อกูลก็ไม่พูดมาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนโพสต์ความเห็นหรือเถียงในวงสนทนา ถามว่าเรารู้เรื่องนี้จริงไหม และคำพูดนี้เกื้อกูลใครไหม ถ้าไม่ ความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดี

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ภาพที่จำง่ายที่สุดของพระสูตรคือ ลำธารในร่องเขาไหลเสียงดัง แต่มหาสมุทรไหลนิ่ง สิ่งที่พร่องย่อมดัง สิ่งที่เต็มย่อมสงบ ในยุคที่ทุกคนรีบแสดงความเห็น พระสูตรนี้ไม่ได้บอกให้เงียบตลอด แต่ให้พูดเมื่อรู้และเป็นประโยชน์ และไม่พูดมากในเรื่องที่ไม่เกื้อกูลใคร

อีกข้อที่ใช้ได้ทุกวันคือ "ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ดี" เหมือนคนที่ไปเก็บผลไม้จากต้น ได้ก็ไม่ลิงโลด ไม่ได้ก็ไม่เสียใจ เป็นท่าทีที่ช่วยได้มากกับผลงาน คำชม และโอกาสที่ไม่แน่นอน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

พระโสณกุฏิกัณณะ: รอบวช ๓ ปี กับคำทูลขอเพื่อถิ่นห่างไกล

อวนฺติทกฺขิณาปโถ อปฺปภิกฺขุโก

อุบาสกในแคว้นอวันตีขอบวชกับพระมหากัจจานะ แต่ต้องรอถึง ๓ ปีเพราะหาพระให้ครบองค์ประชุมไม่ได้ เมื่อได้เฝ้าพระพุทธ…

เข็ม รองเท้า และพัดใบตาล: อปทานของผู้มองเห็นว่าอีกฝ่ายขาดอะไร

คิมฺหํ นิพฺพาปนตฺถาย

อปทานของผู้ถวายของใช้ชิ้นเล็กที่ตรงกับความจำเป็น เข็มสำหรับเย็บจีวร บาตรดินที่ช่างหม้อปั้นเอง รองเท้าที่ถอดจาก…

สีหสูตร: ผลของการให้ที่เห็นได้ในชีวิตนี้

สนฺทิฏฺฐิกํ ทานผลํ

สีหเสนาบดีแห่งเมืองเวสาลีทูลถามว่าผลของทานที่เห็นได้เองในชีวิตนี้มีไหม พระพุทธเจ้าตรัสว่ามี ผู้ให้เป็นที่รักขอ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้