มหานารทกัสสปชาดก: แก้ความเห็นผิดของพระราชา
ใช้ในชีวิตประจำวัน

มหานารทกัสสปชาดก: แก้ความเห็นผิดของพระราชา

มหานารทกสฺสปชาตกํ

พระเจ้าอังคติฟังนักบวชเปลือยสอนว่าบุญบาปไม่มีผล จึงทิ้งราชกิจไปหมกมุ่นในกาม พระนางรุจาราชธิดายกเหตุผลเรื่องกรรมมาทูลทัดทาน จนนารทมหาพรหมลงมาแก้ความเห็นผิดด้วยคำถามเรื่องการยืมเงินไปใช้คืนชาติหน้า

๗ ข้อ

มหานารทกัสสปชาดกเป็นเรื่องที่ ๘ ในมหานิบาตชาดก ขุททกนิกาย พระโพธิสัตว์คือนารทมหาพรหม หัวเรื่องในฉบับแปลไทยและประเพณีจัดเป็นการบำเพ็ญอุเบกขาบารมี ตัวบทเป็นคาถาที่เล่าเรื่องต่อกันค่อนข้างครบ ส่วนคำอธิบายเพิ่มเติมอยู่ในอรรถกถา

ในคืนวันเพ็ญ พระเจ้าอังคติแห่งวิเทหรัฐถามอำมาตย์ว่าควรทำอะไรให้รื่นรมย์ อลาตเสนาบดีเสนอให้ทำสงคราม สุนามอำมาตย์เสนอให้เสพกาม วิชยอำมาตย์เสนอให้ไปหาสมณพราหมณ์ผู้คลายสงสัยได้ อลาตพาไปหาคุณาชีวก นักบวชเปลือยกัสสปโคตร ซึ่งสอนว่าผลของบุญบาปไม่มี ปรโลกไม่มี และสัตว์หมดจดไปเองด้วยการเวียนเกิดเวียนตาย อลาตสนับสนุนเพราะระลึกได้ว่าชาติก่อนเป็นคนฆ่าโคแต่ชาตินี้ได้เป็นเสนาบดี ส่วนวีชกะ ทาสยากจนที่รักษาอุโบสถ ร้องไห้เพราะระลึกได้ว่าชาติก่อนเป็นเศรษฐีใจบุญ พระราชาจึงเชื่อว่าบุญไม่มีผล แล้วทิ้งราชกิจไปเสพกาม

พระนางรุจาราชธิดามาขอทรัพย์ไปให้ทานในวันอุโบสถ พระราชาห้ามว่าไร้ประโยชน์ พระนางซึ่งระลึกชาติได้ทูลว่า อลาตกำลังได้ผลบุญเก่าขณะที่บาปใหม่ยังไม่ให้ผล ส่วนวีชกะกำลังรับผลบาปเก่า และเล่าชาติของตนที่ต้องรับผลจากการคบชู้ แต่พระราชายังไม่เชื่อ นารทมหาพรหมเห็นพระราชาผู้เห็นผิดจึงลงมา พระราชาขอยืมเงินห้าร้อยแล้วจะคืนพันหนึ่งในชาติหน้า นารทะตอบว่าคนไร้ศีลตายไปอยู่ในนรกแล้วใครจะไปทวงหนี้ได้ จากนั้นพรรณนาผลของกรรมชั่ว จนพระราชาสำนึกและขอให้สอนทางที่ถูก

  1. ๑

    เลือกแหล่งความรู้ให้ดี มหานารทกสฺสปชาตกํ

    ในคืนเดียวกัน อำมาตย์คนหนึ่งเสนอสงคราม อีกคนเสนอความสนุก อีกคนเสนอให้ไปฟังธรรมจากผู้รู้ ข้อเสนอสุดท้ายดี แต่ผู้ที่ได้ไปพบกลับเป็นนักบวชที่อลาตแนะนำ ซึ่งสอนความเห็นผิด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การตั้งใจหาความรู้เป็นเรื่องดี แต่ต้องเลือกแหล่งด้วย ก่อนเชื่อผู้เชี่ยวชาญคนใด ดูว่าใครแนะนำ และคำสอนนั้นพาเราไปทางไหน

  2. ๒

    ความเห็นว่าบุญบาปไม่มีผล มหานารทกสฺสปชาตกํ

    คุณาชีวกสอนว่าผลของธรรมที่ประพฤติไม่มี ปรโลกไม่มี ความเพียรไม่มีผล สัตว์ได้สิ่งที่ควรได้เอง พระราชาฟังแล้วสรุปว่าไม่ต้องทำอะไร จึงสั่งไม่ให้ใครรบกวน และปล่อยราชการให้อำมาตย์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตความคิดแบบ "ทำไปก็เท่านั้น" หรือ "ยังไงก็ถูกกำหนดไว้แล้ว" ความคิดแบบนี้มักเป็นข้ออ้างให้เราเลิกรับผิดชอบ

  3. ๓

    ผลกรรมไม่ได้มาทันที มหานารทกสฺสปชาตกํ

    พระนางรุจาอธิบายว่า เรือพ่อค้าที่บรรทุกของหนักเกินย่อมจมกลางทะเล คนสะสมบาปทีละน้อยก็เช่นกัน อลาตกำลังได้ผลบุญเก่าที่ใกล้หมด ส่วนวีชกะกำลังรับผลบาปเก่า เหมือนตาชั่งที่ข้างหนึ่งต่ำอยู่ เมื่อเอาของหนักออก ข้างนั้นก็สูงขึ้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดีจากผลช่วงสั้น ๆ นิสัยเล็ก ๆ ที่ทำทุกวัน ทั้งดีและไม่ดี คือของที่ค่อย ๆ บรรทุกลงเรือชีวิต

  4. ๔

    คบคนเช่นไรก็เป็นเช่นนั้น ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ

    พระนางรุจาทูลว่า บุคคลทำคนเช่นไรให้เป็นมิตร คบหาคนเช่นไร ก็ย่อมเป็นเช่นคนนั้น การคบคนพาลเหมือนเอาใบไม้ห่อปลาเน่า ใบไม้ก็พลอยเหม็น การคบนักปราชญ์เหมือนเอาใบไม้ห่อของหอม ใบไม้ก็พลอยหอม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ดูว่าคนที่เราฟังความเห็นบ่อยที่สุด ทั้งเพื่อน ครอบครัว และช่องที่ติดตามในโซเชียล พาเราไปทางไหน แล้วเลือกเพิ่มคนที่ทำให้เราดีขึ้น

  5. ๕

    กล้าพูดความจริงกับผู้มีอำนาจ มหานารทกสฺสปชาตกํ

    พระนางรุจาพูดกับพระบิดาซึ่งเป็นพระราชา แต่ไม่ยอมเงียบ ทรงพูดด้วยความเคารพ ยกย่องว่าพระราชาเป็นผู้มีปัญญา ไม่ควรเห็นตามคนหลง แล้วยกเหตุผล อุปมา และประสบการณ์ของตนเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อต้องทักท้วงหัวหน้าหรือผู้ใหญ่ เริ่มจากความเคารพ ยอมรับจุดดีของเขา แล้วเสนอเหตุผลและตัวอย่างที่ชัดเจนแทนการกล่าวหา

  6. ๖

    คำถามเรื่องหนี้ในปรโลก มหานารทกสฺสปชาตกํ

    พระราชาท้าว่าถ้าปรโลกมีจริง ให้ยืมห้าร้อยแล้วจะคืนพันหนึ่งในชาติหน้า นารทะไม่โกรธ แต่ตอบว่าคนฉลาดไม่ให้คนไร้ศีลยืมเงินเพราะจะไม่ได้คืน ส่วนคนขยันและมีศีล คนทั้งหลายนำทรัพย์มาให้เอง คำตอบนี้พาพระราชากลับมาดูความประพฤติของตน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเถียงเรื่องความเชื่อไม่จบ ลองเปลี่ยนเป็นคำถามที่ตรวจสอบได้ในชีวิตนี้ เช่น คนซื่อสัตย์กับคนไม่ซื่อสัตย์ ใครได้รับความไว้วางใจมากกว่า

  7. ๗

    กายเหมือนรถ ใจเป็นสารถี สจฺจํ ธมฺโม ทโม จาโค

    นารทะบอกว่าตนมีฤทธิ์เพราะสัจจะ ธรรม ทมะ และจาคะที่ทำไว้ เมื่อพระราชาขอที่พึ่ง จึงแนะให้แจกอาหารและเครื่องนุ่งห่มแก่ผู้ขาดแคลน ไม่ใช้งานคนแก่และสัตว์แก่เหมือนก่อน และให้เห็นกายเหมือนรถที่มีใจเป็นสารถี มีความไม่เบียดเบียนเป็นเพลา การให้เป็นหลังคา และความสำรวมกาย วาจา ท้องเป็นส่วนต่าง ๆ ของรถ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้ภาพรถเป็นเครื่องเตือนตอนเช้า ใจเราคือคนขับ วันนี้จะพากายและคำพูดไปทางไหน และควรเบรกตรงไหน

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ความเห็นว่า "ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่เห็นเป็นอะไร" เกิดง่ายเมื่อเห็นคนโกงร่ำรวยหรือคนดีลำบาก เรื่องนี้ไม่ได้ปฏิเสธภาพที่เห็น แต่ชี้ว่าการดูผลกรรมจากช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้สรุปผิดได้ และความเห็นผิดมีผลต่อการกระทำจริง พระเจ้าอังคติทิ้งหน้าที่ต่อบ้านเมืองทันทีที่เชื่อ

พระนางรุจาเป็นแบบอย่างของการพูดความจริงกับผู้มีอำนาจ ทรงพูดด้วยความเคารพ ใช้เหตุผลและอุปมา และไม่ละทิ้งแม้พูดแล้วยังไม่สำเร็จ ส่วนนารทะแม้ถูกพระราชาท้าทายด้วยคำถามเชิงเยาะ ก็ตอบด้วยเหตุผลโดยไม่โกรธ

คาถาบรรยายนรกไว้ยาวเพื่อให้พระราชาตื่นจากความประมาท ไม่จำเป็นต้องอ่านเพื่อให้กลัว ให้ดูที่คำสอนตอนท้ายที่ชวนให้ดูแลคนหิวคนยาก และฝึกกาย วาจา ใจ

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ฉันวิกาล ของสั่งสม และขอของประณีต: สามเส้นเรื่องอาหารของภิกษุ

วิกาเล ขาทนียํ วา โภชนียํ วา

สามสิกขาบทติดกันในโภชนวรรค ห้ามภิกษุฉันหลังเที่ยงวัน ห้ามฉันอาหารที่รับไว้แล้วเก็บข้ามวัน และห้ามภิกษุที่ไม่ป่…

ภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ: ประจบชาวบ้านจนศรัทธาเสื่อม

กุลทูสโก ปาปสมาจาโร

ภิกษุเจ้าถิ่นที่กิฏาคีรีปลูกดอกไม้ ร้อยมาลัยให้คนในสกุลต่าง ๆ และประพฤติไม่สมควรอีกมาก ชาวบ้านจึงชอบพระที่พูดห…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้