เสขิยวัตรเรื่องการฉัน: รับและกินอาหารอย่างใส่ใจ
สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียาสิกขาบทหมวดโภชนปฏิสังยุต ๓๐ ข้อในเสขิยกัณฑ์ สอนให้รับบิณฑบาตและฉันอย่างเอื้อเฟื้อ มองในบาตร ไม่กลบกับข้าวเพราะ…
ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺย
พระอานนท์ทูลถามว่าหมู่คณะจะอยู่อย่างผาสุกได้อย่างไร พระพุทธเจ้าทรงตอบเป็นขั้น ๆ เริ่มจากรักษาศีลของตนโดยไม่ติเตียนผู้อื่น ใส่ใจตนเองแทนการจับผิดผู้อื่น และไม่หวั่นไหวเมื่อไม่มีใครรู้จัก
ในอานันทสูตร ผาสุวิหารวรรค อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าที่โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี ว่าภิกษุสงฆ์จะอยู่อย่างผาสุกด้วยเหตุเท่าไร พระพุทธเจ้าตรัสตอบ และพระอานนท์ทูลถามต่อว่ายังมีเหตุอื่นอีกหรือไม่ พระองค์ตรัสเพิ่มทีละข้อ จนครบห้าขั้น
ห้าขั้นนั้นคือ มีศีลด้วยตนเองโดยไม่ติเตียนผู้อื่นเรื่องศีล ใส่ใจตนเองไม่ใส่ใจผู้อื่น ไม่มีชื่อเสียงก็ไม่สะดุ้ง ได้ฌานสี่ตามปรารถนา และทำให้แจ้งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติ ท้ายพระสูตรตรัสว่าไม่มีธรรมเครื่องอยู่ผาสุกอื่นที่ดีกว่าหรือประณีตกว่านี้
พระสูตรก่อนหน้าคือผาสุวิหารสูตร ตรัสถึงธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขห้าอย่างระหว่างเพื่อนพรหมจรรย์ คือกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่ประกอบด้วยเมตตา ศีลเสมอกัน และทิฐิเสมอกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ซึ่งซ้อนกับหมวดสาราณียธรรมเกือบทั้งหมด หน้านี้จึงเน้นอานันทสูตรเป็นหลัก
ขั้นแรกที่ตรัสคือ ภิกษุเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลด้วยตนเอง และไม่ติเตียนผู้อื่นในเพราะอธิศีล แม้เพียงเท่านี้ ภิกษุสงฆ์ก็อยู่ผาสุกได้
เมื่อเริ่มถือศีล กินมังสวิรัติ หรือเลิกดื่ม ให้ทำให้ดีโดยไม่ต้องไปเทศน์หรือตำหนิคนรอบตัวที่ยังไม่ได้ทำ
ขั้นที่สองเพิ่มว่า เป็นผู้ใส่ใจตนเอง ไม่ใส่ใจผู้อื่น คือคอยพิจารณาความประพฤติของตน แทนการคอยดูว่าคนอื่นทำถูกหรือผิด
เมื่อรู้สึกอยากบ่นว่าเพื่อนร่วมงานทำไม่ดี ลองถามก่อนว่าส่วนของเราเองวันนี้ทำครบดีแล้วหรือยัง
ขั้นที่สามเพิ่มว่า เป็นผู้ไม่มีชื่อเสียง และไม่สะดุ้งเพราะความไม่มีชื่อเสียงนั้น ความอยากเป็นที่รู้จักเป็นต้นเหตุของการแข่งขันในหมู่คณะ ผู้ที่ไม่เดือดร้อนเพราะไม่มีใครรู้จักจึงอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ง่าย
ถ้าผลงานของเราไม่ถูกเอ่ยถึงในที่ประชุม ให้สังเกตความหวั่นไหวในใจแล้วปล่อยไป งานที่ดียังมีคุณค่าแม้ไม่มีใครเห็น
ขั้นที่สี่เพิ่มว่า เป็นผู้ได้ฌานสี่อันเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันตามปรารถนา ได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก ใจที่มีความสุขภายในไม่ต้องไปหาความสุขจากการได้เปรียบคนอื่น
แม้ยังไม่ถึงฌาน การมีเวลาสงบใจสั้น ๆ ทุกวันก็ทำให้เรากลับไปอยู่กับคนอื่นด้วยใจที่ไม่หิวการยอมรับ
ขั้นที่ห้าเพิ่มว่า ทำให้แจ้งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน แล้วตรัสว่าไม่มีธรรมเครื่องอยู่ผาสุกอื่นที่ดีกว่าหรือประณีตกว่านี้ ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม
เมื่อคิดว่าจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อคนรอบตัวเปลี่ยน ให้นึกถึงข้อนี้ว่าความผาสุกสูงสุดในพระสูตรเกิดจากการเปลี่ยนใจของตนเอง
ในผาสุวิหารสูตรที่อยู่ก่อนหน้า ตรัสว่าธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขห้าอย่างคือ ตั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมที่ประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ มีศีลเสมอกัน และมีทิฐิอันเป็นอริยะเสมอกัน ทั้งหมดทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ทดสอบง่าย ๆ ว่าเราพูดถึงเพื่อนร่วมทีมลับหลังด้วยน้ำเสียงเดียวกับที่พูดต่อหน้าหรือไม่
สามขั้นแรกของพระสูตรใช้ได้ทันทีในทุกกลุ่ม ทั้งที่ทำงาน ครอบครัว และชุมชนออนไลน์ กลุ่มที่อยู่ไม่เป็นสุขมักมีคนที่เคร่งกับตัวเองแล้วเริ่มจับผิดคนอื่น หรือคนที่หงุดหงิดเพราะไม่มีใครเห็นผลงาน พระพุทธเจ้าทรงวางลำดับไว้ว่าความผาสุกเริ่มจากการดูแลตัวเองโดยไม่ไปวัดคนอื่น
"ไม่ใส่ใจผู้อื่น" ไม่ได้แปลว่าไม่สนใจทุกข์สุขของใคร ในบริบทนี้หมายถึงไม่คอยจ้องพิจารณาความผิดของผู้อื่นแทนที่จะดูตัวเอง
สองขั้นหลังเรื่องฌานและวิมุตติเป็นการปฏิบัติระดับลึก แสดงว่าความผาสุกที่สมบูรณ์ที่สุดมาจากใจที่เป็นอิสระ ไม่ใช่จากการจัดระเบียบคนรอบตัว
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สิกขาบทหมวดโภชนปฏิสังยุต ๓๐ ข้อในเสขิยกัณฑ์ สอนให้รับบิณฑบาตและฉันอย่างเอื้อเฟื้อ มองในบาตร ไม่กลบกับข้าวเพราะ…
ภิกษุสองรูปเห็นแพะสองตัวอยู่ด้วยกัน จึงสมมติว่าเป็นคนที่ตนเกลียด แล้วอ้างว่าคราวนี้เห็นกับตา พระพุทธเจ้าทรงแจก…
นายบ้านอสิพันธกบุตรถามว่าพระพุทธเจ้าส่งคนทั้งโลกขึ้นสวรรค์ได้หรือไม่ ทรงตอบด้วยอุปมาก้อนหินที่จมน้ำและเนยใสที่…
คาถาสั้น ๆ ของภิกษุณีหลายรูป ทั้งผู้พ้นจากงานบ้านและสามีที่กดทับ ผู้บวชเมื่อแก่ ผู้ป่วยหนักที่ยังขึ้นภูเขา ผู้…