อานันทสูตร: อยู่ร่วมหมู่คณะอย่างผาสุก
ใช้ในชีวิตประจำวัน

อานันทสูตร: อยู่ร่วมหมู่คณะอย่างผาสุก

ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺย

พระอานนท์ทูลถามว่าหมู่คณะจะอยู่อย่างผาสุกได้อย่างไร พระพุทธเจ้าทรงตอบเป็นขั้น ๆ เริ่มจากรักษาศีลของตนโดยไม่ติเตียนผู้อื่น ใส่ใจตนเองแทนการจับผิดผู้อื่น และไม่หวั่นไหวเมื่อไม่มีใครรู้จัก

๖ ข้อ

ในอานันทสูตร ผาสุวิหารวรรค อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าที่โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี ว่าภิกษุสงฆ์จะอยู่อย่างผาสุกด้วยเหตุเท่าไร พระพุทธเจ้าตรัสตอบ และพระอานนท์ทูลถามต่อว่ายังมีเหตุอื่นอีกหรือไม่ พระองค์ตรัสเพิ่มทีละข้อ จนครบห้าขั้น

ห้าขั้นนั้นคือ มีศีลด้วยตนเองโดยไม่ติเตียนผู้อื่นเรื่องศีล ใส่ใจตนเองไม่ใส่ใจผู้อื่น ไม่มีชื่อเสียงก็ไม่สะดุ้ง ได้ฌานสี่ตามปรารถนา และทำให้แจ้งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติ ท้ายพระสูตรตรัสว่าไม่มีธรรมเครื่องอยู่ผาสุกอื่นที่ดีกว่าหรือประณีตกว่านี้

พระสูตรก่อนหน้าคือผาสุวิหารสูตร ตรัสถึงธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขห้าอย่างระหว่างเพื่อนพรหมจรรย์ คือกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่ประกอบด้วยเมตตา ศีลเสมอกัน และทิฐิเสมอกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ซึ่งซ้อนกับหมวดสาราณียธรรมเกือบทั้งหมด หน้านี้จึงเน้นอานันทสูตรเป็นหลัก

  1. ๑

    มีศีลเอง ไม่ติเตียนผู้อื่นเรื่องศีล อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา

    ขั้นแรกที่ตรัสคือ ภิกษุเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลด้วยตนเอง และไม่ติเตียนผู้อื่นในเพราะอธิศีล แม้เพียงเท่านี้ ภิกษุสงฆ์ก็อยู่ผาสุกได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเริ่มถือศีล กินมังสวิรัติ หรือเลิกดื่ม ให้ทำให้ดีโดยไม่ต้องไปเทศน์หรือตำหนิคนรอบตัวที่ยังไม่ได้ทำ

  2. ๒

    ใส่ใจตนเอง ไม่จ้องผู้อื่น อตฺตานุเปกฺขี จ โหติ โน ปรานุเปกฺขี

    ขั้นที่สองเพิ่มว่า เป็นผู้ใส่ใจตนเอง ไม่ใส่ใจผู้อื่น คือคอยพิจารณาความประพฤติของตน แทนการคอยดูว่าคนอื่นทำถูกหรือผิด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกอยากบ่นว่าเพื่อนร่วมงานทำไม่ดี ลองถามก่อนว่าส่วนของเราเองวันนี้ทำครบดีแล้วหรือยัง

  3. ๓

    ไม่มีชื่อเสียงก็ไม่หวั่นไหว อปฺปญฺญาติเกน โน ปริตสฺสติ

    ขั้นที่สามเพิ่มว่า เป็นผู้ไม่มีชื่อเสียง และไม่สะดุ้งเพราะความไม่มีชื่อเสียงนั้น ความอยากเป็นที่รู้จักเป็นต้นเหตุของการแข่งขันในหมู่คณะ ผู้ที่ไม่เดือดร้อนเพราะไม่มีใครรู้จักจึงอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ง่าย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าผลงานของเราไม่ถูกเอ่ยถึงในที่ประชุม ให้สังเกตความหวั่นไหวในใจแล้วปล่อยไป งานที่ดียังมีคุณค่าแม้ไม่มีใครเห็น

  4. ๔

    ได้ฌานสี่ตามปรารถนา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี

    ขั้นที่สี่เพิ่มว่า เป็นผู้ได้ฌานสี่อันเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันตามปรารถนา ได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก ใจที่มีความสุขภายในไม่ต้องไปหาความสุขจากการได้เปรียบคนอื่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    แม้ยังไม่ถึงฌาน การมีเวลาสงบใจสั้น ๆ ทุกวันก็ทำให้เรากลับไปอยู่กับคนอื่นด้วยใจที่ไม่หิวการยอมรับ

  5. ๕

    ความผาสุกที่ไม่มีอะไรดีกว่า อญฺโญ ผาสุวิหาโร อุตฺตริตโร วา ปณีตตโร

    ขั้นที่ห้าเพิ่มว่า ทำให้แจ้งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน แล้วตรัสว่าไม่มีธรรมเครื่องอยู่ผาสุกอื่นที่ดีกว่าหรือประณีตกว่านี้ ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อคิดว่าจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อคนรอบตัวเปลี่ยน ให้นึกถึงข้อนี้ว่าความผาสุกสูงสุดในพระสูตรเกิดจากการเปลี่ยนใจของตนเอง

  6. ๖

    เมตตาทั้งต่อหน้าและลับหลัง เมตฺตํ กายกมฺมํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ

    ในผาสุวิหารสูตรที่อยู่ก่อนหน้า ตรัสว่าธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขห้าอย่างคือ ตั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมที่ประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ มีศีลเสมอกัน และมีทิฐิอันเป็นอริยะเสมอกัน ทั้งหมดทั้งต่อหน้าและลับหลัง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทดสอบง่าย ๆ ว่าเราพูดถึงเพื่อนร่วมทีมลับหลังด้วยน้ำเสียงเดียวกับที่พูดต่อหน้าหรือไม่

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

สามขั้นแรกของพระสูตรใช้ได้ทันทีในทุกกลุ่ม ทั้งที่ทำงาน ครอบครัว และชุมชนออนไลน์ กลุ่มที่อยู่ไม่เป็นสุขมักมีคนที่เคร่งกับตัวเองแล้วเริ่มจับผิดคนอื่น หรือคนที่หงุดหงิดเพราะไม่มีใครเห็นผลงาน พระพุทธเจ้าทรงวางลำดับไว้ว่าความผาสุกเริ่มจากการดูแลตัวเองโดยไม่ไปวัดคนอื่น

"ไม่ใส่ใจผู้อื่น" ไม่ได้แปลว่าไม่สนใจทุกข์สุขของใคร ในบริบทนี้หมายถึงไม่คอยจ้องพิจารณาความผิดของผู้อื่นแทนที่จะดูตัวเอง

สองขั้นหลังเรื่องฌานและวิมุตติเป็นการปฏิบัติระดับลึก แสดงว่าความผาสุกที่สมบูรณ์ที่สุดมาจากใจที่เป็นอิสระ ไม่ใช่จากการจัดระเบียบคนรอบตัว

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เสขิยวัตรเรื่องการฉัน: รับและกินอาหารอย่างใส่ใจ

สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา

สิกขาบทหมวดโภชนปฏิสังยุต ๓๐ ข้อในเสขิยกัณฑ์ สอนให้รับบิณฑบาตและฉันอย่างเอื้อเฟื้อ มองในบาตร ไม่กลบกับข้าวเพราะ…

โจทด้วยเลศ: เอาเรื่องอื่นมาทำให้ดูเหมือนหลักฐาน

อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺส กิญฺจิ เทสํ เลสมตฺตํ อุปาทาย

ภิกษุสองรูปเห็นแพะสองตัวอยู่ด้วยกัน จึงสมมติว่าเป็นคนที่ตนเกลียด แล้วอ้างว่าคราวนี้เห็นกับตา พระพุทธเจ้าทรงแจก…

เถรีคาถาบทสั้น: ไม่สายและไม่อ่อนแอเกินไปที่จะเป็นอิสระ

เถรีคาถา

คาถาสั้น ๆ ของภิกษุณีหลายรูป ทั้งผู้พ้นจากงานบ้านและสามีที่กดทับ ผู้บวชเมื่อแก่ ผู้ป่วยหนักที่ยังขึ้นภูเขา ผู้…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้