ปิยชาติกสูตร: ความโศกเกิดจากของรัก
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ปิยชาติกสูตร: ความโศกเกิดจากของรัก

ปิยชาติกสุตฺตํ

ชายผู้สูญเสียลูกคนเดียวไม่เชื่อว่าความรักนำความทุกข์มา จนพระนางมัลลิกาถามพระเจ้าปเสนทิโกศลทีละข้อ — ความเข้าใจที่ไม่ได้ห้ามรัก แต่ช่วยให้รักอย่างรู้ความจริง

๔ ข้อ

ในปิยชาติกสูตร มัชฌิมนิกาย ชายคนหนึ่งสูญเสียลูกชายคนเดียว ไม่เป็นอันทำงาน ไปร้องไห้ที่ป่าช้าทุกวัน พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจ ย่อมเกิดแต่ของที่รัก" ชายนั้นไม่เห็นด้วย ว่าความยินดีและความสุขต่างหากที่เกิดจากของที่รัก แล้วเดินจากไป เรื่องนี้กระจายไปจนถึงพระเจ้าปเสนทิโกศล ซึ่งก็เห็นด้วยกับชายนั้น

พระนางมัลลิกาทูลว่า ถ้าพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนั้นก็ต้องเป็นอย่างนั้น แล้วทูลถามพระราชาทีละคนว่า ถ้าพระธิดาวชิรีเกิดวิปริตไป พระนางวาสภขัตติยาเกิดวิปริตไป เจ้าชายวิฑูฑภะเกิดวิปริตไป หม่อมฉันเกิดวิปริตไป หรือแคว้นกาสีโกศลเกิดวิปริตไป ความโศกจะเกิดแก่พระองค์ไหม พระราชาตอบว่าเกิดทุกข้อ และยอมรับว่าเข้าใจแล้ว

ในปิยวรรค ธรรมบท ตรัสว่า "ความโศกเกิดแต่ของรัก ภัยเกิดแต่ของรัก ผู้หลุดพ้นจากของรักแล้ว ความโศกย่อมไม่มี ภัยจักมีแต่ที่ไหน"

  1. ๑

    ความโศกเกิดแต่ของรัก ปิยชาติกา โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา

    ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจ ย่อมเกิดจากสิ่งที่รัก เพราะสิ่งที่ไม่ได้รักเมื่อสูญเสียไปก็ไม่ทำให้ทุกข์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเศร้าเพราะสูญเสีย ความเศร้านั้นบอกว่าเรารักจริง ให้เมตตาตัวเองในช่วงนั้น ไม่ต้องรีบบังคับให้หาย

  2. ๒

    คนทั่วไปเห็นแต่ด้านสุขของของรัก ปิยชาติกา อานนฺทโสมนสฺสา

    ชายผู้เสียลูกและพระเจ้าปเสนทิโกศลต่างเห็นว่าของรักนำมาแต่ความยินดี ซึ่งเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความสุขที่ได้จากคนที่รักเป็นของจริง แต่เป็นด้านเดียวกับความทุกข์เมื่อต้องพลัดพราก การเห็นทั้งสองด้านทำให้รักอย่างมั่นคงขึ้น

  3. ๓

    คำถามของพระนางมัลลิกา มลฺลิกา เทวี

    พระนางไม่ได้โต้แย้งด้วยหลักการ แต่ถามพระราชาถึงคนและสิ่งที่พระองค์รักทีละอย่าง จนพระองค์เห็นด้วยตัวเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาจะอธิบายธรรมะให้คนที่ไม่เห็นด้วย การถามให้เขาเห็นจากชีวิตของเขาเองได้ผลกว่าการยกคำสอนมาเถียง

  4. ๔

    ผู้หลุดพ้นจากของรัก ย่อมไม่มีโศกไม่มีภัย ปิยโต วิปฺปมุตฺตสฺส นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ

    ผู้ที่ไม่ผูกใจยึดติดกับสิ่งที่รัก ย่อมไม่มีความโศกและความกลัวที่เกิดจากการกลัวสูญเสีย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ระดับที่คนทั่วไปฝึกได้คือรักโดยไม่ยึดว่าเป็นเจ้าของ ดูแลเต็มที่ แต่ยอมรับว่าเขามีชีวิตและกรรมของเขาเอง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หน้านี้ไม่ได้บอกให้เลิกรักใคร หรือให้คนที่กำลังเศร้าเพราะสูญเสียรีบทำใจ ความเศร้าหลังการสูญเสียเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ และต้องใช้เวลา

สิ่งที่ใช้ได้คือการรักอย่างรู้ความจริงตั้งแต่วันที่ยังอยู่ด้วยกัน — รู้ว่าทุกความรักมีวันพลัดพราก จึงดูแลกันให้ดีที่สุดตอนนี้ และไม่ผูกความสุขทั้งหมดไว้ที่คนคนเดียวหรือสิ่งเดียว อ่านคู่กับหน้าอภิณหปัจจเวกขณ์ ๕ ข้อที่ ๔

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อัตถัสสทวารชาดก: ประตู ๖ บานสู่ชีวิตที่เจริญ

อตฺถสฺส ทฺวารา ปมุขา ฉเฬเต

เด็กเจ็ดขวบถามพ่อว่าอะไรคือประตูแห่งประโยชน์ พ่อตอบด้วยคาถาว่ามี ๖ ข้อ คือ ความไม่มีโรค ศีล การคล้อยตามผู้รู้ …

อาคันตุกวัตรและอาวาสิกวัตร: เป็นแขกที่ดี เป็นเจ้าบ้านที่ดี

อาคนฺตุกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ

มารยาทของพระที่ไปเยือนวัดอื่น พระเจ้าถิ่นผู้ต้อนรับ และพระผู้จะออกเดินทาง ตั้งแต่เข้าวัดอย่างสำรวม ถามกติกาของ…

อานิสังสกถาและอมตารัมมณกถา: เห็นคุณของนิพพาน กับการยึดแม้ในนิพพาน

อานิสํสกถา

สองกถาต้นวรรคที่ ๙ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าผู้เห็นอานิสงส์ในนิพพานละสัญโญชน์ได้ ฝ่ายเถรวาทชี้ว่าสัญโญชน์ละได้ด้วยการมน…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้