พรหมนิมันตนิกสูตร: เมื่อพรหมคิดว่าที่ของตนเที่ยงแท้
พฺรหฺมนิมนฺตนิกสุตฺตํพกพรหมเห็นว่าพรหมโลกของตนเที่ยงแท้ และไม่มีทางออกจากทุกข์อื่นที่ยิ่งกว่า พระพุทธเจ้าเสด็จไปทักท้วง มารแทรกให้ท…
สมถกฺขนฺธกํ
วิธีที่พระวินัยใช้ระงับเรื่องขัดแย้งในสงฆ์ ตั้งแต่การพิจารณาต่อหน้าทุกฝ่าย การรับรองผู้บริสุทธิ์ การไม่เอาผิดสิ่งที่ทำขณะวิกลจริต การรับสารภาพ การถือเสียงข้างมาก การลงโทษผู้ให้การกลับไปกลับมา จนถึงการกลบด้วยหญ้า
ในสมถขันธกะ จุลวรรค พระวินัยปิฎก พระพุทธเจ้าทรงวางวิธีระงับอธิกรณ์ไว้หลายวิธี แต่ละวิธีมีเรื่องต้นเหตุ เช่น พระฉัพพัคคีย์ลงโทษภิกษุลับหลัง พระทัพพมัลลบุตรถูกใส่ความ พระคัคคะถูกโจทด้วยอาบัติที่ทำขณะวิกลจริต ภิกษุทะเลาะกันกลางสงฆ์จนระงับไม่ได้ และพระอุปวาฬให้การกลับไปกลับมา
ท้ายขันธกะทรงสรุปว่าอธิกรณ์แต่ละประเภทระงับด้วยสมถะใดบ้าง และทุกกรณีต้องมีสัมมุขาวินัยด้วยเสมอ เมื่ออธิกรณ์ระงับโดยชอบแล้ว ผู้ที่รื้อฟื้นขึ้นมาอีกต้องอาบัติปาจิตตีย์
วิธีเหล่านี้รู้จักกันในชื่ออธิกรณสมถะ ๗ และเป็นระเบียบของภิกษุสงฆ์โดยเฉพาะ หน้านี้สรุปไว้เพื่อดูหลักความยุติธรรมที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งนำมาปรับใช้กับการแก้ความขัดแย้งในครอบครัว ที่ทำงาน และชุมชนได้
การระงับต่อหน้ามีองค์ประกอบคือ พร้อมหน้าสงฆ์ (ผู้เข้าร่วมมาครบ นำฉันทะของผู้ไม่มามาด้วย ไม่มีผู้คัดค้าน) พร้อมหน้าธรรมและวินัย (ระงับโดยธรรม โดยวินัย โดยคำสอนของพระศาสดา) และพร้อมหน้าบุคคล (คู่กรณีทั้งสองอยู่พร้อมหน้า) ถ้าตกลงกันในที่เดิมไม่ได้ ให้ไปยังอาวาสที่มีภิกษุมากกว่า หรือตั้งคณะภิกษุผู้มีคุณสมบัติ ๑๐ ประการให้พิจารณา
อย่าตัดสินเรื่องของใครลับหลังเขา ให้ทุกฝ่ายอยู่พร้อมหน้า และตกลงกันก่อนว่าจะใช้หลักอะไรตัดสิน
เมื่อภิกษุผู้บริสุทธิ์ถูกโจทด้วยศีลวิบัติที่ไม่มีมูล สงฆ์ให้สติวินัยแก่ท่านผู้ถึงความไพบูลย์แห่งสติ เป็นการรับรองอย่างเป็นทางการ เรื่องต้นเหตุคือพระทัพพมัลลบุตรที่ถูกกล่าวหาเท็จ
เมื่อพิสูจน์แล้วว่าใครถูกกล่าวหาโดยไม่มีมูล ควรประกาศให้ชัดว่าเขาพ้นข้อกล่าวหา ไม่ปล่อยให้ข่าวลือค้างอยู่
ภิกษุที่ทำสิ่งไม่สมควรไว้มากขณะวิกลจริต ถูกโจทซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ท่านบอกว่าระลึกไม่ได้เพราะทำไปขณะหลง เมื่อหายแล้วสงฆ์ให้อมูฬหวินัยแก่ท่าน เรื่องต้นเหตุคือพระคัคคะ
เมื่อคนในครอบครัวหรือในทีมทำสิ่งไม่ดีในช่วงที่ป่วยทางจิต ช่วยกันดูแลความเสียหาย แต่ไม่ตามทวงถามความผิดจากเขาซ้ำ ๆ เมื่อเขาดีขึ้นแล้ว
ภิกษุที่ต้องอาบัติเบาไปหาภิกษุอีกรูปหนึ่ง แสดงอาบัติของตน ผู้รับถามว่า "เห็นหรือ" ผู้แสดงตอบว่า "เห็น" ผู้รับว่า "พึงสำรวมต่อไป" พระวินัยห้ามลงกรรมโดยไม่ตามคำรับ และการปรับตามคำรับต้องตรงกับความผิดจริง ถ้าต้องอาบัติหนักแต่รับว่าอาบัติเบา แล้วปรับตามนั้น ถือว่าไม่เป็นธรรม
เมื่อคนยอมรับผิดเอง ให้เรื่องจบที่การยอมรับและความตั้งใจจะระวัง ไม่ต้องขยายเป็นการประจาน แต่ก็ไม่ยอมรับคำสารภาพที่ย่อความผิดให้เล็กกว่าจริง
เมื่อภิกษุทะเลาะกันกลางสงฆ์ ทิ่มแทงกันด้วยหอกคือปาก จนระงับไม่ได้ ทรงอนุญาตให้ถือเสียงข้างมาก โดยสมมติผู้ให้จับสลากที่ไม่ลำเอียงเพราะชอบ ชัง หลง หรือกลัว จับสลากได้ ๓ แบบ คือปกปิด กระซิบ และเปิดเผย พระวินัยยังระบุว่าไม่ควรใช้กับเรื่องเล็กน้อย และถ้าผู้ให้จับสลากรู้ว่าฝ่ายที่พูดไม่ตรงธรรมมีมากกว่า ให้จับใหม่
การลงคะแนนเป็นเครื่องมือหลังจากคุยกันจนสุดแล้ว ผู้นับคะแนนต้องเป็นกลาง และเสียงข้างมากไม่ได้ทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นถูก
พระอุปวาฬถูกซักถามถึงอาบัติกลางสงฆ์ ปฏิเสธแล้วยอมรับ ยอมรับแล้วปฏิเสธ พูดเท็จทั้งที่รู้ สงฆ์จึงลงตัสสปาปิยสิกากรรมแก่ท่าน กรรมนี้เป็นธรรมเมื่อผู้ถูกลงเป็นผู้ไม่สะอาด ไม่ละอาย ถูกโจท และสงฆ์พร้อมเพรียงกันทำโดยธรรม
ถ้าคนที่ถูกสอบถามเปลี่ยนคำให้การไปเรื่อย ๆ ความไม่ซื่อตรงนั้นเองกลายเป็นเรื่องที่ต้องจัดการ ไม่ใช่แค่ความผิดเดิม
เมื่อภิกษุทะเลาะกันจนต่างทำผิดไว้มาก และถ้าไล่ปรับทีละเรื่องอาจลุกลามจนแตกกัน ทุกรูปประชุมพร้อมกัน แล้วผู้แทนแต่ละฝ่ายแสดงอาบัติของฝ่ายตนรวมกันในที่ประชุม เว้นอาบัติที่มีโทษหนักและอาบัติที่เกี่ยวกับคฤหัสถ์
บางครั้งการยอมรับร่วมกันว่า "ต่างคนต่างพลาด" ดีกว่าการนับว่าใครผิดกี่ครั้ง ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
เมื่ออธิกรณ์ระงับด้วยวิธีที่ชอบแล้ว ภิกษุที่รื้อฟื้นขึ้นมาอีกต้องอาบัติปาจิตตีย์ และผู้ที่มอบฉันทะไว้แล้วกลับมาติเตียนภายหลังก็ต้องอาบัติปาจิตตีย์เช่นกัน
เมื่อครอบครัวหรือทีมตกลงเรื่องหนึ่งอย่างเป็นธรรมแล้ว อย่ายกเรื่องนั้นกลับมาทุกครั้งที่ทะเลาะกันเรื่องใหม่
สิ่งที่เห็นชัดจากเจ็ดวิธีนี้คือ ความขัดแย้งแต่ละแบบต้องการเครื่องมือต่างกัน คนที่ถูกใส่ความต้องการการรับรองว่าบริสุทธิ์ คนที่ทำผิดจริงและยอมรับต้องการทางให้แก้ตัว ส่วนกลุ่มที่เถียงกันไม่จบอาจต้องใช้คณะผู้พิจารณาหรือการลงคะแนน
หลักที่อยู่ใต้ทุกวิธีคือ ทำต่อหน้าผู้เกี่ยวข้อง ยึดหลักที่ตกลงกันไว้ ไม่ตัดสินลับหลัง และเมื่อจบอย่างเป็นธรรมแล้วก็ให้จบจริง ไม่รื้อขึ้นมาใหม่ทุกครั้งที่ไม่พอใจ
ถ้าในบ้านหรือในทีมมีกติกาง่าย ๆ ว่าเรื่องแบบไหนแก้อย่างไร ก่อนที่จะมีเรื่อง ความขัดแย้งเมื่อเกิดขึ้นจริงจะลดความร้อนแรงลงได้มาก
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พกพรหมเห็นว่าพรหมโลกของตนเที่ยงแท้ และไม่มีทางออกจากทุกข์อื่นที่ยิ่งกว่า พระพุทธเจ้าเสด็จไปทักท้วง มารแทรกให้ท…
เมื่อยังไม่มีศาสดาที่เชื่อถือ และเผชิญความเห็นที่ขัดกัน เช่น โลกหน้ามีหรือไม่มี กรรมมีผลหรือไม่ คนมีปัญญาจะเลื…
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ คือทะเลที่มีคลื่น น้ำวน และสัตว์ร้าย ผู้ข้ามได้ยืนอยู่บนบก อารมณ์น่าใคร่คือเบ็ด ๖ ของมา…
กถาวัตถุถามว่าในหมู่เทวดาไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์หรือ ฝ่ายเถรวาทยอมรับว่าเทวดาไม่มีการบวช แต่ชี้ว่าการบวชกับกา…