สารีปุตตเถรคาถา: ไม่ยินดีความตาย ไม่ยินดีชีวิต
การฝึกจิต

สารีปุตตเถรคาถา: ไม่ยินดีความตาย ไม่ยินดีชีวิต

สาริปุตฺตตฺเถรคาถา

คาถาของพระสารีบุตร ตั้งแต่การฉันให้ขาดอีก ๔–๕ คำแล้วดื่มน้ำ ผู้ชี้โทษเหมือนผู้บอกขุมทรัพย์ จิตที่นิ่งเหมือนภูเขาแม้ถูกยักษ์ตีศีรษะ ไปจนถึงการรอเวลาดับขันธ์อย่างสงบ เหมือนลูกจ้างรอค่าจ้าง

๘ ข้อ

ในเถรคาถา ขุททกนิกาย หมวดติงสนิบาต (หมวดสามสิบคาถา) มีคาถาของพระสารีบุตร พระอัครสาวกผู้เลิศทางปัญญา ในคาถาท่านถูกเรียกว่าผู้ยังพระธรรมจักรที่พระศาสดาทรงหมุนแล้วให้หมุนตามไป และมีชื่อเดิมว่าอุปติสสะ

คำนำก่อนคาถาในฉบับแปลบอกว่า ท่านกล่าวคาถาเหล่านี้เพื่อประกาศความประพฤติของตนแก่เพื่อนพรหมจรรย์ คาถาจึงผสมกันระหว่างข้อปฏิบัติของภิกษุ เช่น การประมาณในอาหาร กับประสบการณ์ของท่านเอง เช่น การฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วหลุดพ้น และเหตุการณ์ที่ยักษ์ตีศีรษะขณะท่านนั่งเข้าสมาบัติ แต่จิตของท่านไม่หวั่นไหว

คาถาที่รู้จักกันมากคือ "เราไม่ยินดีต่อความตายและชีวิต รอคอยเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างรอให้หมดเวลาทำงาน" และคาถาปิดท้ายที่ท่านฝากไว้ว่า จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม นี้เป็นคำสอนของเรา

  1. ๑

    ขาดอีก ๔–๕ คำจะอิ่ม ให้ดื่มน้ำ จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป อภุตฺวา อุทกํ ปิเว

    ภิกษุเมื่อฉันอาหาร ไม่ว่าของสดหรือของแห้ง ไม่ควรติดใจจนเกินไป ควรมีท้องพร่อง มีสติ เมื่อยังอีก ๔–๕ คำจะอิ่ม ให้หยุดแล้วดื่มน้ำ เป็นการอยู่สบายของผู้มีใจเด็ดเดี่ยว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    มื้อต่อไปลองวางช้อนก่อนอิ่มเต็มที่เล็กน้อย แล้วดื่มน้ำหนึ่งแก้ว สังเกตว่าหลังอาหารตัวเบาและง่วงน้อยลง

  2. ๒

    ผู้ชี้โทษเหมือนผู้บอกขุมทรัพย์ นิธีนํว ปวตฺตารํ

    บุคคลควรเห็นผู้มีปัญญาที่ชี้โทษและกล่าวข่มขี่ เหมือนผู้บอกขุมทรัพย์ให้ ควรคบบัณฑิตเช่นนั้น เพราะคบแล้วมีแต่ความดี ไม่มีความชั่ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีคนบอกข้อผิดพลาดของเรา ให้พูดคำว่า "ขอบคุณ" ก่อนจะอธิบายหรือแก้ตัว

  3. ๓

    นิ่งเหมือนภูเขาหิน ยถาปิ ปพฺพโต เสโล

    ท่านเล่าว่ายักษ์ตนหนึ่งตีศีรษะท่านขณะนั่งเข้าสมาบัติที่โคนไม้ แต่ท่านยังประกอบด้วยความนิ่งอย่างประเสริฐ ภูเขาหินตั้งมั่นไม่หวั่นไหวฉันใด ภิกษุผู้สิ้นโมหะก็ไม่หวั่นไหวเหมือนภูเขาฉันนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีเรื่องกระทบแรงกะทันหัน ให้นึกภาพภูเขาที่ลมพัดผ่านไป รอให้แรงกระแทกแรกผ่านก่อน แล้วค่อยตอบสนอง

  4. ๔

    ความชั่วเท่าปลายขนทรายดูใหญ่เท่าก้อนเมฆ สาริปุตฺตตฺเถรคาถา

    สำหรับภิกษุผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวนและแสวงหาความสะอาดอยู่เสมอ ความชั่วแม้เพียงเท่าปลายขนทราย ย่อมปรากฏใหญ่เหมือนก้อนเมฆบนท้องฟ้า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใส่ใจความผิดเล็ก ๆ เช่น คำโกหกเล็กน้อยหรือการผิดนัดสั้น ๆ เพราะคนที่ใจละเอียดจะเห็นว่าเรื่องเล็กเหล่านี้ไม่เล็กเลย

  5. ๕

    ไม่ยินดีความตาย ไม่ยินดีชีวิต นิพฺพิสํ ภตโก ยถา

    "เราไม่ยินดีต่อความตายและชีวิต มีสติสัมปชัญญะ จักละทิ้งร่างกายนี้ไป รอคอยเวลาตายอยู่ เหมือนลูกจ้างรอให้หมดเวลาทำงาน" (บาลีเปรียบกับลูกจ้างที่รอรับค่าจ้าง) ความตายมีแน่ทั้งในวัยหนุ่มและวัยแก่ ไม่มีใครไม่ตาย จึงควรปฏิบัติชอบ อย่าปฏิบัติผิด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทำหน้าที่ของวันนี้ให้เต็มที่ โดยไม่เร่งให้ชีวิตจบเร็ว และไม่ยื้อจนกลัวการสิ้นสุด แบบคนทำงานที่รู้ว่างานมีเวลาเลิก

  6. ๖

    คุ้มครองตนเหมือนเมืองชายแดน ขโณ โว มา อุปจฺจคา

    เมืองชายแดนที่ป้องกันดีทั้งภายนอกและภายในฉันใด ท่านทั้งหลายจงคุ้มครองตนฉันนั้น อย่าให้ขณะล่วงเลยไป เพราะผู้ปล่อยให้ขณะล่วงเลยไปย่อมเศร้าโศกภายหลัง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ระวังทั้ง "ประตูนอก" คือสิ่งที่เข้ามาทางตาหูในแต่ละวัน และ "ประตูใน" คือความคิดที่ปล่อยให้วนอยู่ในใจ

  7. ๗

    สมาธิไม่หวั่นไหวเพราะมีหรือไม่มีคนเคารพ สมาธิ น วิกมฺปติ

    สมาธิของภิกษุผู้อยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่หวั่นไหวด้วยเหตุสองอย่าง คือเมื่อมีผู้สักการะ และเมื่อไม่มีผู้สักการะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทำงานด้วยมาตรฐานเดียวกัน ทั้งวันที่หัวหน้าชมและวันที่ไม่มีใครเห็น

  8. ๘

    คำสั่งเสีย: จงไม่ประมาท สมฺปาเทถปฺปมาเทน เอสา เม อนุสาสนี

    ท่านปิดคาถาว่า เราคุ้นเคยกับพระศาสดา ทำคำสอนเสร็จแล้ว ปลงภาระหนักแล้ว ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม นี้เป็นคำสอนของเรา เราพ้นจากกิเลสทั้งปวงแล้ว จักปรินิพพาน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เลือกสิ่งสำคัญที่ผัดไว้มาหนึ่งอย่าง แล้วเริ่มวันนี้ ความไม่ประมาทคือการไม่รอพรุ่งนี้

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คาถาของพระสารีบุตรสั้น กระชับ และจับต้องได้ ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างการกินข้าวให้พอดี ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างท่าทีต่อความตาย

ท่าทีไม่ยินดีทั้งความตายและชีวิตของพระอรหันต์ ไม่ใช่ความเบื่อชีวิตหรืออยากตาย แต่เป็นใจที่ไม่ยึดทั้งสองฝั่ง ทำหน้าที่ไปจนครบเวลาอย่างสงบ ถ้าช่วงไหนรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ ให้คุยกับคนที่ไว้ใจหรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ (เบอร์ในประเทศไทย หากอยู่ต่างประเทศให้ติดต่อสายด่วนในประเทศที่อยู่)

ข้อเรื่องผู้ชี้โทษเหมือนผู้บอกขุมทรัพย์ใช้ได้ทุกที่ทำงาน คนที่กล้าบอกข้อผิดพลาดของเราคือคนที่หายากที่สุด

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

พักกุลเถราปทาน: ผู้สังเกตเห็นความป่วยและรีบหายามาถวาย

พกฺกุลตฺเถราปทานํ

อดีตชาติของพระพักกุละตามคัมภีร์อปทาน ดาบสผู้มีศิษย์มาก สังเกตอิริยาบถแล้วรู้ว่าพระอโนมทัสสีพุทธเจ้าประชวรด้วยโ…

สิกขาสูตร (นวกนิบาต): ใช้สติปัฏฐานหนุนศีลที่อ่อนแรง

สิกฺขาทุพฺพลฺยานิ

การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ และดื่มน้ำเมา เป็นห้าสิ่งที่ทำให้สิกขาอ่อนกำลัง พระพุทธเจ้าตรัสท…

อานาปาณกถา: ลมที่ละเอียดลงเหมือนเสียงกังสดาลที่ค่อย ๆ เบา

อานาปานกถา

คำอธิบายละเอียดของปฏิสัมภิทามรรคว่า เมื่อรู้ลมยาวลมสั้น ความพอใจและความปราโมทย์ทำให้ลมละเอียดลงจนใจวางเฉย และเ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้