สุภาเถรี: กล้าปฏิเสธผู้คุกคาม
ใช้ในชีวิตประจำวัน

สุภาเถรี: กล้าปฏิเสธผู้คุกคาม

สุภาชีวกมฺพวนิกาเถรีคาถา

ชายเจ้าชู้ยืนขวางทางพระสุภาภิกษุณีในสวนมะม่วงของหมอชีวก และเกลี้ยกล่อมด้วยคำหวานและทรัพย์สมบัติ นางปฏิเสธอย่างหนักแน่น ชี้ว่าเขากำลังทำผิด และอธิบายความไม่เที่ยงของร่างกายจนเขาขอขมา

๗ ข้อ

ในสุภาชีวกัมพวนิกาเถรีคาถา ติงสนิบาต เถรีคาถา ขุททกนิกาย พระสุภาภิกษุณีกำลังเดินไปสวนมะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจ มีนักเลงเจ้าชู้คนหนึ่งยืนขวางทาง นางถามว่า เราทำผิดอะไรต่อท่าน ท่านจึงยืนขวางทางเรา และบอกชัดว่าบุรุษไม่ควรถูกต้องสตรีผู้บวชแล้ว

ชายนั้นเกลี้ยกล่อมว่านางยังสาวและงาม ชวนให้สึก เสนอปราสาท ผ้าเนื้อดีจากแคว้นกาสี เครื่องประดับ และที่นอนอันหรูหรา นางย้อนถามว่าในร่างกายที่ต้องแตกทำลายนี้ ท่านเห็นอะไรเป็นแก่นสาร เมื่อเขาตอบว่าหลงใหลดวงตาของนาง นางอธิบายว่าร่างกายเหมือนหุ่นไม้ที่ประกอบขึ้น เมื่อถอดออกเป็นชิ้น ๆ ก็ไม่เหลือสิ่งที่ควรหลงใหล

คาถาเล่าต่อว่า นางควักดวงตาของตนให้ชายนั้น ความกำหนัดของเขาหายไปทันที เขาขอขมาและสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก และเล่าว่าเมื่อนางไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ดวงตาของนางก็กลับเป็นปกติดังเดิม

  1. ๑

    ถามตรง ๆ ว่าเราผิดอะไร กึ เต อปราธิตํ มยา

    เมื่อถูกขวางทาง สุภาไม่เงียบหรือหลบตา แต่ถามว่า เราทำผิดอะไรต่อท่านหรือ ท่านจึงมายืนขวางทางเราไว้ คำถามนี้วางความรับผิดชอบไว้ที่ผู้กระทำ ไม่ใช่ที่ตัวนางเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีคนล้ำเส้น ใช้คำพูดสั้น ชัด และมองตรง เช่น "คุณกำลังขวางทางฉัน กรุณาหลีกไป" โดยไม่ต้องอธิบายหรือขอโทษ

  2. ๒

    บอกเส้นแบ่งให้ชัด สุภาชีวกมฺพวนิกาเถรีคาถา

    นางกล่าวว่า บุรุษไม่ควรถูกต้องหญิงผู้บวชแล้ว และชี้ว่าเขาเป็นผู้มีจิตขุ่นมัวด้วยราคะ ขณะที่นางเป็นผู้มีจิตไม่ขุ่นมัว นางบอกหลักที่ตนยึดถือ และบอกว่าพฤติกรรมของเขาผิดอย่างไร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    รู้ล่วงหน้าว่าเส้นของเราอยู่ตรงไหน เช่น การถูกเนื้อต้องตัว หรือข้อความที่ไม่ต้องการ แล้วพูดให้ชัดตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกละเมิด

  3. ๓

    ไม่หวั่นไหวต่อคำหวานและข้อเสนอ สุภาชีวกมฺพวนิกาเถรีคาถา

    ชายนั้นชมความงามของนาง ขู่ว่าป่าที่อยู่ลำพังมีสัตว์ร้าย แล้วเสนอปราสาท สาวใช้ ผ้ากาสี เครื่องประดับทองและแก้วมณี สุภาตอบว่าผู้ที่ปรารถนานางก็เหมือนหาทางเดินผิด เหมือนอยากได้ดวงจันทร์มาเป็นของเล่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ระวังข้อเสนอที่มาพร้อมคำชมมากเกินไปจากคนที่เพิ่งละเมิดเรา คำชมและของขวัญไม่ได้ทำให้การคุกคามกลายเป็นเรื่องยอมรับได้

  4. ๔

    ถามกลับว่าเห็นอะไรเป็นแก่นสาร สุภาชีวกมฺพวนิกาเถรีคาถา

    สุภาถามว่า ในร่างกายที่ต้องแตกทำลาย และวันหนึ่งจะถูกทิ้งไว้ในป่าช้านี้ ท่านเห็นอะไรเป็นแก่นสาร จงบอกเรา ชายนั้นตอบว่าหลงใหลดวงตาของนางจนไม่อาจนึกถึงสิ่งอื่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อใจตัวเองกำลังหลงใหลรูปลักษณ์ของใคร ลองถามแบบสุภาว่า สิ่งที่เรายึดอยู่นี้คืออะไรจริง ๆ และจะคงอยู่นานเท่าไร

  5. ๕

    ร่างกายเหมือนหุ่นไม้ สุภาชีวกมฺพวนิกาเถรีคาถา

    นางเปรียบว่า หุ่นไม้ที่ผูกเชือกตอกตะปูให้ดูเหมือนจะฟ้อนรำได้ เมื่อแก้เชือกถอนตะปูแยกออกเป็นชิ้น ๆ ก็ไม่เรียกว่ารูปอีก ร่างกายก็เช่นกัน เมื่อแยกเป็นธาตุ ก็ไม่มีอะไรให้ตั้งความหลงใหล และดวงตาก็เป็นเพียงก้อนที่มีน้ำตาและขี้ตา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อความหลงใหลหรือความอยากรุนแรงเกิดขึ้น ลองแยกสิ่งที่หลงใหลออกเป็นส่วน ๆ ในใจ ความหลงใหลมักอ่อนลงเมื่อเห็นรายละเอียด

  6. ๖

    เรื่องดวงตา: อ่านอย่างเข้าใจ ไม่ใช่เลียนแบบ สุภาชีวกมฺพวนิกาเถรีคาถา

    คาถาเล่าว่า สุภาควักดวงตาของตนให้ชายนั้น แล้วความกำหนัดของเขาก็หายไป และเล่าว่าเมื่อนางไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ดวงตาก็กลับเป็นปกติ เรื่องนี้เป็นเรื่องในคัมภีร์ที่แสดงความไม่ยึดติดร่างกายของพระเถรีผู้หลุดพ้นแล้ว ไม่ใช่วิธีรับมือการคุกคามที่ควรทำตาม การทำร้ายตัวเองไม่ใช่ทางออกในทุกกรณี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเจอการคุกคาม ให้ออกจากสถานการณ์ ขอความช่วยเหลือ และแจ้งผู้เกี่ยวข้อง ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ (เบอร์ในประเทศไทย หากอยู่ต่างประเทศให้ติดต่อสายด่วนในประเทศที่อยู่)

  7. ๗

    ผู้คุกคามคือผู้กอดไฟ สุภาชีวกมฺพวนิกาเถรีคาถา

    เมื่อชายนั้นขอขมาและสัญญาว่าจะไม่ประพฤติอนาจารเช่นนี้อีก สุภากล่าวว่า การที่ท่านกระทบกระทั่งคนเช่นนี้ ก็เหมือนกอดไฟที่ลุกโพลง เขาเองยอมรับว่าเหมือนไปจับงูพิษ การละเมิดผู้อื่นจึงเป็นอันตรายต่อตัวผู้ละเมิดเองด้วย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเราเคยทำให้ใครรู้สึกไม่ปลอดภัย ให้ยอมรับตรง ๆ ขอโทษ และเปลี่ยนพฤติกรรมจริง อย่างที่ชายในคาถาทำ

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หัวใจของคาถานี้คือความกล้าที่จะปฏิเสธอย่างชัดเจน สุภาไม่ยอมให้คำชม คำขู่ว่าป่าอันตราย หรือทรัพย์สมบัติทำให้ลังเล นางเรียกพฤติกรรมของอีกฝ่ายตามที่มันเป็น และไม่รู้สึกว่าตนต้องรับผิดชอบต่อความต้องการของเขา

ข้อควรระวังสำคัญ: ตอนที่นางควักดวงตาเป็นเรื่องที่คัมภีร์เล่าไว้เพื่อแสดงว่าใจของพระเถรีไม่ยึดติดร่างกายเลย และไม่ใช่สิ่งที่ควรเลียนแบบไม่ว่ากรณีใด การทำร้ายตัวเองไม่ใช่ทางแก้ปัญหา และความผิดเป็นของผู้คุกคามเสมอ ไม่ใช่ของผู้ถูกคุกคาม

ถ้าเจอการคุกคามหรือล่วงละเมิด ให้ไปยังที่ปลอดภัย ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากรู้สึกว่ากำลังจะทำร้ายตัวเอง หรือเครียดจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ (เบอร์ในประเทศไทย หากอยู่ต่างประเทศให้ติดต่อสายด่วนในประเทศที่อยู่) ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ภิกขุนีวิภังค์: บอกกล่าวก่อน ทั้งตอนเข้าและตอนจากไป

ชานํ สภิกฺขุกํ อารามํ อนาปุจฺฉา ปวิเสยฺย

ไม่มอบหมายห้องแล้วจากไปจนไฟไหม้ก็ไม่มีใครกล้าช่วยขนของ เข้าอารามโดยไม่บอกกล่าว แล้วพอถือกฎเคร่งเกินไปจนเลิกมาช…

ตรวจกฎทีละข้อ: ชุดคำถามที่ปริวารใช้กับทุกสิกขาบท

มหาวิภงฺเค โสฬส มหาวารา

ปริวารเปิดเล่มด้วยการยิงคำถามชุดเดียวกันใส่สิกขาบททุกข้อ — บัญญัติที่ไหน ปรารภใคร เพราะเรื่องอะไร แก้ไขเพิ่มกี…

พระฉันนะโค่นต้นไม้เจดีย์: ก่อนสร้างต้องให้หมู่ช่วยดูที่

ภิกฺขู อภิเนตพฺพา วตฺถุเทสนาย

พระฉันนะแผ้วถางที่สร้างวิหารแล้วให้โค่นต้นไม้ที่ชาวบ้านจนถึงชาวแคว้นบูชา พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติให้ภิกษุที่จะสร้…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้