มิตรแท้ มิตรเทียม
ใช้ในชีวิตประจำวัน

มิตรแท้ มิตรเทียม

สุหทมิตฺต–มิตฺตปฏิรูปก

เกณฑ์ดูคนรอบตัวจากสิงคาลกสูตร — มิตรเทียม ๔ จำพวกที่ควรห่าง และมิตรแท้ ๔ จำพวกที่ควรรักษาไว้

๘ ข้อ

ในสิงคาลกสูตร พระพุทธเจ้าทรงแยกคนที่เข้ามาในชีวิตออกเป็นสองกลุ่ม คือมิตรเทียมซึ่งมีลักษณะเหมือนมิตรแต่ไม่ใช่ กับมิตรแท้ที่เป็นมิตรจริง กลุ่มละ ๔ จำพวก

สิ่งที่ทำให้คำสอนนี้ใช้ได้จริงคือทรงให้ “พฤติกรรมที่สังเกตได้” ไม่ใช่ความรู้สึก เราจึงดูคนได้จากสิ่งที่เขาทำซ้ำ ๆ แทนที่จะดูจากคำพูดที่ฟังดูดีในวันที่เจอกัน

  1. ๑

    มิตรเทียม ๑ — คนปอกลอก อญฺญทตฺถุหโร

    คนที่คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ให้น้อยแต่หวังมาก ทำอะไรให้เพราะกลัวภัยหรือหวังประโยชน์ และคบเพราะเห็นว่ามีอะไรให้เอาเท่านั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าคน ๆ นี้ติดต่อมาตอนไหนบ้าง ถ้าติดต่อเฉพาะตอนต้องการอะไร นั่นคือสัญญาณที่ชัดที่สุดของจำพวกนี้

  2. ๒

    มิตรเทียม ๒ — คนดีแต่พูด วจีปรโม

    คนที่สงเคราะห์ด้วยคำพูดสวยหรู เอาเรื่องที่ผ่านไปแล้วและเรื่องที่ยังไม่มาถึงมาพูดเอาใจ แต่พอถึงคราวต้องช่วยจริงก็ปฏิเสธด้วยข้ออ้างว่าติดขัด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ดูสัดส่วนระหว่างคำสัญญากับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในรอบหกเดือน ตัวเลขนี้บอกได้ตรงกว่าความรู้สึกตอนคุยกัน

  3. ๓

    มิตรเทียม ๓ — คนหัวประจบ อนุปฺปิยภาณี

    คนที่เห็นดีด้วยทุกเรื่อง ทั้งเรื่องที่ควรและไม่ควร ต่อหน้าสรรเสริญ ลับหลังนินทา เพราะเป้าหมายคือให้เราพอใจ ไม่ใช่ให้เราดีขึ้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ให้คุณค่ากับคนที่กล้าบอกว่าเราคิดผิดมากกว่าคนที่เห็นด้วยตลอด คำติที่หวังดีหนึ่งคำมีค่ากว่าคำชมที่ไม่จริงสิบคำ

  4. ๔

    มิตรเทียม ๔ — คนชักชวนในทางเสียหาย อปายสหาโย

    คนที่เป็นเพื่อนเฉพาะในวงเหล้า วงพนัน วงเที่ยวกลางคืน และวงดูการละเล่น สนุกด้วยกันได้แต่พาไปทางเสื่อมทั้งเวลาและทรัพย์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ไม่ต้องตัดขาดทันทีก็ได้ แต่ลดความถี่ลงแล้วดูว่าความสัมพันธ์ยังเหลืออะไรอยู่บ้าง ถ้าหมดวงแล้วไม่เหลืออะไรเลย คำตอบก็ชัดในตัวเอง

  5. ๕

    มิตรแท้ ๑ — มิตรมีอุปการะ อุปกาโร

    เพื่อนที่คอยรักษาเราเมื่อเราประมาท รักษาทรัพย์ของเราเมื่อเราเผลอ เป็นที่พึ่งยามมีภัย และเมื่อมีธุระก็ช่วยเหลือเกินกว่าที่ขอ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    คนแบบนี้มักไม่ค่อยพูดถึงสิ่งที่ตัวเองทำให้ ลองย้อนดูว่าใครเคยช่วยเราเงียบ ๆ แล้วขอบคุณเขาให้ชัดเจนสักครั้ง

  6. ๖

    มิตรแท้ ๒ — มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ สมานสุขทุกฺโข

    เพื่อนที่บอกความลับของตนแก่เรา รักษาความลับของเรา ไม่ทิ้งกันในยามมีทุกข์ และสละแม้ชีวิตเพื่อประโยชน์ของเพื่อนได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    วัดกันตอนเราตกต่ำ ไม่ใช่ตอนเราขึ้นสูง ใครที่ยังอยู่ในช่วงที่เราไม่มีอะไรให้เขา คนนั้นคือจำพวกนี้

  7. ๗

    มิตรแท้ ๓ — มิตรแนะประโยชน์ อตฺถกฺขายี

    เพื่อนที่ห้ามเราจากความชั่ว ชวนเราให้ตั้งอยู่ในความดี ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง และบอกทางที่ควรไปให้จริง แม้บางครั้งจะฟังไม่ถูกใจ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาโดนเตือนแล้วรู้สึกไม่พอใจ ให้แยกอารมณ์ออกจากเนื้อหาก่อน แล้วถามว่าสิ่งที่เขาพูดมีส่วนจริงไหม คนที่กล้าเตือนเราหายากกว่าที่คิด

  8. ๘

    มิตรแท้ ๔ — มิตรมีความรักใคร่ อนุกมฺปโก

    เพื่อนที่ไม่ยินดีเมื่อเราเสื่อม ยินดีเมื่อเราได้ดี ห้ามคนที่พูดติเตียนเรา และสนับสนุนคนที่พูดถึงเราในทางที่ดี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตปฏิกิริยาของเขาตอนเราประสบความสำเร็จ ความยินดีที่จริงใจดูออกได้ง่ายกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด และเป็นเครื่องวัดที่ตรงที่สุดข้อหนึ่ง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ลองนึกถึงคนที่ใช้เวลาด้วยมากที่สุดห้าคนแล้วเทียบกับเกณฑ์นี้ ไม่ใช่เพื่อตัดสินเขา แต่เพื่อรู้ว่าควรวางระยะกับใครและควรดูแลใครให้ดีขึ้น

อีกด้านที่สำคัญกว่าคือใช้ส่องตัวเอง — เราเป็นมิตรแบบไหนให้คนอื่น เพราะคนเรามักดึงดูดคนแบบเดียวกับที่ตัวเองเป็น

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้