อายตนะ ๖
ฉ อายตนานิประตูรับรู้ ๖ บาน — ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทุกเรื่องที่เข้ามาในชีวิตเข้ามาทางนี้ทั้งหมด
วิมานวตฺถุ
เทวดาเล่าให้พระมหาโมคคัลลานะและพระพุทธเจ้าฟังว่า ได้วิมานเพราะความดีเล็ก ๆ เช่น ถวายที่นั่ง ถวายน้ำแก่ผู้เหนื่อย ให้ประทีป แบ่งขนม ไม่พูดคำหยาบแม้โกรธ รักษาศีล ถวายข้าวตังของคนยากจน หรือแม้แต่กบที่ฟังธรรมด้วยใจเลื่อมใส
ในวิมานวัตถุ ขุททกนิกาย ส่วนใหญ่เป็นบทสนทนาแบบถามตอบ พระมหาโมคคัลลานะถามเทพธิดาหรือเทพบุตรที่มีรัศมีงามว่า ครั้งเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ จึงมีวรรณะและวิมานเช่นนี้ เทวดาก็เล่าถึงกรรมดีของตน
กรรมดีที่เล่ามักเล็กมาก เช่น ถวายตั่งให้ภิกษุนั่ง ถวายน้ำแก่ผู้กระหาย ให้ประทีปในคืนเดือนมืด ถวายเมล็ดงา หรือถวายขนมครึ่งหนึ่ง คำที่ซ้ำอยู่บ่อย ๆ คือ "มีจิตเลื่อมใส" และ "ด้วยมือของตนเอง" บางเรื่องไม่ใช่ทานแต่เป็นความประพฤติ เช่น ความซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง การไม่พูดคำหยาบ และการรักษาศีลอุโบสถ
บางเรื่องมีผู้ถามเป็นท้าวสักกะหรือพระพุทธเจ้า และมีเรื่องเทพบุตรที่ชาติก่อนเป็นกบ เรื่องเหล่านี้นำเสนอตามที่คัมภีร์เล่าเรื่องการเกิดใหม่
เทพธิดาเล่าว่า ครั้งเป็นมนุษย์ได้ถวายอาสนะแก่ภิกษุผู้มาใหม่ ได้อภิวาท ประนมมือ และให้ทานตามกำลัง อีกเรื่องหนึ่งเล่าว่าเห็นภิกษุผู้มีอินทรีย์ผ่องใส จึงถวายตั่งด้วยมือทั้งสองของตน และกล่าวว่ามีอานุภาพเช่นนี้เพราะผลกรรมอันน้อย
เมื่อมีแขกหรือคนมาใหม่ในที่ทำงาน ให้ลุกต้อนรับ หาที่นั่งให้ และทักทายอย่างให้เกียรติ สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาไม่ถึงนาที
เทพธิดาหลายองค์เล่าว่า เห็นภิกษุเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำ จึงรีบถวายน้ำดื่มโดยขมีขมัน ในเรื่องหนึ่งผู้ถามคือพระพุทธเจ้าเอง ผลที่เล่าคือวิมานที่มีแม่น้ำเย็นและหมู่ไม้ร่มรื่นล้อมรอบ
สังเกตคนที่เพิ่งเดินทางมาถึง ช่างที่มาซ่อมบ้าน หรือพนักงานส่งของกลางแดด แล้วยื่นน้ำเย็นให้แก้วหนึ่ง
เทพธิดาเล่าว่า เมื่อถึงคืนเดือนมืดสนิท ได้เวลาจุดประทีป จึงให้ประทีปซึ่งเป็นเครื่องกำจัดความมืดเป็นทาน ผลคือมีรัศมีสว่างไสวล่วงเทวดาอื่น
แสงสว่างในสมัยนี้มีหลายรูปแบบ เช่น เปิดไฟหน้าบ้านให้ทางเดินในซอยมืด ส่องไฟฉายให้คนที่หาของตก หรืออธิบายเรื่องยากให้คนที่กำลังสับสนเข้าใจ
เทพธิดาเล่าว่า ครั้งเป็นลูกสะใภ้อยู่ในบ้านพ่อผัว เห็นภิกษุผู้มีอินทรีย์ผ่องใส จึงถวายขนมกึ่งส่วนด้วยมือของตน อีกองค์หนึ่งถวายข้าวบาร์เลย์และขนมถั่ว ผลคือได้มาอยู่อย่างเบิกบานในสวนนันทวัน
คนที่ยังไม่มีทรัพย์เป็นของตนเองก็ให้ได้ เช่น แบ่งอาหารของเราครึ่งหนึ่งให้เพื่อนที่ลืมเอาข้าวมา
เทพธิดาเล่าว่า ครั้งเป็นมนุษย์ซื่อสัตย์ต่อสามี ไม่นอกใจ แม้โกรธก็ไม่กล่าวคำหยาบ ละการพูดเท็จ ยินดีในการให้ทาน สงเคราะห์ผู้อื่นเหมือนสงเคราะห์ตน และให้ข้าวน้ำด้วยความเคารพ
เมื่อโกรธคนในบ้าน ให้ตั้งกติกากับตัวเองว่าจะพูดเรื่องที่ไม่พอใจได้ แต่ไม่ใช้คำหยาบหรือคำดูถูก ความสัมพันธ์จะยังอยู่ได้แม้มีเรื่องขัดใจ
เทพธิดาอุตตราเล่าว่า เมื่อครองเรือนไม่มีความริษยา ไม่ตระหนี่ ไม่เย่อหยิ่ง ไม่โกรธ รักษาอุโบสถศีลในวันพระ และรักษาศีลห้าอย่างระมัดระวัง ท่านกล่าวว่าได้ยศเพราะศีลของตน และฝากพระเถระไปกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า พระองค์ทรงพยากรณ์ตนในสกทาคามิผล
เลือกวันหนึ่งในสัปดาห์เป็นวันที่ตั้งใจรักษาศีลเข้มขึ้น เช่น งดแอลกอฮอล์ พูดน้อยลง และระวังคำพูดเป็นพิเศษ
ท้าวสักกะถามพระมหากัสสปะว่า หญิงยากจนไร้ญาติที่อาศัยชายคาบ้านคนอื่นอยู่ ซึ่งถวายข้าวตังแก่ท่านด้วยมือของตน ไปเกิดที่ใด พระมหากัสสปะตอบว่าไปเกิดเป็นเทพธิดาในชั้นนิมมานรดี ท้าวสักกะสรรเสริญว่า ทองคำร้อยแท่ง ม้าร้อยตัว หรือแม้ราชสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่เท่าเสี้ยวที่สิบหกของทานนี้
อย่าดูแคลนการให้ของคนที่มีน้อย และอย่าดูแคลนการให้ของตัวเองเมื่อมีน้อย เงินสิบบาทที่ให้ด้วยใจเต็มก็เป็นทานที่มีค่า
เทพบุตรองค์หนึ่งมาไหว้พระพุทธเจ้า แล้วกราบทูลว่าชาติก่อนเป็นกบอยู่ในน้ำ ขณะกำลังฟังธรรมของพระองค์ คนเลี้ยงโคได้ทำให้ตาย ได้ฤทธิ์และรัศมีเช่นนี้เพราะจิตเลื่อมใสเพียงครู่เดียว แล้วกล่าวว่าผู้ที่ฟังธรรมของพระองค์เป็นเวลานาน ย่อมบรรลุนิพพานเป็นแน่
การฟังธรรมหรือฟังคำสอนดี ๆ อย่างตั้งใจเพียงไม่กี่นาทีก็มีคุณค่า ลองฟังโดยไม่ทำอย่างอื่นไปพร้อมกัน แล้วสังเกตว่าใจผ่องใสขึ้นอย่างไร
บทเรียนหลักของวิมานวัตถุคือ ความดีเล็ก ๆ ที่ทำด้วยใจบริสุทธิ์ไม่ได้ไร้ค่า คนที่รู้สึกว่า "ฉันไม่มีเงินพอจะทำบุญใหญ่" จะเห็นว่าในคัมภีร์ หญิงยากจนที่ถวายข้าวตังได้รับการยกย่องมาก
ไม่ควรอ่านเรื่องเหล่านี้เป็นการคำนวณว่าทำเท่านี้ได้วิมานเท่านั้น เพราะสิ่งที่คัมภีร์เน้นซ้ำคือจิตที่เลื่อมใสและความเคารพ มากกว่ามูลค่าของสิ่งของ
ลองใช้ชีวิตแต่ละวันแบบ "วิมานเล็ก ๆ" คือทำความดีเล็ก ๆ หนึ่งอย่างด้วยมือตัวเองอย่างตั้งใจ เช่น เลื่อนเก้าอี้ให้ผู้สูงอายุ ยื่นน้ำให้คนที่เพิ่งมาถึง หรือเปิดไฟทางเดินให้คนที่เดินในที่มืด
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ประตูรับรู้ ๖ บาน — ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทุกเรื่องที่เข้ามาในชีวิตเข้ามาทางนี้ทั้งหมด
การพูดว่าเห็นทั้งที่ไม่ได้เห็น และการพูดว่าไม่เห็นทั้งที่เห็น เป็นคำพูดที่ไม่ใช่ของพระอริยะ ส่วนการพูดตรงตามที…
พระพุทธเจ้าถามพระอานนท์ว่า ศีล พรต ชีวิต พรหมจรรย์ ที่บำรุงดีแล้ว มีผลทุกอย่างไปหรือ พระอานนท์ตอบว่าตอบแง่เดีย…
บางคนโกรธแล้วค้างนานเหมือนรอยสลักบนหิน บางคนโกรธแล้วลืมเร็วเหมือนรอยขีดบนดิน บางคนถูกว่าแรงก็ยังคบกันได้เหมือน…