โกสัมพิขันธกะ: สงฆ์ที่แตกกันกลับมาพร้อมเพรียงได้อย่างไร
ใช้ในชีวิตประจำวัน

โกสัมพิขันธกะ: สงฆ์ที่แตกกันกลับมาพร้อมเพรียงได้อย่างไร

ยถา ธมฺโม ตถา ปติฏฺฐาหิ

ภิกษุเมืองโกสัมพีแตกเป็นสองฝ่ายจนพระพุทธเจ้าห้ามไม่ฟัง ชาวบ้านจึงเลิกอุปถัมภ์ พระพุทธเจ้าทรงสอนวิธีดูว่าฝ่ายไหนพูดตามธรรม ให้ฟังทั้งสองฝ่าย แบ่งของให้เท่ากัน จนภิกษุผู้เป็นต้นเหตุยอมรับผิดเอง แล้วสงฆ์จึงทำสังฆสามัคคี ซึ่งต้องสาวถึงรากของเรื่องก่อน

๗ ข้อ

ในโกสัมพิขันธกะ มหาวรรค พระวินัยปิฎก เล่าว่าภิกษุเมืองโกสัมพีแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งยก (ลงอุกเขปนียกรรม) ภิกษุรูปหนึ่งฐานไม่เห็นอาบัติ อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนภิกษุผู้ถูกยก ต่างฝ่ายต่างทำอุโบสถแยกกัน ต่อมาทะเลาะกันถึงขั้นลงไม้ลงมือในโรงฉันและในละแวกบ้าน จนชาวบ้านติเตียน พระพุทธเจ้าเสด็จไปห้ามว่า "อย่าเลย ภิกษุทั้งหลาย อย่าบาดหมาง อย่าทะเลาะ อย่าวิวาทกัน" แต่ภิกษุฝ่ายอธรรมวาทีรูปหนึ่งทูลให้พระองค์ทรงขวนขวายน้อย อยู่เป็นสุขไปเถิด พวกตนจะปรากฏไปด้วยความบาดหมางนั้นเอง ในที่สุดพระองค์จึงเสด็จหลีกไป

ชาวบ้านโกสัมพีเห็นว่าภิกษุเหล่านี้ทำให้พระพุทธเจ้าต้องเสด็จจากไป จึงพร้อมใจกันไม่ไหว้ ไม่ลุกรับ และไม่ใส่บาตร ภิกษุเหล่านั้นจึงเดินทางไปเมืองสาวัตถีเพื่อขอให้พระพุทธเจ้าช่วยระงับเรื่อง ทั้งพระสารีบุตร พระเถระอีกหลายรูป พระมหาปชาบดีโคตมี อนาถบิณฑิกเศรษฐี และนางวิสาขา ต่างทูลถามว่าควรปฏิบัติต่อภิกษุเหล่านี้อย่างไร

คำตอบของพระพุทธเจ้าไม่ใช่การประกาศว่าใครถูก แต่ทรงให้เครื่องมือแยกแยะ ให้ฟังทั้งสองฝ่าย ให้จัดที่พักและแบ่งของอย่างเป็นธรรม จนภิกษุผู้ถูกยกพิจารณาธรรมวินัยแล้วยอมรับเองว่าตนต้องอาบัติจริง สงฆ์จึงรับกลับเข้าหมู่และทำสังฆสามัคคี ท้ายขันธกะพระอุบาลีทูลถาม แล้วทรงแยกสามัคคีที่ได้แต่รูปแบบ ออกจากสามัคคีที่ได้ทั้งเนื้อหาและรูปแบบ

  1. ๑

    ยังต้องนั่งร่วมกัน ก็ตั้งใจไม่ทำร้ายกัน อาสนนฺตริกาย นิสีทิตพฺพํ

    เมื่อภิกษุทะเลาะถึงขั้นลงมือกันในโรงฉัน พระพุทธเจ้าทรงวางข้อปฏิบัติว่า ในเวลาที่สงฆ์แตกกันแต่ยังทำกิจที่เป็นธรรม ถ้าถ้อยคำไม่ชวนให้ชื่นชมต่อกัน ให้นั่งโดยตั้งใจว่าจะไม่ทำกายกรรมวจีกรรมที่ไม่สมควรต่อกัน ถ้าถ้อยคำยังชวนให้ชื่นชมกันอยู่ ให้นั่งเว้นอาสนะหนึ่งไว้ระหว่างกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ช่วงที่ยังขัดแย้งแต่ต้องประชุมหรือกินข้าวร่วมกัน ให้ตั้งใจก่อนเข้าห้องว่าจะไม่ทำร้ายกันด้วยคำพูดหรือการกระทำ และเว้นระยะกันพอให้บรรยากาศไม่ตึงเกินไป

  2. ๒

    ชาวบ้านถอนการอุปถัมภ์ เนว อภิวาเทยฺยาม น ปจฺจุฏฺเฐยฺยาม

    อุบาสกอุบาสิกาชาวโกสัมพีปรึกษากันว่า ภิกษุเหล่านี้ทำความเสียหายใหญ่ให้พวกตน เพราะพระพุทธเจ้าถูกรบกวนจนเสด็จหลีกไป จึงตกลงกันไม่ไหว้ ไม่ลุกรับ ไม่ทำความเคารพ และไม่ใส่บาตร โดยคิดว่าเมื่อไม่มีใครสักการะ ภิกษุเหล่านี้จะหลีกไป จะสึก หรือจะไปขอให้พระพุทธเจ้าทรงโปรด ภิกษุเหล่านั้นจึงเดินทางไปสาวัตถีเพื่อระงับเรื่อง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นคนในกลุ่มก่อความแตกแยก เราไม่จำเป็นต้องเลือกข้างหรือส่งต่อข่าว ให้เลิกเป็นผู้ชมที่ทำให้ดราม่ายืดเยื้อ แต่ก็ไม่ไปรุมประณามตัวบุคคล

  3. ๓

    แยกผู้พูดตามธรรมด้วยเนื้อหา ๑๘ ข้อ อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ ธมฺมวาที ชานิตพฺโพ

    พระสารีบุตรทูลถามว่าจะปฏิบัติต่อภิกษุโกสัมพีอย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสให้ดำรงอยู่ตามธรรม แล้วทรงแสดงเครื่องหมาย ๑๘ ข้อ เช่น แสดงสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมว่าเป็นธรรม แสดงสิ่งที่พระตถาคตไม่ได้ตรัสว่าตรัสไว้ แสดงอาบัติเบาว่าหนัก อาบัติหนักว่าเบา ผู้ที่บิดเนื้อหาอย่างนี้คืออธรรมวาที ผู้ที่แสดงตรงตามจริงทั้ง ๑๘ ข้อคือธรรมวาที พระเถระอีกหลายรูปทูลถามแล้วได้คำตอบเดียวกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อต้องตัดสินข้อพิพาท ให้ถามว่าแต่ละฝ่ายพูดตรงกับข้อเท็จจริงและกติกาหรือไม่ ขยายเรื่องเล็กให้ใหญ่หรือย่อเรื่องใหญ่ให้เล็กหรือไม่ แทนการดูว่าใครเสียงดังกว่าหรือเป็นพวกเดียวกับเรา

  4. ๔

    ฟังทั้งสองฝ่ายก่อนเลือกเชื่อ อุภยตฺถ ธมฺมํ สุณ

    พระมหาปชาบดีโคตมีทูลถาม ตรัสให้ฟังธรรมจากภิกษุทั้งสองฝ่าย แล้วพอใจความเห็นของฝ่ายที่เป็นธรรมวาที ส่วนอนาถบิณฑิกเศรษฐีและนางวิสาขา ตรัสให้ถวายทานแก่ภิกษุทั้งสองฝ่ายก่อน แล้วจึงฟังธรรมทั้งสองฝ่าย และพอใจความเห็นของฝ่ายที่เป็นธรรมวาที

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเพื่อนสองคนทะเลาะกันแล้วต่างมาเล่าให้ฟัง ให้ดูแลทั้งสองคนตามปกติ ฟังให้ครบทั้งสองด้านก่อน แล้วจึงให้ความเห็นกับฝ่ายที่ตรงกับความจริง

  5. ๕

    ที่พักจัดให้ได้ ของแบ่งให้เท่ากัน สพฺเพสํ สมกํ ภาเชตพฺพํ

    เมื่อภิกษุโกสัมพีมาถึงสาวัตถี พระสารีบุตรทูลถามเรื่องที่พัก ตรัสให้จัดเสนาสนะที่ว่างให้ ถ้าไม่มีก็ให้จัดให้ว่างแล้วให้ แต่ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ไม่ให้ห้ามเสนาสนะของภิกษุที่แก่พรรษากว่า ส่วนอาหารและของที่ได้มา ให้แบ่งแก่ภิกษุทั้งหมดเท่า ๆ กัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    แม้ใครกำลังเป็นต้นเหตุของปัญหา ก็ยังได้รับสิ่งจำเป็นพื้นฐานเท่ากับคนอื่น การตัดสินเรื่องที่ขัดแย้งแยกออกจากการดูแลความเป็นอยู่

  6. ๖

    ผู้เป็นต้นเหตุยอมรับเอง อาปตฺติ เอสา เนสา อนาปตฺติ

    ภิกษุผู้ถูกยกพิจารณาธรรมและวินัยแล้วสำนึกว่า นั่นเป็นอาบัติ ตนต้องอาบัติจริง และถูกยกด้วยกรรมที่เป็นธรรม จึงไปบอกฝ่ายที่สนับสนุนตนและขอให้รับเข้าหมู่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเพราะเธอต้องอาบัติ ถูกยก และเห็นอาบัติแล้ว ให้รับเธอเข้าหมู่ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความขัดแย้งหลายเรื่องจบได้เมื่อมีคนหนึ่งกล้าพูดว่า "ใช่ ผมผิดจริง" ถ้าเราเป็นคนนั้น การยอมรับตรง ๆ เปิดทางให้ทั้งกลุ่มกลับมาอยู่ด้วยกันได้

  7. ๗

    สามัคคีที่แท้ต้องสาวถึงรากก่อน สงฺฆสามคฺคี อตฺถุเปตา จ พฺยญฺชนุเปตา จ

    สงฆ์ทำสังฆสามัคคีโดยภิกษุทุกรูปทั้งที่อาพาธและไม่อาพาธต้องมาประชุมพร้อมกัน ไม่รับการมอบฉันทะ แล้วทำอุโบสถสวดปาติโมกข์ในขณะนั้น ต่อมาพระอุบาลีทูลถาม ทรงตอบว่าถ้าสงฆ์ทำสามัคคีโดยยังไม่วินิจฉัยเรื่อง ยังไม่สาวไปถึงมูลเหตุ เป็นสามัคคีที่เสียอรรถได้แต่พยัญชนะ ไม่เป็นธรรม ถ้าวินิจฉัยเรื่องสาวถึงมูลเหตุแล้วจึงทำ เป็นสามัคคีที่ได้ทั้งอรรถและพยัญชนะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การจับมือถ่ายรูปว่าดีกันแล้ว โดยไม่เคยคุยถึงต้นเหตุ มักเป็นแค่สามัคคีบนกระดาษ ก่อนประกาศว่าจบ ให้แน่ใจว่าได้คุยถึงต้นเรื่องจริง ๆ และทุกคนที่เกี่ยวข้องได้อยู่ในวงนั้น

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

เรื่องนี้เป็นแบบฝึกการจัดการความขัดแย้งในกลุ่มที่ยังต้องอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ทีมงาน หรือชุมชน พระพุทธเจ้าไม่ได้บังคับให้ดีกันด้วยคำสั่ง แต่วางเงื่อนไขให้คนที่ผิดมีพื้นที่กลับมายอมรับเอง และให้คนนอกวงไม่เติมเชื้อไฟ

บทเรียนที่ใช้ได้ทันทีคือ ฟังทั้งสองฝ่ายก่อนตัดสิน ดูที่เนื้อหาว่าใครพูดตรงกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่ดูว่าใครพูดเก่งหรือใครสนิทกับเรา และระหว่างที่เรื่องยังไม่จบ ยังดูแลทุกคนเท่ากันเรื่องของจำเป็น

ส่วนการที่ชาวบ้านงดอุปถัมภ์ เป็นการถอนแรงสนับสนุนจากพฤติกรรมที่ทำร้ายส่วนรวม ไม่ใช่การรุมประจานหรือทำร้ายใคร ในชีวิตปัจจุบันจึงควรใช้อย่างระวัง คือไม่ให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ก่อความแตกแยก โดยไม่ต้องเข้าไปซ้ำเติมตัวบุคคล

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ธัมมสังคณี: มาติกา แม่บทของพระอภิธรรม

กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพฺยากตา ธมฺมา

ธัมมสังคณีเปิดด้วยมาติกา บัญชีหมวดธรรมชุดละสาม ๒๒ ชุด และชุดละสอง ๑๔๒ ชุด เช่น กุศล อกุศล อัพยากฤต หรือธรรมที่…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้