มหาประเทศ ๔: เมื่อไม่มีคำห้ามหรือคำอนุญาตเขียนไว้ ให้เทียบกับหลัก
ข้อปฏิบัติ

มหาประเทศ ๔: เมื่อไม่มีคำห้ามหรือคำอนุญาตเขียนไว้ ให้เทียบกับหลัก

ยํ ภิกฺขเว มยา อิทํ น กปฺปตีติ อปฺปฏิกฺขิตฺตํ

ตอนท้ายเภสัชชขันธกะ ภิกษุเกิดความลังเลว่าสิ่งใดทรงอนุญาต สิ่งใดไม่ทรงอนุญาต พระพุทธเจ้าจึงประทานหลักสำหรับอ้าง ๔ ข้อ ให้เทียบสิ่งที่ไม่ได้ระบุไว้กับสิ่งที่ควรและไม่ควร พร้อมเรื่องพระบวชเมื่อแก่ที่ให้ลูกไปรับจ้างตัดผมเพื่อหาของมาทำยาคูถวาย เรื่องพืชของสงฆ์ที่ปลูกในที่ของบุคคล และหลักของที่ระคนกัน

๗ ข้อ

ในเภสัชชขันธกะ มหาวรรค พระวินัยปิฎก ช่วงท้ายของขันธกะ หลังโรชะมัลละถวายผักสดและของขบฉันที่ทำด้วยแป้ง พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตผักสดและของที่ทำด้วยแป้งทุกชนิด แล้วเสด็จไปเมืองอาตุมา ที่นั่นมีภิกษุบวชเมื่อแก่รูปหนึ่งซึ่งเคยเป็นช่างกัลบก ให้บุตรชายสองคนถือเครื่องมือตัดผมไปรับจ้างตามบ้าน แลกเกลือ น้ำมัน ข้าวสาร และของขบฉัน มาทำยาคูถวาย พระพุทธเจ้าตรัสถามที่มาของยาคู แล้วทรงติเตียน

ต่อมาที่เมืองสาวัตถี ทรงอนุญาตผลไม้ทุกชนิด ทรงวางหลักเรื่องพืชของสงฆ์ที่ปลูกในที่ของบุคคลและพืชของบุคคลที่ปลูกในที่ของสงฆ์ เมื่อภิกษุเกิดความรังเกียจสงสัยในเรื่องต่าง ๆ ว่าสิ่งใดทรงอนุญาต สิ่งใดไม่ทรงอนุญาต จึงประทานหลักสำหรับอ้าง ๔ ข้อ ซึ่งฉบับแปลภาษาไทยตั้งหัวข้อว่ามหาประเทศ ๔ (มหาปเทส)

ขันธกะจบด้วยหลักเรื่องของที่รับประเคนแล้วระคนกันต่างประเภท ว่าบริโภคได้นานเท่าใด เรื่องทั้งหมดนี้เป็นระเบียบของภิกษุ บทเรียนสำหรับคนทั่วไปอยู่ที่วิธีคิดเมื่อเจอกรณีที่กฎเขียนไปไม่ถึง

  1. ๑

    ทรงถามเมื่อถามแล้วมีประโยชน์ อตฺถสญฺหิตํ ตถาคตา ปุจฺฉนฺติ

    ก่อนตรัสถามพระบวชเมื่อแก่ พระวินัยแทรกหลักไว้ว่า พระตถาคตทรงทราบอยู่ก็ตรัสถามบ้าง ไม่ตรัสถามบ้าง ทรงรู้กาลที่จะถาม ตรัสถามแต่สิ่งที่ประกอบด้วยประโยชน์ และทรงสอบถามภิกษุด้วยเหตุสองอย่าง คือเพื่อจะแสดงธรรม หรือเพื่อจะบัญญัติสิกขาบท

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนถามลูก น้อง หรือเพื่อนร่วมงานว่าทำอะไรไป ให้ถามตัวเองก่อนว่าถามเพื่อเข้าใจและแก้ไข หรือถามเพื่อจับผิด ถ้าเป็นอย่างหลัง ลองเปลี่ยนคำถาม

  2. ๒

    ไม่ชักจูงผู้อื่นในสิ่งที่ไม่ควร น ภิกฺขเว ปพฺพชิเตน อกปฺปิเย สมาทเปตพฺพํ

    พระบวชเมื่อแก่รูปนั้นให้บุตรชายสองคนไปรับจ้างตัดผมโกนผมตามบ้าน เพื่อหาเกลือ น้ำมัน ข้าวสาร และของขบฉัน มาทำยาคูถวาย เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบที่มา ก็ทรงติเตียนว่าบวชแล้วไฉนจึงชักจูงในสิ่งที่ไม่ควร แล้วทรงบัญญัติว่าบรรพชิตไม่พึงชักจูงทายกในสิ่งที่ไม่ควร และภิกษุที่เคยเป็นช่างกัลบกไม่พึงเก็บเครื่องตัดโกนผมไว้กับตัว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ของดีที่อยากให้ใคร ถ้าต้องให้คนอื่นเหนื่อยหรือเสียหลักการเพื่อหามา ลองถามว่าผู้รับจะยินดีจริงไหมถ้ารู้ที่มา

  3. ๓

    พืชของส่วนรวมบนที่ของส่วนตัว ภาคํ ทตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพานิ

    มีกรณีที่พืชของสงฆ์ถูกปลูกในที่ของบุคคล และพืชของบุคคลถูกปลูกในที่ของสงฆ์ ทรงวางหลักว่าทั้งสองกรณีให้แบ่งส่วนให้แก่อีกฝ่ายก่อน แล้วจึงบริโภค

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อของส่วนตัวกับของส่วนรวมปนกัน เช่น ใช้อุปกรณ์ของบริษัททำงานส่วนตัว หรือปลูกผักในพื้นที่ส่วนกลาง ให้ตกลงแบ่งส่วนให้ชัดตั้งแต่ต้น

  4. ๔

    ข้อที่ ๑: ไม่ได้ห้ามไว้ แต่เข้ากับสิ่งที่ไม่ควร อกปฺปิยํ อนุโลเมติ กปฺปิยํ ปฏิพาหติ

    สิ่งใดที่ไม่ได้ทรงห้ามไว้ว่าไม่ควร แต่สิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควร การที่ไม่มีคำห้ามจึงไม่ได้แปลว่าทำได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    กฎบริษัทห้ามรับเงินจากคู่ค้า แต่ไม่ได้เขียนเรื่องบัตรกำนัล บัตรกำนัลมีลักษณะเดียวกับเงิน จึงไม่ควรรับ

  5. ๕

    ข้อที่ ๒: ไม่ได้ห้ามไว้ และเข้ากับสิ่งที่ควร กปฺปิยํ อนุโลเมติ อกปฺปิยํ ปฏิพาหติ

    สิ่งใดที่ไม่ได้ทรงห้ามไว้ และสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควร ภิกษุไม่ต้องรังเกียจสงสัยจนทำอะไรไม่ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าสิ่งใหม่มีลักษณะเหมือนสิ่งที่อนุญาตอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลเกินเหตุ ความเคร่งที่ไม่มีเหตุผลทำให้ตัวเองและคนรอบข้างเหนื่อยเปล่า

  6. ๖

    ข้อที่ ๓ และ ๔: ไม่ได้อนุญาตไว้ ก็เทียบแบบเดียวกัน ยํ ภิกฺขเว มยา อิทํ กปฺปตีติ อนนุญฺญาตํ

    สิ่งใดที่ไม่ได้ทรงอนุญาตไว้ว่าควร ถ้าเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควร ถ้าเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควร การที่ไม่มีคำอนุญาตจึงไม่ได้แปลว่าห้ามเสมอไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาถกกันว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ อย่าหยุดแค่ว่ากฎไม่ได้เขียนไว้ ให้ถามต่อว่าสิ่งนี้เหมือนกับอะไรที่เรารู้อยู่แล้ว

  7. ๗

    ของระคนกัน ใช้ได้ตามกำหนดของสิ่งที่อายุสั้นกว่า ตทหุปฏิคฺคหิตํ กาเล กปฺปติ วิกาเล น กปฺปติ

    ขันธกะจบด้วยคำถามเรื่องของที่รับประเคนแล้วระคนกันต่างประเภท ทรงตอบว่ายามกาลิก สัตตาหกาลิก หรือยาวชีวิก ที่ระคนกับยาวกาลิกซึ่งรับประเคนในวันนั้น ควรในกาล ไม่ควรในวิกาล ที่ระคนกับยามกาลิก ควรชั่วยาม ส่วนยาวชีวิกที่ระคนกับสัตตาหกาลิก ควรตลอด ๗ วัน กล่าวคือของที่ปนกันแล้วใช้ได้ตามกำหนดของสิ่งที่มีกำหนดสั้นกว่า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อผสมของที่มีวันหมดอายุต่างกัน ให้ถือวันหมดอายุที่เร็วที่สุด เป็นหลักง่าย ๆ ทั้งในครัวและในงานที่ต้องรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

มหาประเทศเป็นวิธีคิดที่ใช้ได้ทุกที่ที่มีกฎ ไม่มีกฎชุดไหนเขียนได้ครบทุกกรณี คนที่ถือว่าอะไรไม่ได้ห้ามไว้ก็ทำได้หมด กับคนที่ถือว่าอะไรไม่ได้อนุญาตไว้ก็ห้ามหมด ต่างก็พลาดคนละทาง หลักนี้ให้ถามว่าสิ่งใหม่นั้นเข้ากับฝั่งไหน และขัดกับฝั่งไหน

เรื่องพระบวชเมื่อแก่เตือนอีกด้านหนึ่งว่า เจตนาดีไม่ได้ทำให้วิธีการที่ไม่เหมาะกลายเป็นเรื่องเหมาะ ยาคูที่ตั้งใจถวายพระพุทธเจ้ายังถูกติเตียน เพราะได้มาด้วยการชักจูงคนอื่นในสิ่งที่ไม่ควร

เมื่อเจอเรื่องที่กติกาในบ้าน ที่ทำงาน หรือในชุมชนไม่ได้เขียนไว้ ลองเทียบว่ามันคล้ายกับสิ่งที่เคยห้ามเพราะเหตุผลอะไร หรือคล้ายกับสิ่งที่เคยอนุญาตเพราะเหตุผลอะไร แล้วเลือกตามเหตุผลนั้น แทนการเลือกตามความสะดวกของตัวเอง

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เขมาเถริยาปทาน: จากผู้หลงรูปสู่ผู้เลิศด้วยปัญญา

เขมาเถริยาปทานํ

พระนางเขมา มเหสีพระเจ้าพิมพิสาร ภูมิใจในรูปงามและไม่ยอมไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพราะกลัวถูกติรูป เมื่อถูกชวนไปชมเวฬุว…

ทำดีเพื่อให้คนชม: คดีตัวอย่างเรื่องอวดคุณวิเศษ

เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวสฺสตีติ

ภิกษุอยู่ป่า บิณฑบาต และเดินจงกรมด้วยตั้งใจว่าคนจักยกย่องเรา พระพุทธเจ้าตรัสว่ายังไม่ถึงปาราชิก แต่ห้ามทำอย่าง…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้