มติของหมู่เสียตรงไหน: ความวิบัติของกรรม ๕ ทาง
จตฺตาริ กมฺมานิปริวารแยกว่าการประชุมตัดสินของสงฆ์เสียได้ ๕ ทาง คือ เสียที่เรื่อง เสียที่การเสนอ เสียที่การประกาศ เสียที่เขตแด…
วิหารทานํ สงฺฆสฺส อคฺคํ พุทฺเธหิ วณฺณิตํ
เศรษฐีเมืองราชคฤห์เห็นภิกษุที่อยู่ตามป่าและโคนไม้มีอิริยาบถน่าเลื่อมใส จึงขอสร้างวิหาร ภิกษุไม่รับปากก่อนทูลถาม พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตเสนาสนะ ๕ ชนิด เศรษฐีสร้างวิหาร ๖๐ หลังในวันเดียวแล้วถวายแก่สงฆ์จาตุรทิศ
ในเสนาสนขันธกะ จุลวรรค พระวินัยปิฎก เล่าว่าในช่วงแรก พระพุทธเจ้ายังไม่ได้ทรงอนุญาตเสนาสนะ ภิกษุอยู่ตามป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง และลอมฟาง เช้าตรู่ภิกษุเหล่านั้นออกจากที่อยู่ด้วยอาการเดินไป ถอยกลับ แลดู คู้แขน เหยียดแขน ที่น่าเลื่อมใส ทอดตาลง
ราชคหเศรษฐีไปสวนแต่เช้าเห็นเข้าก็เลื่อมใส ถามว่าถ้าสร้างวิหารถวาย จะอยู่หรือไม่ ภิกษุตอบว่าพระผู้มีพระภาคยังไม่ได้ทรงอนุญาต เศรษฐีจึงขอให้ไปทูลถาม พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตเสนาสนะ ๕ ชนิด คือ วิหาร เรือนมุงแถบเดียว เรือนชั้น เรือนโล้น และถ้ำ เศรษฐีสร้างวิหาร ๖๐ หลังเสร็จในวันเดียว แล้วถวายแก่สงฆ์จาตุรทิศทั้งที่มาแล้วและยังไม่มา ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสแนะนำ พระองค์ทรงอนุโมทนาด้วยคาถาว่าด้วยประโยชน์ของวิหาร
หลังจากนั้นขันธกะเล่าการปรับปรุงที่อยู่ทีละปัญหา ตั้งแต่ประตู หน้าต่าง เตียง หมอน ไปจนถึงโรงไฟและรั้ว เรื่องนี้ต่อด้วยเรื่องอนาถบิณฑิกะ น้องเขยของราชคหเศรษฐี ที่ได้ทราบข่าวพระพุทธเจ้าครั้งแรกที่บ้านของราชคหเศรษฐี
ภิกษุออกจากป่า โคนไม้ และถ้ำแต่เช้าตรู่ มีอาการเดินไป ถอยกลับ แลดู คู้แขน เหยียดแขน ที่น่าเลื่อมใส ทอดตาลง สมบูรณ์ด้วยอิริยาบถ ราชคหเศรษฐีเห็นแล้วจิตเลื่อมใสทันที
ความเรียบร้อยในเวลาที่คิดว่าไม่มีใครมอง เช่น ตอนเช้าในที่พักหรือในลิฟต์ คือตัวตนที่คนอื่นจำได้
เมื่อเศรษฐีถามว่าถ้าสร้างวิหารแล้วจะอยู่หรือไม่ ภิกษุตอบตรง ๆ ว่าพระผู้มีพระภาคยังไม่ได้ทรงอนุญาตวิหาร เศรษฐีขอให้ไปทูลถามแล้วมาบอก ภิกษุก็ทำตามนั้น
เมื่อมีคนเสนอสิ่งที่เราไม่มีอำนาจตัดสิน ให้บอกตามจริงว่าต้องถามผู้รับผิดชอบก่อน แล้วอย่าลืมกลับไปแจ้งผล
เศรษฐีสร้างวิหาร ๖๐ หลังเสร็จในวันเดียว แล้วทูลถามว่าจะทำอย่างไรกับวิหารเหล่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าให้ถวายแก่สงฆ์จาตุรทิศ ทั้งที่มาแล้วและยังไม่มา
เมื่อบริจาคหรือสร้างของส่วนรวม ให้คิดถึงคนที่จะมาใช้ในอนาคต ไม่เฉพาะคนที่เรารู้จักในวันนี้
คาถาอนุโมทนากล่าวว่า วิหารป้องกันหนาว ร้อน สัตว์ร้าย งู ยุง ฝน ลม และแดดที่แรงได้
เมื่อช่วยคนไร้บ้านหรือผู้ประสบภัย ที่พักที่ปลอดภัยเป็นความช่วยเหลือที่เป็นรากฐานให้เรื่องอื่นตามมาได้
คาถากล่าวต่อว่า การถวายวิหารแก่สงฆ์เพื่อหลีกเร้น เพื่อความสุข เพื่อเพ่งพิจารณาและเห็นแจ้ง พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่าเป็นทานอันเลิศ ผู้ฉลาดพึงสร้างวิหารให้ภิกษุผู้พหูสูตอยู่ และถวายข้าว น้ำ ผ้า และเสนาสนะแก่ผู้ซื่อตรงด้วยใจเลื่อมใส เพราะท่านเหล่านั้นจะแสดงธรรมที่บรรเทาทุกข์ให้
จัดมุมเงียบ ๆ ในบ้านหรือที่ทำงานไว้สำหรับอ่านหนังสือ คิด หรือนั่งสมาธิ พื้นที่แบบนี้มีค่ากว่าที่ดูจากขนาด
เมื่อวิหารไม่มีประตู งู แมลงป่อง ตะขาบเข้าไปอยู่ ทรงอนุญาตบานประตูและกลอน เมื่อไม่มีหน้าต่าง อากาศอับและไม่ดีต่อสายตา ทรงอนุญาตหน้าต่างสามแบบ เมื่อค้างคาวเข้ามาได้ก็ทรงอนุญาตมู่ลี่และบานหน้าต่าง
เมื่อที่อยู่มีปัญหา ให้แก้ตรงจุดทีละเรื่องตามที่พบจริง ไม่ต้องรอรื้อทำใหม่ทั้งหมด
พระฉัพพัคคีย์นอนเตียงสูง ชาวบ้านติเตียน ทรงห้าม ต่อมาภิกษุรูปหนึ่งนอนเตียงต่ำแล้วถูกงูกัด ทรงอนุญาตเขียงรองขาเตียง แต่เมื่อมีผู้ใช้เขียงสูงเกิน ก็ทรงกำหนดให้สูงไม่เกินแปดนิ้ว
เวลาตั้งมาตรฐานความเรียบง่าย อย่าลืมเรื่องความปลอดภัย และกำหนดขอบเขตให้ชัดว่าแค่ไหนพอดี
พระฉัพพัคคีย์ใช้หมอนยาวครึ่งตัว ชาวบ้านที่เที่ยวชมวิหารเห็นแล้วติเตียน ทรงห้าม และอนุญาตให้ทำหมอนขนาดพอดีกับศีรษะ
เลือกของใช้ในบ้านตามขนาดที่ใช้จริง บ้านจะโล่งขึ้นและดูแลง่ายขึ้น
สิ่งที่ทำให้เศรษฐีเลื่อมใสไม่ใช่คำเทศนา แต่คือกิริยาของภิกษุในเวลาเช้าตรู่ที่ไม่มีใครสั่งให้สำรวม ความประพฤติเงียบ ๆ ในชีวิตประจำวันจึงสื่อสารได้มากกว่าที่คิด
ภิกษุไม่รับปากเรื่องที่ตนไม่มีอำนาจตัดสิน แต่ไปถามผู้ที่ตัดสินได้ แล้วกลับมาแจ้ง เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับการทำงานในองค์กร
ส่วนการถวายแก่สงฆ์จาตุรทิศทั้งที่มาแล้วและยังไม่มา คือการให้ที่ไม่ผูกไว้กับคนที่รู้จัก แต่เปิดให้ทุกคนที่จะมาใช้ในอนาคต เหมือนการบริจาคให้โรงเรียนหรือโรงพยาบาลที่คนรุ่นหลังได้ใช้ต่อ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ปริวารแยกว่าการประชุมตัดสินของสงฆ์เสียได้ ๕ ทาง คือ เสียที่เรื่อง เสียที่การเสนอ เสียที่การประกาศ เสียที่เขตแด…
เจ้ามหาลีถามว่าทำไมสุนักขัตตะเห็นรูปทิพย์แต่ไม่ได้ยินเสียงทิพย์ พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่าเพราะฝึกสมาธิมาเฉพาะด้า…
เมื่อออกพรรษาภิกษุปวารณา คือเปิดโอกาสให้เพื่อนภิกษุว่ากล่าวตน ปวารณาขันธกะวางรายละเอียดว่าทำได้แม้มีรูปเดียว ต…
พระอุบาลีทูลถามว่า ภิกษุผู้จะว่ากล่าวผู้อื่นควรมีอะไรในตนก่อน พระพุทธเจ้าตรัสให้สำรวจกาย วาจา เมตตา และความรู้…