กามสุตตนิทเทส: กามสองชั้นกับเรือที่ต้องวิดน้ำ
กามสุตฺตนิทฺเทโสคำอธิบายกามสูตรในมหานิทเทส แยกกามเป็นตัวสิ่งของกับตัวความอยาก ชี้ว่าความอยากเกิดจากความดำริ ให้อุปมาเตือนใจหลา…
นวํ ปน ภิกฺขุนา สนฺถตํ การาเปตฺวา ฉพฺพสฺสานิ ธาเรตพฺพํ
สิกขาบทชุดสันถัตในโกสิยวรรค ภิกษุทำผ้ารองนั่งขนเจียมดำล้วนเหมือนคฤหัสถ์ เลี่ยงกฎด้วยการปนขนขาวนิดเดียว ทำใหม่ทุกปีจนวอนขอไม่หยุด ทิ้งสันถัตไว้เกลื่อน และแบกขนเจียมมาไกลจนถูกล้อ พระพุทธเจ้าทรงกำหนดสัดส่วน อายุใช้งานหกปี การปนเศษของเก่า และระยะทาง โดยผ่อนให้ภิกษุไข้
ในพระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค ๒ นิสสัคคิยกัณฑ์ โกสิยวรรค มีสิกขาบทหลายข้อเรื่องสันถัต ซึ่งวิภังค์อธิบายว่าเป็นผ้ารองนั่งที่เขาหล่อ ไม่ใช่ทอ สิกขาบทที่ ๒ เล่าว่าที่เมืองเวสาลี พระฉัพพัคคีย์ให้ทำสันถัตขนเจียมดำล้วน ชาวบ้านที่มาเที่ยวชมวิหารติเตียนว่าเหมือนคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ครั้นทรงห้าม พระฉัพพัคคีย์ก็เอาขนขาวนิดหนึ่งปนไว้ที่ชาย จึงทรงกำหนดสัดส่วนในสิกขาบทที่ ๓
สิกขาบทที่ ๔ เล่าว่าภิกษุให้ทำสันถัตใหม่ทุกปี วอนขอขนเจียมไม่หยุด ชาวบ้านเทียบว่าสันถัตของพวกเขาทำครั้งเดียว ใช้ได้ห้าหกปี จึงทรงบัญญัติให้ใช้ให้ได้หกฝน แล้วทรงผ่อนให้ภิกษุไข้ที่ขอสมมติจากสงฆ์ สิกขาบทที่ ๕ มีเรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตร และจบด้วยการให้ปนเศษสันถัตเก่าลงในสันถัตใหม่ สิกขาบทที่ ๖ ว่าด้วยการถือขนเจียมเดินทางไกล
ทั้งหมดเป็นวินัยของภิกษุ ผู้อ่านทั่วไปไม่ต้องนับปีของเบาะรองนั่ง แต่หลักใช้ของให้คุ้ม ไม่ต้องการของที่ดูหรู และไม่เลี่ยงกฎด้วยการทำตามตัวอักษร ใช้ได้กับทุกคน
พระฉัพพัคคีย์ให้ทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน ชาวบ้านมาเที่ยวชมวิหารเห็นเข้า ติเตียนว่าเหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม จึงทรงบัญญัติเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ อนาปัตติวารยกเว้นการทำเป็นเพดาน เครื่องลาดพื้น ม่าน เปลือกฟูก หรือปลอกหมอน
ก่อนซื้อของใช้ส่วนตัว ถามว่าเลือกเพราะใช้งาน หรือเพราะอยากให้คนเห็นว่ามีของแบบนี้
เมื่อทรงห้ามแล้ว พระฉัพพัคคีย์เอาขนเจียมขาวนิดหนึ่งปนไว้ที่ชายสันถัต แล้วทำสันถัตดำล้วนเหมือนเดิม พระพุทธเจ้าจึงทรงกำหนดว่าสันถัตใหม่ต้องใช้ขนเจียมดำล้วนสองส่วน ขาวเป็นส่วนที่สาม แดงเป็นส่วนที่สี่ วิภังค์อธิบายเป็นน้ำหนักชั่ง
ถ้าพบว่าตัวเองกำลังทำให้ถูกกติกาแค่ตามตัวอักษร ให้หยุดถามว่ากติกานั้นต้องการกันอะไร แล้วทำให้ตรงกับเจตนานั้น
ภิกษุให้ทำสันถัตใหม่ทุกปี วอนขอว่าจงให้ขนเจียม อาตมาต้องการขนเจียม ชาวบ้านติเตียนว่าสันถัตของพวกเขาทำครั้งเดียว ถูกเด็กถ่ายรด หนูกัด ยังอยู่ได้ห้าหกปี พระบัญญัติจึงว่าภิกษุให้ทำสันถัตใหม่แล้วพึงใช้ให้ได้หกฝน ถ้าไม่ถึงหกฝนแล้วทำใหม่ ไม่ว่าจะสละของเก่าแล้วหรือไม่ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์
ก่อนเปลี่ยนโทรศัพท์ เสื้อผ้า หรือเครื่องใช้ ลองเทียบกับอายุใช้งานที่ของชิ้นนั้นควรอยู่ได้จริง ไม่ใช่กับรอบของรุ่นใหม่
ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธอยู่ที่เมืองโกสัมพี ญาติส่งทูตมานิมนต์ไปพยาบาล แต่ท่านไม่ไป เพราะนำสันถัตไปด้วยไม่ได้ ขาดสันถัตก็ไม่สบาย และทำใหม่ก่อนหกปีไม่ได้ พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้สงฆ์ให้สมมติแก่ภิกษุไข้ และเพิ่มคำว่าเว้นไว้แต่ภิกษุได้สมมติ ในพระบัญญัติ
เมื่อกติกาในบ้านหรือที่ทำงานไปขวางคนป่วยจากการได้รับการดูแล ให้เปิดทางยกเว้นอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้เขาต้องเลือกระหว่างกฎกับสุขภาพ
เมื่อพระพุทธเจ้าจะหลีกเร้นสามเดือน สงฆ์ในเมืองสาวัตถีตั้งกติกาเองว่าผู้เข้าเฝ้าต้องแสดงอาบัติปาจิตตีย์ ท่านพระอุปเสนวังคันตบุตรซึ่งไม่รู้กติกานั้นพาบริษัทมาเฝ้า เมื่อทรงเล่าให้ฟัง ท่านทูลว่าจะไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่ได้ทรงบัญญัติ และไม่ถอนสิ่งที่ทรงบัญญัติแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสสาธุ และอนุญาตให้ภิกษุผู้ถืออยู่ป่า บิณฑบาต และทรงผ้าบังสุกุลเข้าเฝ้าได้ตามสะดวก
ในกลุ่มหรือองค์กร ระวังการเพิ่มกฎของตัวเองซ้อนกฎที่มีอยู่จนเข้มกว่าที่ผู้วางหลักตั้งใจ และอย่าตัดกฎทิ้งเพียงเพราะไม่สะดวก
ภิกษุทั้งหลายอยากเข้าเฝ้าจึงทิ้งสันถัตแล้วสมาทานธุดงค์ พระพุทธเจ้าเสด็จตามเสนาสนะ เห็นสันถัตถูกทิ้งไว้ในที่นั้น ๆ จึงทรงบัญญัติว่าภิกษุผู้ทำสันถัตสำหรับนั่ง พึงเอาเศษสันถัตเก่าคืบสุคตโดยรอบมาปนเพื่อทำให้เสียสี วิภังค์อธิบายว่าเพื่อความทน ตัดเป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมลาดลงส่วนหนึ่ง หรือชีออกปนหล่อ ถ้าหาเศษเก่าไม่ได้ ใช้น้อยหรือไม่ใช้ก็ไม่เป็นอาบัติ
เมื่อทำของใหม่ ลองหาทางใช้ส่วนที่ยังดีของของเก่าด้วย เช่น นำผ้าเก่ามาทำผ้าเช็ด หรือนำชิ้นส่วนที่ยังใช้ได้กลับมาใช้
ภิกษุรูปหนึ่งได้ขนเจียมระหว่างทางไปสาวัตถี จึงห่อด้วยผ้าอุตตราสงค์แบกไป ชาวบ้านแซวว่าซื้อมาเท่าไร จะได้กำไรเท่าไร ท่านเก้อจนพอถึงสาวัตถีก็โยนขนเจียมทิ้งทั้งที่ยืน และบอกว่าถือมาเกินสามโยชน์ จึงทรงบัญญัติว่าเมื่อไม่มีคนถือให้ ถือไปเองได้อย่างมากสามโยชน์ อนาปัตติวารยกเว้นการให้คนอื่นช่วยถือ
ของที่ได้มาแล้วต้องแบกภาระมาก ทั้งน้ำหนัก เวลา และภาพที่คนอื่นเห็น ควรคิดก่อนรับว่าเราจะดูแลมันไหวไหม
เรื่องชาวบ้านเทียบสันถัตของตัวเองกับของพระเป็นภาพที่ชัด ของในบ้านที่เด็กปัสสาวะรด หนูกัด ยังใช้ได้ห้าหกปี แต่คนที่ควรเป็นแบบอย่างกลับเปลี่ยนใหม่ทุกปี การใช้ของให้ครบอายุจึงเป็นทั้งความประหยัดและความเกรงใจคนที่จ่าย
เรื่องปนขนขาวนิดเดียวที่ชายเป็นตัวอย่างของการทำตามตัวอักษรแต่ทิ้งเจตนา พระพุทธเจ้าไม่ได้ออกกฎที่ซับซ้อนขึ้นเพื่อจับผิด แต่กำหนดสัดส่วนให้ชัดจนเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเราพบว่าตัวเองกำลังหาช่องของกติกา ให้ถามว่ากติกานั้นตั้งมาเพื่ออะไร
ข้อผ่อนผันให้ภิกษุไข้ และเรื่องพระอุปเสนที่ไม่ยอมรับกติกาที่สงฆ์ตั้งเกินพระบัญญัติ เตือนว่ากฎที่ดีต้องไม่แข็งจนทำร้ายคนป่วย และคนในหมู่ก็ไม่ควรเพิ่มกฎเองจนหนักกว่าที่จำเป็น
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
คำอธิบายกามสูตรในมหานิทเทส แยกกามเป็นตัวสิ่งของกับตัวความอยาก ชี้ว่าความอยากเกิดจากความดำริ ให้อุปมาเตือนใจหลา…
พระวังคีสะอดีตกวีเคยเกิดความกำหนัดเมื่อเห็นสตรี เคยเกิดความไม่ยินดี และเคยดูหมิ่นเพื่อนภิกษุด้วยความเก่งของตน …
พระอุปนันทะให้จีวรแก่ภิกษุรูปหนึ่งเพื่อชวนไปเที่ยวจาริกด้วยกัน แต่เมื่อภิกษุนั้นเลือกตามเสด็จพระพุทธเจ้าแทน ท่…
เมื่อน้ำขุ่น คนย่อมมองไม่เห็นหอย กรวด ทราย และฝูงปลา เมื่อจิตขุ่นมัว คนก็มองไม่เห็นทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ผู…