สองบทว่า ปมํ ปตฺตเภสชฺชํ ได้แก่ ปัตตสิกขาบทที่ ๑ ที่พระ- ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พึงทรงอดิเรกบาตรไว้ได้ ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง และ สิกขาบทที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เภสัชอันควรลิ้ม.
สองบทว่า อจฺเจกกญฺจาปิ สาสงฺกํ ได้แก่ อัจเจกจีวรสิกขาบท ๑ สาสังกสิกขาบท อันเป็นลำดับแห่งอัจเจกจีวรสิกขาบทนั้นเอง ๑.
สองบทว่า ปกฺกมนฺเตน วา ทุเว ได้แก่ ๒ สิกขาบทที่พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสไว้ในภูตคามวรรคว่า เมื่อหลีกไป ไม่เก็บเองก็ดี ซึ่งเตียง เป็นต้นนั้น.
สองบทว่า อุปสฺสยํ ปรมฺปรา ได้แก่ ๒ สิกขาบทที่พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าตรัสว่า ไปสู่ที่อาศัยแห่งภิกษุณีแล้ว พึงสอนภิกษุณีทั้งหลาย ๑ เป็น ปาจิตตีย์ เพราะฉันโภชนะทีหลัง ๑.
สองบทว่า อนติริตฺต นิมนฺตนา ได้แก่ ๒ สิกขาบทที่พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุใด ฉันเสร็จห้ามเสียแล้ว เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี ซึ่งของ เคี้ยวก็ตาม ซึ่งของฉันก็ตาม อันไม่เป็นเดน ๑ ภิกษุใด รับนิมนต์แล้ว มี ภัตรอยู่แล้ว ๑.
สามบทว่า วิกปฺปํ รญฺโ วิกาเล ได้แก่ ๓ สิกขาบทที่พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุใด วิกัปจีวรเอง . . . ๑ ของพระราชาผู้กษัตริย์ ๑ ภิกษุใด . . . พึงเข้าไปสู่บ้านในเวลาวิกาล ๑.
บทว่า โวสาสารญฺเกน จ ได้แก่ ๒ สิกขาบทที่พระผู้มีพระภาค- เจ้าตรัสว่า ถ้าภิกษุณีมายืนยันสั่งเสียอยู่ในที่นั้น ๑ ภิกษุใดอยู่ในเสนาสนะป่า เห็นปานนั้น รับของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี อันเขาไม่ได้บอกให้รู้ก่อน ๑.