ปริวาร
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๐ · หน้า ๘๖๘ · ข้อ 1229
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ญัตติใดแสดง, ญัตตินั้น จัดเป็นกรรมปาทญัตติ, ไม่รู้จักญัตตินั้น โดย ประการทั้งปวง.

หลายบทว่า ตฺติยา กรณํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้จักการ กระทำกรรมญัตติ ใน ๙ สถาน. ไม่รู้จักการกระทำกรรมปาทญัตติ ใน ๒ สถาน.

สองบทว่า ตฺติยา อนุสาวนํ ได้แก่ ไม่รู้ว่า ญัตตินี้ มี อนุสาวนา ๑ ญัตตินี้ มีอนุสาวนา ๓.

หลายบทว่า ตฺติยา สมถํ น ชานาติ มีความว่า สมถะ ๔ อย่างนี้ใด คือ สติวินัย อมูฬหวินัย ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ ไม่เว้น จากญัตติ, ไม่รู้จักสมถะนั้นว่า ระงับด้วยญัตติ

หลายบทว่า ตฺติยา วูปสมํ น ชานาติ มีความว่า อธิกรณ์ ใด ระงับด้วยญัตติสมถะ ๔ อย่างนี้ ไม่รู้จักความระงับนั้นแห่งอธิกรณ์นั้นว่า ความระงับนี้ ทำด้วยญัตติ.

สองบทว่า สุตฺตํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้จักอุภโตวิภังค์.

สองบทว่า สุตฺตานุโลมํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้จักมหาปเทส ๔.

สองบทว่า วินยํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้จักขันธกะและบริวาร.

สองบทว่า วินยานุโลมํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้จักมหาปเทส นั่นเอง.

สองบทว่า น จ านาานกุสโล ได้แก่ เป็นผู้ฉลาดในเหตุ และมิใช่เหตุ.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้