[๓๐๙] เปรียบเหมือนดาวประกายพฤกษ์ ขณะที่อากาศปลอดโปร่ง ปราศจากหมู่เมฆในฤดูสรทกาล ย่อมส่องแสงสุกสกาววาวระยับ ฉันใด เทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตรกำลังกล่าวสรรเสริญ ท่านพระสารีบุตรอยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส มีรัศมีแห่ง ผิวพรรณแพรวพราวอยู่ ฉันนั้น.
[๓๑๐] เปรียบเหมือนดวงอาทิตย์ขณะที่อากาศปลอดโปร่ง ปราศจาก หมู่เมฆในฤดูสรทกาล พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ขจัดความมืดที่มีอยู่ในอากาศทั้ง ปวง ย่อมแผดแสงแจ่มจ้ารุ่งโรจน์ ฉันใด เทพบุตรบริษัทของสุสิมเทพบุตร ขณะที่สุสิมเทพบุตรกำลังกล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตรอยู่ เป็นผู้ปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส มีรัศมีแห่งผิวพรรณแพรวพราวอยู่ ฉันนั้น.
[๓๑๑] ครั้งนั้น สุสิมเทพบุตร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มี พระภาคเจ้าปรารภถึงท่านพระสารีบุตรว่า
ท่านพระสารีบุตรคนรู้จักท่านดีว่า
เป็นบัณฑิตไม่ใช่คนมักโกรธ มักน้อย
สงบเสงี่ยม ฝึกฝนมาดี มีคุณงามอันพระ-
ศาสดาทรงนำมาสรรเสริญ เป็นผู้แสวงคุณ.
[๓๑๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสคาถาตอบสุสิมเทพบุตรปรารภถึง ท่านพระสารีบุตรว่า