ประจักษ์อย่างนี้ว่า โลกนี้ย่อมดับอย่างนี้.
[๑๘๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล อริยสาวกรู้ทั่วถึง เหตุเกิดและความดับไปแห่งโลกตามเป็นจริงอย่างนี้ ในกาลนั้น อริยสาวก นี้ เราเรียกว่าเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิบ้าง เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยทัศนะบ้าง เป็นผู้มาถึงสัทธรรมนี้บ้าง เห็นสัทธรรมนี้บ้าง เป็นผู้ประกอบด้วยญาณ อันเป็นเสขะบ้าง เป็นผู้ประกอบด้วยวิชชาอันเป็นเสขะบ้าง เป็นผู้บรรลุ กระแสแห่งธรรมบ้าง เป็นพระอริยะมีปัญญาเครื่องชำแรกกิเลสบ้าง ว่า อยู่ชิดประตูอมตนิพพานบ้าง.
จบปฐมอริยสาวกสูตรที่ ๙
อรรถกถาปฐมอริยสาวกสูตรที่ ๙
ในปฐมอริยสาวกสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ข้อว่า กึ นุโข เป็นการแสดอาการเกิดขึ้นแห่งความสงสัย. บทว่า สมุทยติ แปลว่า เกิดขึ้น.
จบอรรถกถาปฐมอริยสาวกสูตรที่ ๙
๑๐. ทุติยอริยสาวกสูตร
ว่าด้วยสังขารมี ชรามรณะจึงมี
[๑๘๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล. . .พระผู้มี- พระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับมิได้มีความ