ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๗ · หน้า ๔๐๔ · ข้อ 300
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อดกลั้นนิ่งไว้ด้วยคิดว่า เป็นผู้มีอุปการะแก่เรา ได้กราบทูล

พระศาสดา. พระศาสดาตรัสว่า มหาบพิตร แม้พระราชาใน

กาลก่อนก็ทรงอดกลั้นอย่างนี้เหมือนกัน พระเจ้าโกศลทูลอาราธนา จึงทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ใน กรุงพาราณสี อำมาตย์ผู้หนึ่งได้ลอบเป็นชู้กับนางสนมของ

พระองค์. แม้คนใช้ของอำมาตย์ก็ลอบเป็นชู้ในครอบครัวของเขา.

เขาไม่อาจอดกลั้นความผิดของคนใช้ได้ จึงพาตัวไปเฝ้าพระราชา เพื่อจะถามว่า ข้าแต่สมมติเทพ คนใช้ของข้าพระองค์คนหนึ่ง เป็นผู้ทำกิจการทั้งปวง เขาได้เป็นชู้กับครอบครัวของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ควรจะทำอะไรแก่เขา จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ข้าพระบาท

มีบุรุษผู้ขวนขวายในกิจการทุกอย่างอยู่คนหนึ่ง

แต่เขามีความผิดอยู่ข้อหนึ่ง พระองค์จะทรงโปรด

ดำริในความผิดของเขานั้นเป็นประการใด พระ-

เจ้าข้า.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ตสฺส เจโกปราธตฺถิ ความว่า บุรุษ

นั้นมีความผิดอยู่ข้อหนึ่ง. บทว่า ตตฺถ ตฺวํ กินฺติ มญฺสิ ความว่า

พระองค์จะทรงดำริในความผิดของบุรุษนั้นในข้อนั้นว่าควรทํา อย่างไร ขอพระองค์จงทรงปรับสินไหมบุรุษนั้นตามสมควร แก่ความผิดของเขาเถิด พระเจ้าข้า.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้