กถาวัตถุ
ฉบับ มมร. · เล่ม ๘๑ · หน้า ๓๙๑ · ข้อ 1542
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ป. มันเป็นตัณหาในธรรม มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. หากว่า มันเป็นตัณหาในธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่าน

ึจึงต้องกล่าวว่า ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต.

ธัมมตัณหา อัพยากตาติกถา จบ

อรรถกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถา

ว่าด้วย ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤต. ในปัญหาเหล่านั้น บรรดาตัณหาทั้ง ๖ เหล่านี้ คือ รูปตัณหา ฯลฯ ธัมมตัณหา ตัณหาอัน เป็นข้อสุดท้ายแห่งตัณหาทั้งหมดนี้ ท่านเรียกว่า ธัมมตัณหา เหตุใด เพราะเหตุนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะทั้งหลาย ว่า ธัมมตัณหาพึงเป็นอัพยากฤต ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชน เหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. เนื้อความปัญหาที่เหลือทั้งหลาย

พึงทราบตามพระบาลี. ตัณหาแม้ทั้ง ๖ ท่านแสดงย่อไว้เป็น ๓ ประเภท

มีกามตัณหาเป็นต้น. ตัณหาที่เป็นไปในอารมณ์ทั้ง ๖ แม้มีรูปเป็นต้น

ด้วยสามารถแห่งความยินดีในกามชื่อว่า กามตัณหา. ตัณหาที่เกิดพร้อม กับสัสสตทิฏฐิในความเห็นว่า "อัตตา และโลกจักมี" ดังนี้ชื่อว่า ภวตัณหา. ตัณหาที่เกิดพร้อมกับอุจเฉททิฏฐิในความเห็นว่า อัตตา และโลกจักไม่มี ดังนี้ชื่อว่า วิภวตัณหา. บทว่า มันเป็นตัณหาในธรรมมิใช่หรือ นี้ย่อม แสดงถึงความเป็นไปของตัณหาโดยปรารภธัมมารมณ์ มิใช่แสดงถึงความ ที่ธัมมตัณหานั้นเป็นอัพยากฤต เพราะฉะนั้น คำนี้จึงมิใช่ข้ออ้างว่า ตัณหาเป็นอัพยากฤต ดังนี้แล.

อรรถกถาธัมมตัณหาอัพยากตาติกถา จบ

หัวข้อ (สรุปโดย AI) ธัมมตัณหาอัพยากตาติกถา: ธัมมตัณหาเป็นอัพยากฤตต่างจากตัณหาอื่นจริงหรือ
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า
เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้