กตา อพฺยากตสฺส (กุ. อัพ-อัพ และ อกุ. อัพ-อัพ) ย่อมมีด้วยอำนาจ
ปัจฉาชาตินทริยปัจจัย. ก็ตั้งแต่ปัจฉาชาตปัจจัยเป็นปัจจนียะ (ปจฺจนีก)
ไป คำว่า อตฺถิอวิคเตสุ เอกํ คือ อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ ด้วย อำนาจอาหารและอินทริยปัจจัย เมื่อถือเอานอาหารปัจจัยแล้ว ก็ไม่ควร ถือเอา นอินทริยปัจจัย. อนึ่ง เมื่อถือเอานอินทริยปัจจัย ก็ไม่ควร ถือเอา นอาหารปัจจัย ด้วยเหมือนกัน. เพราะเหตุไร ? เพราะเมื่อปัจจัย ทั้ง ๒ อัน อาจารย์ถือเอาโดยเป็นอันเดียวกันแล้ว วาระที่จะนับก็ไม่มี แม้เมื่อฌานและมัคคปัจจัยเป็นต้นตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ไม่ต้องทำอนุโลม ให้เป็นข้อเดียว โดยอาหารปัจจัย หรืออินทริยปัจจัย (แก่ทำให้แยกกัน) ดังที่ตรัสว่า อินฺทฺริเย เอกํ (ในอินทริยปัจจัย มี ๑ วาระ) อตฺถิยา เอกํ อวิคเต เอกํ อาหาเร เอกํ อตฺถิยา เอกํ อวิคเต เอกํ ในที่สุด. คำที่เหลือในอธิการนี้มีเนื้อความกระจ่างแล้วทั้งนั้น แล.
นเหตุมูลกนัย จบ
ใน นอารัมมณมูลกนัย เป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ ใน อัญญมัญญมูลกนัย คำว่า นอญฺปจฺจยา เหตุยา ตีณิ เพราะ นอัญญมัญญปัจจัย ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ คือกุศลเป็นต้น เป็น
ปัจจัยแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน. สองบทว่า อธิปติยา อฏฺ ในอธิปติ-
ปัจจัย มี ๘ วาระ เพราะนสหชาตปัจจัย ในนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ความว่า บรรดาวาระ ๑๐ ที่ท่านกล่าวไว้ในอธิปติปัจจัย ได้วาระ ๘ ที่