ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

ສະບັບພາສາໄທ ມຈຣ. (MCU) · พระสุตตันตปิฎก · ເຫຼັ້ມທີ 28 · 560 ໜ້າ

ສະຫຼຸບໂດຍ AI ຈາກເນື້ອຫາທັງເຫຼັ້ມ (64 ຫົວຂໍ້) — ຄລິກເພື່ອໄປຫາໜ້າເລີ່ມຕົ້ນຂອງຫົວຂໍ້ນັ້ນ

  1. ໜ້າ 1–10 นฬินิกาชาดก (๕๒๖) อิสิสิงคดาบสหนุ่มผู้บำเพ็ญตบะในป่าไม่เคยพบหญิงมาก่อน ถูกพระราชธิดานฬินิกาที่พระเจ้าพรหมทัตส่งไปยั่วยวนล่อลวงด้วยอุบายว่าถูกหมีทำร้ายจนได้เสียด้วยกัน เมื่อบิดา (พระดาบสโพธิสัตว์) กลับมาเห็นความเปลี่ยนแปลงของบุตร จึงแสดงธรรมเตือนภัยแห่งมาตุคามและการคบหาสตรี
  2. ໜ້າ 11–24 อุมมาทันตีชาดก (๕๒๗) อภิปารกเสนาบดีเห็นพระเจ้ากรุงสีพีทรงหลงรักนางอุมมาทันตีภรรยาของตน จึงกราบทูลถวายนางแด่พระราชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พระราชาผู้ทรงธรรมปฏิเสธไม่ยอมประพฤติผิดในภรรยาผู้อื่น สุดท้ายทรงแสดงธรรมว่าด้วยการปกครองโดยธรรมแก่อภิปารกะ
  3. ໜ້າ 24–34 มหาโพธิชาดก (๕๒๘) พระโพธิสัตว์ผู้ทรงเป็นปริพาชกโต้วาทะกับพระราชาผู้ยึดถือลัทธิอกิริยทิฏฐิและนิยตินิยม (ไม่มีเหตุ ไม่มีผล พระอิศวรสร้างโลก) โดยแสดงเหตุผลหักล้างอย่างละเอียด ก่อนแสดงหลักการปกครองบ้านเมืองโดยธรรมแก่พระราชา
  4. ໜ້າ 35–44 โสณกชาดก (๕๒๙) พระเจ้าอรินทมะทรงตามหาพระสหายเก่าโสณกะซึ่งออกบวชเป็นพระปัจเจกพุทธะ เมื่อพบกันทรงสนทนาธรรมเรื่องความเจริญของบรรพชิตผู้ไม่มีทรัพย์ พระปัจเจกพุทธะแสดงอุปมาเรื่องกาโลภติดซากช้างจนตายเพื่อเตือนภัยแห่งกามคุณ ทำให้พระราชาสละราชสมบัติแก่โอรสทีฆาวุกุมารแล้วออกผนวช
  5. ໜ້າ 45–54 สังกิจจชาดก (๕๓๐) พระเจ้าพรหมทัตเสด็จไปหาสังกิจจฤๅษีเพื่อถามคติของผู้ประพฤติล่วงธรรม ฤๅษีแสดงธรรมพรรณนามหานรก ๘ ขุมและอุสสทนรกบริวารอย่างละเอียด รวมถึงกรรมของผู้ฆ่าบิดามารดาและผู้ระรานสมณะพราหมณ์ เพื่อเตือนพระราชาให้ตั้งอยู่ในธรรม
  6. ໜ້າ 55–70 กุสชาดก (๕๓๑) ว่าด้วยพระเจ้ากุสะหลงรูปโฉมนางประภาวดี พระเจ้ากุสะผู้มีรูปร่างอัปลักษณ์แต่ทรงฤทธานุภาพ อภิเษกกับพระนางประภาวดีผู้รังเกียจพระองค์ เมื่อพระนางหนีกลับบ้านเดิม พระองค์ตามไปเป็นคนครัวปลอมตัว ภายหลังกษัตริย์ ๗ พระองค์ยกทัพมาชิงนาง พระเจ้ากุสะทรงเผยพระองค์และรบชนะทั้งหมด แล้วพระราชทานพระธิดาอีก ๗ องค์แก่กษัตริย์เหล่านั้น เสด็จกลับกุสาวดีอย่างสมานฉันท์กับพระนางประภาวดี
  7. ໜ້າ 71–84 โสณนันทชาดก (๕๓๒) ว่าด้วยโสณนันทดาบส พระเจ้ามโนชะทรงได้รับความช่วยเหลือจากนันทดาบสผู้มีฤทธิ์มากมาย จึงเสด็จไปขอขมาโทษโสณดาบสผู้พี่ที่อาศรม นันทบัณฑิตขอลาบำรุงบิดามารดาแทนพี่ชาย เกิดบทสนทนาอันลึกซึ้งว่าด้วยคุณของมารดาบิดาและหน้าที่บุตร จบด้วยการที่พี่น้องคืนดีกันและพระราชาทรงเลื่อมใสในธรรม เป็นการปิดท้ายสัตตตินิบาต
  8. ໜ້າ 85–97 จูฬหังสชาดก (๕๓๓) ว่าด้วยพญาหงส์ติดบ่วง พญาหงส์ธตรัฏฐะติดบ่วงนายพราน หงส์สุมุขะเสนาบดีไม่ยอมละทิ้งแม้เสี่ยงชีวิต ขอพรานปล่อยนายแล้วจับตนแทน นายพรานเลื่อมใสในความภักดีจึงปล่อยทั้งคู่ และนำไปถวายพระราชา ซึ่งทรงพอพระทัยจนปล่อยคืนสู่หมู่ญาติ เป็นเรื่องเปิดนิบาตใหม่ (๒๑. อสีตินิบาต)
  9. ໜ້າ 98–115 มหาหังสชาดก (๕๓๔) ว่าด้วยพญาหงส์ติดบ่วง พญาหงส์ธตรัฏฐะติดบ่วงอีกครั้งในบริบทซับซ้อนกว่าเดิม พญาหงส์ทรงกังวลถึงพระมเหสี หงส์สุมุขะแสดงธรรมปลอบใจ นายพรานเขมกะนำไปถวายพระเจ้ากาสี เกิดบทสนทนาธรรมยาวรวมทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการ พระราชาทรงเลื่อมใสจนขอเป็นศิษย์ หงส์สุมุขะกราบขอโทษที่กล่าววาจาหยาบต่อพระราชา พระราชาทรงอภัยและพระราชทานทรัพย์ ทั้งสองทูลขอให้พระองค์เป็นศิษย์แล้วบินกลับหาฝูงญาติ
  10. ໜ້າ 115–133 สุธาโภชนชาดก (๕๓๕) ว่าด้วยอาหารทิพย์ ท้าวสักกะพร้อมเทพบุตรหลายองค์แปลงกายเป็นพราหมณ์ไปทดสอบโกสิยเศรษฐีผู้ตระหนี่ สอนให้รู้จักแบ่งปันอาหารแก่แขก เศรษฐีสำนึกบำเพ็ญทานเป็นดาบส ต่อมาได้รับอาหารทิพย์จากมาตลีเทพบุตร เกิดการแข่งขันของเทพธิดา ๔ นาง (อาสา สัทธา สิรี หิรี) เพื่อแย่งอาหารทิพย์ โกสิยดาบสตัดสินให้หิรีเทวีชนะเพราะมีหิริคุณธรรม จบด้วยคาถาเฉลยอดีตชาติของตัวละคร
  11. ໜ້າ 134–158 กุณาลชาดก (๕๓๖) ว่าด้วยนกดุเหว่า เรื่องนกดุเหว่ากุณาละผู้มีนางนกบริวารนับพันแต่ปากร้ายด่าทอนางนกเสมอ ต่างจากนกปุณณมุขะผู้อ่อนโยน เกิดบทสนทนาธรรมยาวระหว่างนกกุณาละ นกแร้งอานนท์ และนารทดาบสว่าด้วยธรรมชาติอันเลวทรามของสตรี ผ่านคาถาประณามหญิงจำนวนมาก จบด้วยพระธรรมเทศนาเฉลยชาติก่อนของตัวละครทั้งหมด
  12. ໜ້າ 158–182 มหาสุตโสมชาดก (๕๓๗) ว่าด้วยพระเจ้ามหาสุตโสมทรงทรมานโจรโปริสาท พ่อครัวถูกซักถามเหตุที่ฆ่าคนถวายพระราชาผู้ติดรสเนื้อมนุษย์ พระราชาไม่ฟังคำทัดทานจนถูกขับไล่กลายเป็นโจรโปริสาทจับกษัตริย์ ๑๐๑ พระองค์ไปบูชายัญ รวมถึงพระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์ผู้รักษาสัจจะยอมกลับมาหาโจรตามสัญญาทั้งที่ได้รับปล่อยตัวแล้ว ทรงแสดงธรรมจนโจรเลื่อมใส ถวายพร ๔ ประการคือขอชีวิตกษัตริย์ที่ถูกจับ ปล่อยกษัตริย์ ๑๐๑ พระองค์คืนแคว้น และให้โจรเลิกกินเนื้อมนุษย์ จบด้วยสรุปชาดกทั้ง ๕ เรื่องของอสีตินิบาต
  13. ໜ້າ 183–202 เตมิยชาดก (ชาดกที่ ๑ แห่งมหานิบาต, ๕๓๘) เรื่องแรกในทศชาติ พระเตมีย์โพธิสัตว์ทรงแกล้งเป็นใบ้ง่อยเปลี้ยมาแต่เด็กเพื่อหนีราชสมบัติ เพราะทรงระลึกชาติถึงกรรมหนักจากการครองแผ่นดิน เมื่อถูกนำไปฝังในป่าจึงทรงเปิดเผยตน แสดงธรรมมิตรบูชาแก่นายสุนันทสารถี ครั้นพระราชบิดาเสด็จตามมา พระเตมีย์ทรงแสดงธรรมเรื่องความไม่เที่ยงจนพระราชบิดายอมให้ทรงผนวช
  14. ໜ້າ 202–228 มหาชนกชาดก (ชาดกที่ ๒ แห่งมหานิบาต, ๕๓๙) พระมหาชนกโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญวิริยบารมี เรือแตกกลางมหาสมุทรแต่ทรงว่ายน้ำด้วยความเพียรไม่ย่อท้อ จนได้รับความช่วยเหลือและได้ครองราชสมบัติกรุงมิถิลา ต่อมาทรงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงของโลกจึงเสด็จออกผนวช แม้พระนางสีวลีและไพร่พลจะทรงเชิญกลับก็มิได้หวั่นไหว ทรงแสดงธรรมผ่านนิทานนารทดาบส เด็กหญิงกำไลมือ และช่างศร สอนเรื่องความสันโดษอยู่ผู้เดียวประเสริฐกว่ามีคู่
  15. ໜ້າ 229–242 สุวรรณสามชาดก ตอนต้น (ชาดกที่ ๓, ๕๔๐) พระเจ้าปิลยักษ์เสด็จออกล่าเนื้อ ทรงยิงสุวรรณสามโพธิสัตว์ผู้กำลังตักน้ำถวายบิดามารดาผู้ตาบอดโดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเนื้อ สุวรรณสามแม้บาดเจ็บสาหัสก็มิได้โกรธ ทรงเป็นห่วงแต่บิดามารดาที่จะไม่มีคนดูแล พระราชาสำนึกผิดรับจะเลี้ยงดูท่านทั้งสองแทน เมื่อดาบสทั้งสองทราบข่าวจึงคร่ำครวญและเปล่งสัจวาจาอ้างคุณธรรมของบุตร ขอให้พิษของสุวรรณสามเสื่อมหายไป
  16. ໜ້າ 243–245 สุวรรณสามชาดก ตอนจบ ด้วยอานุภาพแห่งสัจวาจาของบิดามารดาและเทพธิดาแห่งเขาคันธมาทน์ พิษในกายสุวรรณสามเสื่อมหายและฟื้นคืนชีพ พระเจ้าปิลยักษ์ทรงประหลาดพระทัยตรัสถาม สุวรรณสามจึงแสดงธรรมว่าบุคคลผู้เลี้ยงดูมารดาบิดาโดยธรรมย่อมได้รับการคุ้มครองจากเทวดา แล้วทรงแสดงทศพิธราชธรรมถวายพระเจ้าปิลยักษ์
  17. ໜ້າ 246–249 เนมิราชชาดก ตอนต้น (ชาดกที่ ๔, ๕๔๑) พระเจ้าเนมิทรงบำเพ็ญทานแล้วทรงสงสัยว่าทานหรือพรหมจรรย์อย่างใดมีผลมากกว่ากัน ท้าวสักกเทวราชเสด็จมาปรากฏองค์ตรัสตอบว่าพรหมจรรย์มีผลมากกว่า ทรงยกตัวอย่างพระราชาในอดีตหลายพระองค์ที่แม้บริจาคมหาทานก็ยังไม่พ้นเปตวิสัย และฤๅษี ๑๑ ตนที่บำเพ็ญตบะจนล่วงพ้นกามาวจรภพได้
  18. ໜ້າ 250–261 เนมิราชชาดก: มาตลีเทพสารถีนำเสด็จเยี่ยมนรกภูมิ ท้าวสักกะส่งมาตลีเทพสารถีมาเชิญพระเจ้าเนมิด้วยรถทิพย์ พระเจ้าเนมิทรงขอทอดพระเนตรทั้งนรกและสวรรค์ มาตลีจึงนำเสด็จเยี่ยมนรกต่างๆ ก่อน เช่น แม่น้ำเวตตรณี หลุมถ่านเพลิง โลหกุมภี พร้อมพยากรณ์บาปกรรมที่ทำให้สัตว์แต่ละจำพวกต้องรับทุกข์ในนรกนั้นๆ
  19. ໜ້າ 261–269 เนมิราชชาดก: เสด็จเยี่ยมวิมานสวรรค์ของเหล่าเทวดาผู้ทำบุญ หลังจบการเยี่ยมนรก มาตลีเทพสารถีพาพระเจ้าเนมิเสด็จเยี่ยมวิมานอันวิจิตรของเทพบุตรเทพธิดาหลายองค์ ทรงตรัสถามกุศลกรรมที่ทำให้แต่ละองค์ได้ขึ้นสวรรค์ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องการให้ทาน รักษาศีลอุโบสถ และอุปัฏฐากพระอรหันต์ด้วยความเลื่อมใส
  20. ໜ້າ 270–273 เนมิราชชาดก ตอนจบ พระเจ้าเนมิเสด็จผ่านภูเขาบริวารเจ็ดเทือกและซุ้มประตูจิตรกูฏ เข้าสู่เทวสภาสุธรรมา ทรงพบท้าวสักกเทวราชผู้เชื้อเชิญให้ประทับเสวยกามทิพย์ในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ แต่พระเจ้าเนมิทรงปฏิเสธ ตรัสว่าของที่ผู้อื่นให้เปรียบเหมือนของยืม บุญที่ตนทำเองเท่านั้นเป็นทรัพย์แท้ จึงเสด็จกลับมาบำเพ็ญบุญเพิ่มในโลกมนุษย์ แล้วออกผนวช จบเรื่องเนมิราชชาดก
  21. ໜ້າ 274–280 มโหสธชาดก ตอนต้น (ชาดกที่ ๕, ๕๔๒) พระเจ้าจูฬนีพรหมทัตแห่งแคว้นปัญจาละยกทัพมาล้อมกรุงมิถิลาของพระเจ้าวิเทหะ มโหสธบัณฑิตทูลให้ทรงวางพระทัย แต่เมื่อพราหมณ์เกวัฏนำสารเจรจาสงบศึกด้วยการอภิเษกสมรสมาเสนอ มโหสธทัดทานว่าเป็นกลอุบาย จนพระเจ้าวิเทหะทรงกริ้วขับไล่มโหสธออกจากราชสำนัก มโหสธจึงลอบส่งนกแขกเต้าไปสืบความลับจากนางนกสาลิกาในวังพระเจ้าปัญจาละ
  22. ໜ້າ 281–288 มโหสธชาดก – สร้างเมืองถวายพระเจ้าวิเทหะและภัยจากพระเจ้าจูฬนี มโหสธบัณฑิตไปสร้างพระราชนิเวศน์ถวายพระเจ้าวิเทหะที่แคว้นปัญจาละ พระเจ้าวิเทหะเสด็จไปสู่ขอพระธิดาพระเจ้าจูฬนีพรหมทัตและได้อภิเษก แต่ทรงตกอยู่ในอันตรายเมื่อพระเจ้าจูฬนีวางแผนจับกุม เสนกบัณฑิตและบัณฑิตอื่นๆ หมดปัญญาแนะทางรอด มีแต่คิดฆ่าตัวตายหนีความอัปยศ
  23. ໜ້າ 289–304 มโหสธชาดก – แผนหนีทางอุโมงค์ เผชิญหน้าพระเจ้าจูฬนี และกลับมิถิลาอย่างมีชัย (จบ) มโหสธปลอบพระทัยพระเจ้าวิเทหะและนำเสด็จหนีทางอุโมงค์ลับสำเร็จ พระเจ้าจูฬนียกทัพใหญ่ไล่ตามและขู่จะประหารมโหสธ แต่มโหสธเฉลยว่าได้ลักพาตัวราชวงศ์ฝ่ายจูฬนีไปเป็นประกันแล้ว พระเจ้าจูฬนีทรงยกย่องปัญญามโหสธ เสนอให้อยู่รับใช้แต่ถูกปฏิเสธ มโหสธนำทัพกลับมิถิลาอย่างมีชัยท่ามกลางการเฉลิมฉลอง จบมโหสธชาดก
  24. ໜ້າ 305–310 ภูริทัตตชาดก (ชาดกที่ ๖, ๕๔๓) ตอนต้น เหล่านาคบริวารท้าวธตรัฏฐะขู่พระเจ้าพรหมทัตแห่งพาราณสีให้ยกพระธิดาสมุททชาให้ท้าวธตรัฏฐะ ท้าวธตรัฏฐะยกขบวนนาคแปลงกายมาปกคลุมเมืองสร้างความหวาดกลัว ต่อมาพราหมณ์เนสาทะผู้ล่าสัตว์พบพญานาคภูริทัต (โอรสท้าวธตรัฏฐะ) จำศีลอยู่บนจอมปลวก ได้รับเชิญไปนาคพิภพและรับแก้วมณีวิเศษเป็นของขวัญก่อนจะขอลากลับ
  25. ໜ້າ 311–319 ภูริทัตตชาดก – พราหมณ์เนสาทะลวงอลัมปายนะให้จับภูริทัตนาคราช พราหมณ์เนสาทะพบพราหมณ์อลัมปายนะผู้เชี่ยวชาญมนตร์ปราบนาค (หมองู) และลวงแลกที่อยู่ของภูริทัตด้วยแก้วมณี แม้บุตรชายโสมทัตจะทัดทานว่าเป็นการทรยศมิตร เนสาทะก็ไม่ฟัง พราหมณ์อลัมปายนะใช้มนตร์และโอสถทิพย์จับพญานาคภูริทัตได้สำเร็จบนจอมปลวก แล้วนำไปแสดงเป็นงูเล่นตามเมืองต่างๆ
  26. ໜ້າ 320–322 ภูริทัตตชาดก – สุทัศนกุมารและสุโภคกุมารตามหาพี่ชาย จับพราหมณ์เนสาทะได้ สุทัศนกุมารปลอมตัวเป็นหมองูท้าประลองกับอลัมปายนะเพื่อช่วยพี่ชาย ขณะเดียวกันสุโภคกุมารน้องอีกคนออกตามหาและจับตัวพราหมณ์เนสาทะผู้ทรยศได้ที่ท่าน้ำ ขู่จะประหารเพื่อแก้แค้นแทนพี่ชายภูริทัต
  27. ໜ້າ 323–334 ภูริทัตตชาดก – พระโพธิสัตว์ภูริทัตแสดงธรรมหักล้างพระเวทและระบบวรรณะ (จบ) นาคอริฏฐะเถียงแทนพราหมณ์เนสาทะโดยอ้างความศักดิ์สิทธิ์ของพระเวทและการบูชายัญ พระโพธิสัตว์ภูริทัตจึงแสดงธรรมเทศนายาวหักล้างความเชื่อเรื่องพระเวท การบูชายัญ อำนาจพระพรหม และการแบ่งวรรณะ ๔ อย่างละเอียดด้วยเหตุผล ก่อนขบวนเสด็จของเหล่านาคจะเดินทางกลับที่อยู่ จบภูริทัตตชาดก
  28. ໜ້າ 335–339 จันทกุมารชาดก ตอนต้น (ชาดกที่ ๗, ๕๔๔) พระเจ้าเอกราชแห่งกรุงบุปผวดีตรัสถามทางสวรรค์จากขัณฑหาลปุโรหิตผู้หลงผิด ปุโรหิตแนะนำให้บูชายัญด้วยช้าง ม้า โค และท้ายที่สุดพระโอรสธิดา มเหสี พระราชาหลงเชื่อสั่งเตรียมพิธี แม้พระราชมารดาและพระราชบิดาจะทรงทัดทานว่าเป็นทางนรกก็ไม่ฟัง จันทกุมารพระโอรสองค์โตทรงอ้อนวอนขอเป็นทาสแทนการถูกประหาร
  29. ໜ້າ 340–343 เหล่าพระกุมารทูลขอชีวิต ขัณฑหาลยืนกรานฆ่า จันทกุมารและพระกุมารกุมารีทูลขอพระราชทานชีวิต ยอมเป็นทาสรับใช้ขัณฑหาลปุโรหิตแทนการถูกฆ่า พระราชาทรงใจอ่อนสั่งปล่อยหลายครั้ง แต่ขัณฑหาลปุโรหิตยืนกรานว่าต้องบูชายัญให้สำเร็จจึงจะได้สวรรค์ ทำให้พระราชากลับใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  30. ໜ້າ 344–346 จันทกุมารโต้แย้งด้วยเหตุผล ญาติทัดทานไม่สำเร็จ จันทกุมารทรงท้าทายขัณฑหาลว่าหากบูชายัญด้วยบุตรได้บุญจริง เหตุใดขัณฑหาลจึงไม่ฆ่าบุตรของตนเองบูชายัญบ้าง ทรงเรียกร้องให้แม่เรือนพ่อเรือนในเมืองช่วยทัดทานพระราชา พระเสลาราชกุมารีและพระนัดดาวสุลเสด็จมาร้องขอชีวิตแต่ไม่เป็นผล
  31. ໜ້າ 347–350 ขบวนแห่จันทกุมารสู่หลักบูชายัญ มหาชนคร่ำครวญ จันทกุมารและสุริยกุมารพร้อมเหล่าชายาถูกราชบุรุษนำตัวออกจากวังด้วยพระบาทท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของประชาชนและพระชายา ๗๐๐ นาง มหาชนพากันเพ้อประชดเชิญนกกาไปกินเนื้อพระราชโอรสธิดาที่จะถูกฆ่า และพรรณนาปราสาทอุทยานที่จะรกร้างไร้เจ้าของ
  32. ໜ້າ 351–353 พรรณนาความว่างเปล่าของปราสาท พระเทวีคร่ำครวญ มหาชนพรรณนาต่อถึงสวน สระ ช้างม้าราชรถอันงดงามที่จะไร้เจ้าของเมื่อพระกุมารถูกฆ่า พระมเหสีทูลขอสิ้นพระชนม์แทนพระโอรส พระเทวี(มารดาของจันทกุมาร)ทรงคร่ำครวญกับเหล่าสะใภ้และสาปแช่งขัณฑหาลปุโรหิตให้ประสบเคราะห์กรรมเช่นเดียวกับตน
  33. ໜ້າ 354–359 จันทกุมารอำลาพระมารดาและพระนางจันทาเทวี จันทกุมารทรงกราบลาพระมารดาและประทานเครื่องประดับครั้งสุดท้ายแก่พระนางจันทาเทวีพระชายา พระมารดาทรงแต่งองค์ให้บุตรเป็นครั้งสุดท้ายตามประเพณี พระนางจันทาเทวีทรงคร่ำครวญเปรียบดาบที่จะตัดพระศอพระสวามี ขบวนแห่พระกุมารทั้งสองมุ่งสู่หลักบูชายัญท่ามกลางความโศกเศร้าของประชาชน
  34. ໜ້າ 360–362 สัจกิริยาช่วยชีวิต ท้าวสักกะขู่ราชา จบจันทกุมารชาดก พระราชธิดาแห่งปัญจาละ(ชายาของจันทกุมาร)ทรงเวียนอธิษฐานสัจกิริยาขอให้ได้อยู่ร่วมกับพระสวามี ท้าวสักกเทวราชทรงได้ยินเสียงคร่ำครวญ เสด็จมากวัดแกว่งค้อนเหล็กขู่พระเจ้าเอกราชมิให้ฆ่าบุตร ราชาและขัณฑหาลตกใจกลัวจึงปล่อยทุกคน มหาชนรุมขว้างก้อนดินฆ่าขัณฑหาลปุโรหิต จันทกุมารได้รับการอภิเษกท่ามกลางความยินดีทั่วเมือง จบจันทกุมารชาดก
  35. ໜ້າ 363–366 เริ่มมหานารทกัสสปชาดก (ชาดกที่ ๘, ๕๔๕) พระเจ้าอังคติแห่งมิถิลาทรงประชุมอำมาตย์ ๓ นายในคืนวันเพ็ญ อลาตเสนาบดีแนะให้ทำศึก สุนามอำมาตย์แนะให้เสวยกามคุณ ส่วนวิชัยอำมาตย์แนะให้ไปหาสมณพราหมณ์ผู้รู้ธรรม พระราชาทรงเห็นด้วยกับวิชัย จึงเสด็จไปเฝ้าคุณาชีวกกัสสปโคตร นักบวชเปลือยในมฤคทายวัน
  36. ໜ້າ 367–368 คุณาชีวกเริ่มแสดงลัทธิปฏิเสธกรรมและผลกรรม พระเจ้าอังคติตรัสถามคุณาชีวกเรื่องธรรมที่พึงประพฤติต่อบิดามารดาและผู้อื่น คุณาชีวกกัสสปโคตรกราบทูลแสดงทิฏฐิว่าไม่มีผลบุญผลบาป ไม่มีโลกอื่น ไม่มีบิดามารดาปู่ย่าตายาย สัตว์ทั้งปวงเสมอกันหมด ปฏิเสธความเพียรและผลของทาน
  37. ໜ້າ 369–372 อลาตเสนาบดีและวีชกะทาสเล่าอดีตชาติหนุน-แย้งทิฏฐิ คุณาชีวกสรุปทิฏฐิว่าสัตว์บริสุทธิ์ได้เองเมื่อท่องเที่ยวในสังสารวัฏครบ ๘๔ กัป อลาตเสนาบดีเสริมด้วยการอ้างอดีตชาติที่เคยฆ่าสัตว์แต่ไม่ตกนรก ส่วนวีชกะทาสยากจนกลับร้องไห้เพราะแม้ทำความดีในอดีตชาติก็ยังตกทุกข์ พระราชาทรงเริ่มเอนเอียงคล้อยตามทิฏฐินี้และหันไปเสวยกามคุณ
  38. ໜ້າ 372–376 พระนางรุจาขอพระราชทรัพย์ให้ทาน พระราชาคัดค้าน พระเจ้าอังคติทรงปลีกพระองค์เสวยกามคุณตามคำแนะนำ สองสัปดาห์ต่อมาพระนางรุจาราชธิดาเสด็จมาเฝ้าและทูลขอพระราชทรัพย์เพื่อบำเพ็ญทาน พระราชาทรงคัดค้านโดยอ้างคำสอนของคุณาชีวกว่าทานไม่มีผล ปรโลกไม่มี พระนางรุจาจึงเริ่มแสดงเหตุผลโต้แย้งพระบิดา
  39. ໜ້າ 376–380 พระนางรุจาทรงแสดงธรรมหักล้างมิจฉาทิฏฐิ พระนางรุจาทูลชี้ว่าอลาตเสนาบดีและวีชกะยังไม่เห็นผลกรรมเพราะกรรมเก่ายังไม่ถึงเวลาให้ผล ทรงเปรียบบาปที่สั่งสมทีละน้อยเหมือนเรือบรรทุกหนักจนจม และทรงเตือนพระบิดาผู้ทรงปรีชาไม่ควรคล้อยตามคนพาลอย่างคุณาชีวก
  40. ໜ້າ 381–382 พระนางรุจาเล่าอดีต-อนาคต ๗ ชาติ นารทมหาพรหมปรากฏ พระนางรุจาทรงเล่าปุพเพนิวาสของพระองค์ ๗ ชาติในอดีตอันเป็นผลจากกรรมประพฤติผิดในภรรยาผู้อื่น และอีก ๗ ชาติในอนาคตที่จะได้เป็นเทพบุตร เพื่อยืนยันว่ากรรมมีผลจริง จบธรรมกถาแล้วนารทมหาพรหมก็เสด็จมาปรากฏกายต่อพระพักตร์พระเจ้าอังคติทันที
  41. ໜ້າ 383–390 นารทฤๅษีพรรณนานรกภูมิ สอนธรรม จบชาดก พระเจ้าอังคติตรัสถามนารทฤๅษีเรื่องปรโลกและทรงท้าให้ยืนยันด้วยการยืมทรัพย์ นารทฤๅษีจึงพรรณนาความทุกข์ทรมานในโลกันตนรก ต้นงิ้ว แม่น้ำเวตตรณีอย่างละเอียด ทำให้พระราชาสยดสยองและทรงขอสรณะ นารทฤๅษีจึงสอนให้ทรงประพฤติธรรม เปรียบร่างกายเป็นรถที่มีจิตเป็นสารถี ท้ายเรื่องพระศาสดาทรงประชุมชาดกจบมหานารทกัสสปชาดก
  42. ໜ້າ 391–400 วิธุรชาดก (ชาดกที่ ๙, ๕๔๖) - โทหฬกัณฑ์ นางนาควิมลามเหสีพญานาควรุณแพ้ท้องอยากได้หัวใจวิธุรบัณฑิต นางอิรันทดีราชธิดาอาสาหาสามีผู้จะนำวิธุรบัณฑิตมาให้ได้ ปุณณกยักษ์รับอาสาแลกกับการได้อภิเษกกับนางอิรันทดี จึงออกเดินทางไปหาแก้วมณีมโนหรจินดาแล้วมุ่งสู่กรุงอินทปัตถ์เพื่อท้าพนันสะกากับพระเจ้าโกรัพยะ
  43. ໜ້າ 400–406 วิธุรชาดก - มณิกัณฑ์ (ตอนว่าด้วยอานุภาพแก้วมณี) ปุณณกยักษ์แสดงอานุภาพแก้วมณีมโนหรจินดาแก่พระเจ้าโกรัพยะ พรรณนาภาพนิมิตในดวงแก้วที่ปรากฏกองทัพ นครวิจิตร ตลาด มหรสพ ป่าเขา แม่น้ำ ทวีปทั้งสี่ ตลอดจนสวรรค์ชั้นต่างๆ เพื่อเรียกความสนใจให้พระราชายอมเล่นพนันแลกแก้วมณีนี้
  44. ໜ້າ 406–409 วิธุรชาดก - อักขกัณฑ์ (ตอนว่าด้วยการเล่นสะกา) พระเจ้าโกรัพยะทรงเล่นสะกาพนันกับปุณณกยักษ์โดยมีพระราชาอื่นเป็นพยาน ปุณณกยักษ์ชนะจึงทวงเอาตัววิธุรบัณฑิต พระราชาทรงลังเลเพราะรักดุจชีวิตตน จึงให้ไปถามวิธุรบัณฑิตเอง ซึ่งตอบว่าตนเป็นทาสโดยกำเนิด พระราชาจึงจำต้องยกวิธุรบัณฑิตให้ไป
  45. ໜ້າ 410–411 วิธุรชาดก - ฆราวาสปัญหา (ปัญหาการอยู่ครองเรือน) พระราชาตรัสถามวิธุรบัณฑิตถึงหลักการครองเรือนของคฤหัสถ์ให้ปลอดภัยไม่เบียดเบียนกัน วิธุรบัณฑิตแสดงธรรมว่าไม่ควรคบหญิงสาธารณ์ ไม่บริโภคแต่ผู้เดียว ควรมีศีลมีวัตร สงเคราะห์มิตร ให้ทาน อุปถัมภ์สมณพราหมณ์ และใฝ่ในธรรม
  46. ໜ້າ 411–414 วิธุรชาดก - ลักขณกัณฑ์ (ลักษณะของบัณฑิต) ปุณณกยักษ์เร่งให้วิธุรบัณฑิตออกเดินทาง แต่ท่านขอเวลา ๓ วันกลับเรือนสั่งสอนบุตรภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย สอนบุตรมิให้ถือตนเสมอเจ้านายแม้พระราชาจะทรงเมตตาเพียงใด เปรียบดังสุนัขจิ้งจอกไม่อาจเสมอเสือ
  47. ໜ້າ 414–421 วิธุรชาดก - ราชวสตีธรรม (ธรรมสำหรับผู้อยู่ในราชสำนัก) วิธุรบัณฑิตแสดงธรรมสำหรับผู้รับราชการแก่บุตรธิดาญาติมิตร ว่าราชเสวกพึงสุขุมรอบคอบ ไม่ประมาท ไม่อวดตัว ไม่ฝ่าฝืนพระราชประสงค์ รู้จักประมาณตน ซื่อสัตย์ ขยัน มีศีล จงรักภักดีทั้งต่อหน้าลับหลัง เพื่อดำรงอยู่ในราชสำนักได้อย่างปลอดภัยและเจริญ
  48. ໜ້າ 421–426 วิธุรชาดก - อนันตรเปยยาล (เนื้อความย่อ - การจากไป) วิธุรบัณฑิตเข้าเฝ้าพระราชาเพื่อทูลลาไปกับปุณณกยักษ์ พระราชาเสียพระทัยถึงกับจะสั่งฆ่าปุณณกยักษ์เพื่อรั้งตัวไว้ แต่วิธุรบัณฑิตทูลห้ามว่าตนเป็นทาสที่นายจะทำอย่างไรก็ได้ จึงขอลาไปโดยธรรม ครอบครัวและชาวเมืองต่างร่ำไห้อาลัยเมื่อปุณณกยักษ์พาตัวเหาะจากไป
  49. ໜ້າ 426–430 วิธุรชาดก - สาธุนรธรรมกัณฑ์ (ธรรมของคนดี) ที่ยอดเขากาฬาคีรี ปุณณกยักษ์คิดจะฆ่าวิธุรบัณฑิตเอาแต่หัวใจไปถวายนาคพิภพ จึงจับห้อยศีรษะลงเหว วิธุรบัณฑิตไม่หวาดกลัวและแสดงธรรมเรื่องมิตรธรรมและโทษของอสัตบุรุษจนปุณณกยักษ์ซาบซึ้ง ยกเลิกความคิดร้ายและยอมเป็นมิตร
  50. ໜ້າ 431–433 วิธุรชาดก - กาฬาคิริกัณฑ์ (ภูเขาสีดำ) ปุณณกยักษ์ปล่อยวิธุรบัณฑิตพ้นภัยและเสนอจะพากลับกรุงอินทปัตถ์ แต่วิธุรบัณฑิตขอให้พาไปยังนาคพิภพเพื่อพบพญาวรุณนาคราชด้วยตนเองก่อน ปุณณกยักษ์จึงพาเหาะไปยังนาคพิภพ
  51. ໜ້າ 433–446 วิธุรชาดก - ปัญหาวิมานนาคพิภพและบทสรุปเรื่อง (จบ) พญาวรุณนาคราชและนางวิมลาไต่ถามวิธุรบัณฑิตถึงเหตุแห่งวิมานอันรุ่งเรือง ท่านแสดงธรรมเรื่องผลแห่งทานและศีล ทั้งสองพอพระทัยจนยอมยกนางอิรันทดีให้ปุณณกยักษ์ตามที่ตกลงไว้ ปุณณกยักษ์มอบแก้วมณีแก่วิธุรบัณฑิตและนำท่านกลับกรุงอินทปัตถ์ พระเจ้าโกรัพยะทรงปีติยินดีและรับสั่งให้ทั่วแคว้นเฉลิมฉลอง เป็นอันจบวิธุรชาดก
  52. ໜ້າ 447–449 เวสสันดรชาดก (ชาดกที่ ๑๐, ๕๔๗) - กัณฑ์ทศพร ท้าวสักกะประทานพร ๑๐ ประการแก่เทพธิดาผุสดีก่อนจุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมาเกิดเป็นพระมารดาของพระเวสสันดร นางทูลขอพรให้ได้เกิดในราชสกุลพระเจ้ากรุงสีพี มีพระโอรสผู้เป็นทานบดีเลิศ และได้เป็นอัครมเหสี ท้าวสักกะประทานพรครบทุกประการ
  53. ໜ້າ 449–460 กัณฑ์หิมพานต์ พระนางผุสดีจุติมาประสูติพระเวสสันดรกลางถนนพ่อค้า ทรงบำเพ็ญทานมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เมื่อครองราชย์แล้วทรงบริจาคช้างปัจจัยนาคแก่พราหมณ์แคว้นกลิงคะ ทำให้ชาวกรุงสีพีพากันโกรธเคืองและกดดันพระเจ้าสญชัยให้ขับไล่พระเวสสันดรออกจากแคว้นไปยังเขาวงกต
  54. ໜ້າ 460–477 กัณฑ์ทานกัณฑ์ พระนางผุสดีทรงคร่ำครวญวิงวอนมิให้ขับไล่พระโอรส แต่พระเจ้าสญชัยทรงจำต้องยอมตามมติชาวเมือง พระเวสสันดรทรงขอเวลาหนึ่งคืนบำเพ็ญมหาทาน พระนางมัทรีตัดสินพระทัยติดตามไปแม้ถูกทัดทานด้วยคำพรรณนาความยากลำบากในป่า เช้าวันรุ่งขึ้นทรงบริจาคช้าง ม้า รถ นารี อย่างละ ๗๐๐ ก่อนเสด็จออกจากแคว้นพร้อมพระโอรสธิดา
  55. ໜ້າ 477–483 กัณฑ์วนปเวสน์ พระเวสสันดร พระนางมัทรี และสองกุมารเสด็จดำเนินเข้าป่า ทรงบริจาคม้าและราชรถแก่พราหมณ์ที่ทูลขอระหว่างทาง จนถึงเมืองเจตราชซึ่งต้อนรับและทูลเชิญให้ครองราชย์แต่ทรงปฏิเสธ พระยาเจตราชจึงถวายคำแนะนำเส้นทางสู่เขาวงกตอย่างละเอียดจนถึงจุดสร้างบรรณศาลา
  56. ໜ້າ 484–492 กัณฑ์ชูชก เล่าประวัติพราหมณ์ชูชกแห่งแคว้นกาลิงคะ ผู้มีภรรยาสาวชื่ออมิตตตาปนาซึ่งถูกหญิงในหมู่บ้านรุมด่าที่ต้องเป็นภรรยาคนแก่ นางจึงบีบบังคับให้ชูชกไปทูลขอสองกุมารจากพระเวสสันดรมาเป็นทาสรับใช้ ชูชกออกเดินทางเข้าป่าและถูกพรานเจตบุตรจับได้ขู่จะฆ่าบูชายัญ แต่รอดพ้นด้วยอุบายอ้างตนเป็นทูต
  57. ໜ້າ 492–497 กัณฑ์จุลพน (พรรณนากัณฑ์จุลพน) พรานเจตบุตรหลงเชื่อคำลวงของชูชกจึงชี้ทางต่อไปยังอาศรมอัจจุตฤๅษี พร้อมกล่าวบทพรรณนาความงามของป่าเล็ก (จุลพน) อย่างวิจิตรพิสดารตลอดเส้นทาง เป็นบทชมธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพร มิใช่เหตุการณ์ใหม่แต่เป็นบทกวีพรรณนาทาง
  58. ໜ້າ 497–507 กัณฑ์มหาพน (พรรณนากัณฑ์มหาพน) ชูชกเดินทางถึงอาศรมอัจจุตฤๅษี ได้รับการต้อนรับแต่ถูกทักถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงในการมา ฤๅษีชี้ทางต่อไปยังที่ประทับของพระเวสสันดรพร้อมพรรณนาป่าใหญ่ (มหาพน) อย่างละเอียดมาก ทั้งสระมุจลินท์ พันธุ์ไม้ ฝูงนก และสัตว์นานาชนิดในป่า เป็นบทพรรณนาธรรมชาติยาวที่สุดในกัณฑ์นี้ จบกัณฑ์ด้วยชูชกอำลาฤๅษีมุ่งหน้าไปยังที่ประทับของพระเวสสันดร
  59. ໜ້າ 507–522 กัณฑ์กุมาร ชูชกทูลขอสองกุมารจากพระเวสสันดร พระองค์ทรงบริจาคพระชาลีและพระกัณหาชินาเป็นทาน ชูชกเฆี่ยนตีและฉุดกระชากลากพระกุมารทั้งสองไปต่อหน้าพระบิดา ทั้งสองทรงคร่ำครวญอาลัยสถานที่และของเล่น และทรงห่วงว่าพระมารดาจะเป็นทุกข์เพียงใดเมื่อไม่พบพวกตน
  60. ໜ້າ 522–533 กัณฑ์มัทรี เทวดาแปลงเป็นสัตว์ร้ายขวางทางมิให้พระนางมัทรีกลับอาศรมทันเวลา พระนางเสด็จกลับมาไม่พบพระโอรสธิดา ทรงคร่ำครวญหาลูกอย่างสุดอาลัย จนพระเวสสันดรตรัสบอกความจริงว่าประทานบุตรเป็นทานแก่พราหมณ์แล้ว พระนางทรงอนุโมทนาปุตตทานของพระสวามีด้วยความปีติ
  61. ໜ້າ 534–539 กัณฑ์สักกบรรพ ท้าวสักกะแปลงเพศเป็นพราหมณ์เสด็จมาทูลขอพระนางมัทรีเป็นทาน พระเวสสันดรทรงบริจาคพระมเหสีโดยไม่ทรงหวั่นไหว ท้าวสักกะทรงเปิดเผยตนและถวายพระนางมัทรีคืน พร้อมประทานพร ๘ ประการแก่พระเวสสันดรก่อนเสด็จกลับสวรรค์
  62. ໜ້າ 540–549 กัณฑ์มหาราช พระเจ้าสญชัยทอดพระเนตรเห็นชูชกพาสองกุมารผ่านเมือง ทรงไถ่ถอนหลานทั้งสองด้วยทรัพย์มหาศาล พระชาลีเล่าเรื่องราวความยากลำบากของพระบิดามารดาในป่า พระเจ้าสญชัยทรงสำนึกผิดและรับสั่งให้จัดกองทัพใหญ่เสด็จไปรับพระเวสสันดรและพระนางมัทรีกลับพระนคร
  63. ໜ້າ 549–554 กัณฑ์ฉกษัตริย์ กองทัพใหญ่เดินทางถึงเขาวงกต พระเวสสันดรทรงหวาดกลัวเข้าใจผิดว่าเป็นข้าศึกจนทรงทราบว่าเป็นพระบิดา กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ทรงพบกันด้วยความปีติจนสลบไป น้ำฝนโบกขรพรรษตกลงมา ประชาชนกราบทูลเชิญพระเวสสันดรและพระนางมัทรีขึ้นครองราชสมบัติ
  64. ໜ້າ 554–560 กัณฑ์นครกัณฑ์ (จบเรื่อง จบมหานิบาต) พระเวสสันดรทรงเปลื้องเพศดาบสกลับเป็นกษัตริย์ กองทัพยิ่งใหญ่แห่แหนเสด็จกลับสู่กรุงเชตุดร ท้าวสักกะทรงบันดาลฝนโบกขรพรรษตกลงมาขณะเสด็จเข้าเมือง ปิดท้ายด้วยพระเวสสันดรสวรรคตเสด็จสู่สวรรค์ เป็นการจบกัณฑ์นครกัณฑ์ จบมหาเวสสันดรชาดกที่ ๑๐ และจบมหานิบาตอันเป็นนิบาตสุดท้ายของคัมภีร์ชาดกทั้งหมด (๕๔๗ เรื่อง)