ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๐ · หน้า ๔๔๑ · ข้อ 136
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ด้วยอาการอย่างนี้ การกล่าววาจา

หรือความเกี่ยวข้องกับเพื่อน พึงมีแก่เรา

เราเมื่อเพ่งเห็นภัยนี้ต่อไป

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียว เหมือนนอแรด

{๗๒๒}[๑๓๖] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้ากล่าวว่า)

เพราะกามทั้งหลายสวยงาม

มีรสอร่อย น่ารื่นเริงใจ

ยั่วยวนจิตด้วยอารมณ์หลายรูปแบบ

เราเห็นโทษในกามคุณแล้ว

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียว เหมือนนอแรด (๖)

{๗๒๓}คำว่า กาม ในคำว่า เพราะกามทั้งหลายสวยงาม มีรสอร่อย น่ารื่นเริงใจ ได้แก่ กาม ๒ อย่าง แบ่งตามหมวด คือ (๑) วัตถุกาม (๒) กิเลสกาม ฯลฯ เหล่านี้ เรียกว่า วัตถุกาม ฯลฯ เหล่านี้เรียกว่า กิเลสกาม๑

คำว่า สวยงาม อธิบายว่า มีรูปชนิดต่าง ๆ มีเสียงชนิดต่าง ๆ มีกลิ่นชนิด ต่าง ๆ มีรสชนิดต่าง ๆ มีโผฏฐัพพะชนิดต่าง ๆ น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด

คำว่า มีรสอร่อย อธิบายว่า สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ภิกษุ ทั้งหลาย กามคุณมี ๕ อย่างเหล่านี้ ๕ อย่างอะไรบ้าง คือ

๑. รูปที่พึงรู้แจ้งทางตา น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่

พาใจให้กำหนัด

๒. เสียงที่พึงรู้แจ้งทางหู...

๓. กลิ่นที่พึงรู้แจ้งทางจมูก...

๔. รสที่พึงรู้แจ้งทางลิ้น...

๕. โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งทางกาย น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก

ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้