มหาวรรค ภาค ๒
ฉบับ มจร. · เล่ม ๕ · หน้า ๘๙ · ข้อ 282
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “พราหมณ์ ถ้าอย่างนั้น ท่านจงถวายแก่ภิกษุ ทั้งหลาย” ภิกษุทั้งหลายยำเกรงอยู่ จึงไม่ยอมรับประเคน

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงรับประเคนฉันเถิด”

ครั้งนั้น พราหมณ์ได้นำข้าวต้มและขนมหวานจำนวนมากมาประเคนภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานด้วยตนเอง กระทั่งพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จ ทรงห้าม ภัตแล้ว ล้างพระหัตถ์แล้วละพระหัตถ์จากบาตร จึงได้นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควร

ประโยชน์ของข้าวต้มมี ๑๐ อย่าง

พระผู้มีพระภาคตรัสกับพราหมณ์ผู้นั่ง ณ ที่สมควรว่า “พราหมณ์ ข้าวต้ม มีอานิสงส์ ๑๐ ประการ คือ ผู้ถวายข้าวต้มชื่อว่า (๑) ให้อายุ (๒) ให้วรรณะ (๓) ให้สุขะ (๔) ให้พละ (๕) ให้ปฏิภาณ (๖) บรรเทาความหิว (๗) ระงับความ กระหาย (๘) ให้ลมเดินคล่อง (๙) ชำระลำไส้ (๑๐) เผาอาหารที่ยังไม่ย่อยให้ย่อย พราหมณ์ ข้าวต้มมีอานิสงส์ ๑๐ ประการนี้แล

ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว พระสุคตตรัสอนุโมทนาต่อไปว่า

“ทายกผู้ตั้งใจถวายข้าวต้มแก่ปฏิคาหกผู้สำรวมแล้ว

{๖๒} ผู้ฉันอาหารที่ผู้อื่นถวายตามกาลสมควร

เขาได้ชื่อว่าตามเพิ่มให้ประโยชน์ ๑๐ ประการแก่ปฏิคาหก

คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ

นอกจากนั้นข้าวต้มย่อมบรรเทาความหิว ความกระหาย

ให้ลมเดินคล่อง ชำระลำไส้ และช่วยย่อยอาหาร

พระสุคตตรัสว่าข้าวต้มเป็นยา

ดังนั้น ผู้ที่ต้องการความสุขอันเป็นของมนุษย์ตลอดกาลนาน

และปรารถนาความสุขอันเป็นทิพย์ หรือปรารถนาความงาม

อันเป็นของมนุษย์ จึงควรถวายข้าวต้ม”

{๖๓} เมื่อทรงอนุโมทนาแก่พราหมณ์ด้วยพระคาถาเหล่านี้แล้ว จึงเสด็จลุกจากที่

หัวข้อ (สรุปโดย AI) พราหมณ์ถวายข้าวต้มและขนมหวาน อานิสงส์ข้าวต้ม ๑๐ ประการ
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า
เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้