คือ ขันธ์ ๓ สัญโญชนธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น สัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งสัญโญชนธรรมและสัญโญชนิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสัญโญชนธรรม และ สัญโญชนิยธรรม และ ธรรมที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม เกิดขึ้น เพราะ เหตุปัจจัย
คือ ทิฏฐิสัญโญชน์ อวิชชาสัญโญชน์ อาศัยกามราคสัญโญชน์ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
พึงผูกจักรนัย
ธรรมที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งสัญโญชน- ธรรมและสัญโญชนิยธรรม และธรรมที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่ สัญโญชนธรรม และสัญโญชนธรรมทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นสัญโญชนธรรมและสัญโญชนิยธรรม และธรรมที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ ไม่ใช่สัญโญชนธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งสัญโญชนธรรม และสัญโญชนิยธรรม และธรรมที่เป็น สัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ ทิฏฐิสัญโญชน์ อวิชชาสัญโญชน์ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม และกามราคสัญโญชน์ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
พึงผูกจักรนัย
เหมือนปฐมทุกะในสัญโญชนโคจฉกะ ทุกะแม้นี้พึงให้พิสดารอย่างนั้น ไม่มีแตกต่างกัน เว้นโลกุตตระ
สัญโญชนสัญโญชนิยทุกะ จบ
สัญโญชนสัญโญชนสัมปยุตตทุกะ
ปฏิจจวาร
[๔๘๓] ธรรมที่เป็นทั้งสัญโญชนธรรม และสัญโญชนสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่ เป็นทั้งสัญโญชนธรรมและสัญโญชนสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ทิฏฐิสัญโญชน์ อวิชชาสัญโญชน์ อาศัยกามราคสัญโญชน์