เนมิราชชาดก: ดูผลกรรมแล้วกลับมาทำดีด้วยตนเอง
เนมิราชชาตกํพระเจ้าเนมิราชสงสัยว่าทานกับพรหมจรรย์อย่างไหนมีผลมาก มาตลีเทพสารถีพาไปดูที่อยู่ของผู้ทำกรรมชั่วและกรรมดี ท้าวส…
ฐานสุตฺตํ
สิ่งที่ต้องทำมี ๔ แบบ ไม่ชอบและให้โทษ ไม่ชอบแต่มีประโยชน์ ชอบแต่ให้โทษ และชอบทั้งมีประโยชน์ สองแบบตรงกลางคือที่ที่คนพาลกับบัณฑิตแยกทางกัน
ในฐานสูตร เกสีวรรค จตุกกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสถึงฐานะ ๔ อย่าง คือสิ่งที่ทำแล้วไม่พอใจและเป็นไปเพื่อความเสียหาย สิ่งที่ทำแล้วไม่พอใจแต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ สิ่งที่ทำแล้วพอใจแต่เป็นไปเพื่อความเสียหาย และสิ่งที่ทำแล้วพอใจและเป็นไปเพื่อประโยชน์
แบบแรกบัณฑิตเห็นว่าไม่ควรทำด้วยเหตุทั้งสองทาง แบบสุดท้ายบัณฑิตเห็นว่าควรทำด้วยเหตุทั้งสองทาง ส่วนสองแบบตรงกลาง ตรัสว่าเป็นที่ให้รู้จักคนพาลและบัณฑิตได้ ในเรื่องกำลัง ความเพียร และความบากบั่นของคน
คนพาลไม่พิจารณา จึงไม่ทำสิ่งที่ไม่ชอบแต่มีประโยชน์ และทำสิ่งที่ชอบแต่ให้โทษ ผลจึงเป็นความเสียหายทั้งสองกรณี บัณฑิตพิจารณาว่า แม้สิ่งนี้ไม่น่าพอใจ แต่ทำแล้วเป็นประโยชน์ จึงทำ และแม้สิ่งนี้น่าพอใจ แต่ทำแล้วให้โทษ จึงไม่ทำ
สิ่งที่ทำแล้วไม่พอใจ และทำแล้วเป็นไปเพื่อความเสียหาย บัณฑิตเห็นว่าไม่ควรทำด้วยเหตุทั้งสองทาง คือไม่ควรทำเพราะไม่น่าพอใจ และไม่ควรทำเพราะให้โทษ
เลิกทำสิ่งที่ทั้งฝืนใจและไม่ได้อะไร เช่น ไปงานที่ไม่อยากไปเพียงเพื่อนั่งนินทาคนอื่น
คนพาลไม่พิจารณาว่า แม้สิ่งนี้ไม่น่าพอใจ แต่ทำแล้วเป็นประโยชน์ จึงไม่ทำ และการไม่ทำนั้นเป็นไปเพื่อความเสียหาย บัณฑิตพิจารณาอย่างนั้นแล้วทำ การทำนั้นจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์
เลือกงานที่เลื่อนมานานหนึ่งอย่าง เช่น ไปหาหมอฟัน หรือคุยเรื่องยากกับคนในบ้าน แล้วกำหนดวันทำให้ชัด
คนพาลไม่พิจารณาว่า แม้สิ่งนี้น่าพอใจ แต่ทำแล้วให้โทษ จึงทำ และการทำนั้นเป็นไปเพื่อความเสียหาย บัณฑิตพิจารณาอย่างนั้นแล้วไม่ทำ การไม่ทำนั้นจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์
ก่อนกดสั่งของตอนดึก หรือเปิดคลิปต่ออีกตอน ให้ถามตัวเองว่า พรุ่งนี้เช้าเราจะขอบคุณหรือเสียใจกับการตัดสินใจนี้
สิ่งที่ทำแล้วพอใจ และทำแล้วเป็นไปเพื่อประโยชน์ บัณฑิตเห็นว่าควรทำด้วยเหตุทั้งสองทาง ทั้งเพราะน่าพอใจ และเพราะเป็นประโยชน์
หากิจกรรมที่ทั้งสนุกและดีต่อชีวิตให้เจอ เช่น เดินเล่นกับครอบครัว แล้วจัดเวลาให้มันอย่างสม่ำเสมอ
ตรัสว่าในสองกรณีตรงกลาง จะรู้จักคนพาลและบัณฑิตได้ ในเรื่องกำลัง ความเพียร และความบากบั่นของคน เพราะการทำสิ่งที่ไม่ชอบและการงดสิ่งที่ชอบ ต้องใช้แรงใจมากกว่าการทำตามความพอใจ
อย่ารอให้ "อยากทำ" ก่อนแล้วจึงทำ เริ่มด้วยขั้นเล็กที่สุด เช่น แค่เปิดไฟล์งาน หรือแค่ใส่รองเท้าวิ่ง
ความต่างของคนพาลกับบัณฑิตในพระสูตรนี้ เริ่มจากการพิจารณา คนพาลไม่พิจารณา จึงทำตามความพอใจอย่างเดียว บัณฑิตพิจารณาทั้งสองด้าน คือทั้งความรู้สึกตอนทำ และผลที่ตามมา
ติดคำถามสองข้อไว้ใกล้ตัว: "เรารู้สึกอย่างไรกับสิ่งนี้" และ "สิ่งนี้พาไปทางไหน" แล้วตัดสินจากข้อหลัง
หลักนี้คือการแยก "ชอบหรือไม่ชอบ" ออกจาก "ดีหรือไม่ดี" ซึ่งมักปนกันอยู่ในใจ การตัดสินใจเล็ก ๆ ทั้งวัน ตั้งแต่ตื่นมาออกกำลังกาย กินอาหาร ใช้เงิน ไปจนถึงเลื่อนงานที่ไม่อยากทำ ล้วนอยู่ในสองช่องตรงกลางนี้
พระสูตรไม่ได้บอกว่าต้องทนทุกข์ไปทุกเรื่อง ช่องสุดท้ายคือสิ่งที่ทั้งน่าพอใจและมีประโยชน์ ควรทำอย่างเต็มใจ และช่องแรกก็ไม่มีเหตุผลใดต้องทำเลย
สิ่งที่ต้องใช้คือกำลังใจและความเพียร จึงเริ่มจากเรื่องเล็กที่ทำได้จริงก่อน แล้วค่อยขยายไปสู่เรื่องที่ยากขึ้น
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระเจ้าเนมิราชสงสัยว่าทานกับพรหมจรรย์อย่างไหนมีผลมาก มาตลีเทพสารถีพาไปดูที่อยู่ของผู้ทำกรรมชั่วและกรรมดี ท้าวส…
สามสิกขาบทต่อกันในอันธการวรรค นั่งในบ้านเขาแล้วกลับโดยไม่บอกลาจนเกิดเรื่องอาสนะหาย เข้าไปนั่งนอนหลังเที่ยงจนเจ…
อปทานของผู้ถวายประทีป คบเพลิง ดอกไม้ และของหอม พร้อมคำลงท้ายที่ซ้ำแทบทุกเรื่องว่า เพราะกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้น …
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่ใช่ของเรา ละได้แล้วจะเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุข เหมือนเมื่อคนเก็บหญ้าและกิ…