สุตมยญาณ: ฟังแล้วรู้ว่าธรรมข้อนี้ต้องทำอย่างไร
โสตาวธาเน ปญฺญา สุตมเย ญาณํญาณข้อแรกของปฏิสัมภิทามรรคไม่ใช่การจำคำได้มาก แต่คือฟังแล้วแยกออกว่าธรรมข้อไหนควรรู้ยิ่ง ควรกำหนดรู้ ควรละ ควร…
นตุมฺหากสุตฺตํ
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่ใช่ของเรา ละได้แล้วจะเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุข เหมือนเมื่อคนเก็บหญ้าและกิ่งไม้ในเชตวันไปเผา ภิกษุก็ไม่คิดว่า "เขากำลังเอาเราไป"
ในนตุมหากสูตร ขันธสังยุต สังยุตตนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสกับภิกษุว่า สิ่งใดไม่ใช่ของเธอ จงละสิ่งนั้นเสีย สิ่งนั้นที่เธอละได้แล้วจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุข แล้วทรงระบุว่าสิ่งที่ไม่ใช่ของเธอ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
พระองค์ทรงยกอุปมาถามภิกษุว่า ถ้าคนนำหญ้า ไม้ กิ่งไม้ และใบไม้ในเชตวันไปเผาหรือทำอะไรตามต้องการ เธอจะคิดไหมว่าเขากำลังนำเราไป เผาเรา ภิกษุตอบว่าไม่ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ตนหรือของเนื่องในตน
นตุมหากสูตรที่ ๒ ซึ่งอยู่ถัดไปกล่าวเนื้อความเดียวกันโดยไม่มีอุปมา และคำสอนเดียวกันนี้ยังปรากฏในอลคัททูปมสูตร มัชฌิมนิกายด้วย
พระสูตรเปิดด้วยหลักการสั้น ๆ ว่า สิ่งใดไม่ใช่ของเธอ จงละสิ่งนั้นเสีย แล้วจึงตรัสถามว่าอะไรไม่ใช่ของเธอ
เมื่อหนักใจกับเรื่องใด ลองแยกว่าส่วนไหนเป็นของเราจริง ๆ ที่ควบคุมได้ ส่วนไหนไม่ใช่ แล้ววางส่วนที่ไม่ใช่ลง
รูปคือร่างกายและสิ่งที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่ของเธอ จงละรูปนั้นเสีย รูปที่ละได้แล้วจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุข
เมื่อเห็นริ้วรอยหรือผมหงอกในกระจก ให้ดูแลร่างกายตามสมควร แต่ไม่ต้องทุกข์ราวกับว่าตัวตนของเรากำลังพังลง
ทรงกล่าวอย่างเดียวกันกับเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ว่าไม่ใช่ของเธอ จงละเสีย สิ่งที่ละได้แล้วจะเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุข
เมื่ออารมณ์ขุ่นมัวเกิดขึ้น ลองเปลี่ยนประโยคในใจจาก "ฉันโกรธ" เป็น "ความโกรธกำลังเกิดขึ้น" ระยะห่างเล็ก ๆ นี้ช่วยให้ไม่ทำตามอารมณ์ทันที
ถ้าคนนำหญ้า ไม้ กิ่งไม้ และใบไม้ในเชตวันไป เผา หรือทำตามต้องการ ภิกษุจะไม่คิดว่า "เขากำลังนำเราไป เผาเรา" แม้ภิกษุจะอยู่ในเชตวันนั้นทุกวันก็ตาม
เมื่อสิ่งที่อยู่รอบตัวเปลี่ยนไป เช่น ย้ายที่ทำงาน ของที่ใช้ประจำหาย หรือความสามารถบางอย่างลดลง ให้นึกถึงใบไม้ในอาราม มันอยู่ใกล้เรา แต่ไม่ใช่ตัวเรา
ภิกษุตอบเหตุที่ไม่คิดอย่างนั้นว่า เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ตนหรือสิ่งที่นับเนื่องในตน พระพุทธเจ้าตรัสว่าขันธ์ ๕ ก็เช่นเดียวกัน
ก่อนนอน ลองทบทวนว่าวันนี้ทุกข์ใจเพราะยึดสิ่งใดว่าเป็น "ของฉัน" บ้าง เช่น ความคิดเห็น ชื่อเสียง หรือความรู้สึก
พระสูตรย้ำหลายครั้งว่า สิ่งที่ละได้แล้วจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุข การละในที่นี้จึงไม่ได้ให้ผลเป็นความสูญเสีย แต่เป็นความเบาสบาย
สังเกตความรู้สึกหลังจากยอมปล่อยความคิดเห็นที่เถียงมาทั้งวัน มักจะรู้สึกโล่งมากกว่าเสียดาย นั่นคือตัวอย่างเล็ก ๆ ของสุขจากการละ
คำว่า "ละ" ในพระสูตรนี้ไม่ได้หมายถึงให้ทิ้งร่างกายหรือไม่ดูแลตัวเอง ในราธสังยุตทรงอธิบายการละขันธ์ว่าคือการละความพอใจ ความกำหนัด และความเพลิดเพลินในขันธ์ เรายังกินข้าว รักษาสุขภาพ และใช้ความคิดได้ตามปกติ เพียงแต่ไม่ยึดว่าทั้งหมดนั้นคือ "ตัวเรา" ที่ต้องเป็นอย่างใจ
อุปมาหญ้าในเชตวันใช้ได้ดีกับความเจ็บปวดทางใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิต เช่น เมื่อความจำเริ่มแย่ลง เมื่อรูปร่างเปลี่ยน หรือเมื่อความรู้สึกบางอย่างหายไป ถ้าเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนใบไม้ที่ร่วงไปตามธรรมชาติ ใจจะไม่รู้สึกว่า "ตัวเรา" ถูกพรากไป
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ญาณข้อแรกของปฏิสัมภิทามรรคไม่ใช่การจำคำได้มาก แต่คือฟังแล้วแยกออกว่าธรรมข้อไหนควรรู้ยิ่ง ควรกำหนดรู้ ควรละ ควร…
นาก สุนัขจิ้งจอก และลิง ต่างนำอาหารที่ตนมีมาให้พราหมณ์ ส่วนกระต่ายไม่มีอะไรจะให้ จึงบอกให้พราหมณ์กินตัวมันที่ส…
ชาวบ้านหมู่หนึ่งเตรียมภัตตาหารพร้อมจีวรถวายสงฆ์ทุกปี พระฉัพพัคคีย์ไปคะยั้นคะยอจนเขายอมยกจีวรทั้งหมดให้ สงฆ์จึง…
พระเวสสันดรให้ช้างตัวประเสริฐจนถูกเนรเทศ ให้ทานระหว่างทาง ให้สองกุมารแก่ชูชก และให้พระนางมัทรีแก่ท้าวสักกะที่แ…