มหานารทกัสสปชาดก: แก้ความเห็นผิดของพระราชา
มหานารทกสฺสปชาตกํพระเจ้าอังคติฟังนักบวชเปลือยสอนว่าบุญบาปไม่มีผล จึงทิ้งราชกิจไปหมกมุ่นในกาม พระนางรุจาราชธิดายกเหตุผลเรื่องกรร…
ปิณฺโฑลฺยสุตฺตํ
การเที่ยวบิณฑบาตเป็นอาชีพที่ต่ำที่สุด แต่กุลบุตรบวชเพราะเห็นทุกข์ ไม่ใช่เพราะหนีภัยหรือหนี้ — ถ้าบวชแล้วใจยังเต็มไปด้วยความโลภและความโกรธ ก็เหมือนดุ้นฟืนเผาศพที่ใช้ทำอะไรไม่ได้
ในปิณโฑลยสูตร ขันธสังยุต สังยุตตนิกาย พระพุทธเจ้าประทับที่นิโครธาราม ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ ทรงขับภิกษุสงฆ์ออกไปด้วยเหตุบางอย่างซึ่งพระสูตรไม่ได้ระบุรายละเอียด แล้วเสด็จบิณฑบาตและไปพักกลางวันที่ป่ามหาวัน ขณะประทับอยู่ลำพัง ทรงดำริว่าในหมู่ภิกษุนั้นมีผู้บวชใหม่ เมื่อไม่ได้เห็นพระองค์อาจมีใจแปรปรวน เหมือนลูกโคอ่อนที่ไม่เห็นแม่ หรือพืชอ่อนที่ไม่ได้น้ำ ท้าวสหัมบดีพรหมมาทูลขอให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุเหมือนเดิม พระองค์ทรงรับโดยดุษณีภาพ
ตอนเย็น ภิกษุทั้งหลายเข้ามาเฝ้าทีละรูปสองรูปด้วยความเกรงกลัว พระพุทธเจ้าตรัสว่า การเที่ยวแสวงหาบิณฑบาตเป็นอาชีพที่ต่ำที่สุด คนในโลกถึงกับด่าว่า "เจ้าคนถือบาตรเที่ยวขอ" แต่กุลบุตรไม่ได้บวชเพราะถูกพระราชาหรือโจรบังคับ ไม่ได้บวชเพราะมีหนี้ มีภัย หรือหาเลี้ยงชีพไม่ได้ หากบวชเพราะเห็นว่าตนถูกชาติ ชรา มรณะ และความทุกข์ครอบงำ และหวังจะทำที่สุดแห่งกองทุกข์
ถ้าบวชด้วยเหตุนั้นแล้ว แต่ยังโลภในกาม ใจพยาบาท หลงลืมสติ ไม่ตั้งมั่น ไม่สำรวมอินทรีย์ ก็เหมือนดุ้นฟืนจากที่เผาศพ ไฟติดทั้งสองปลาย ตรงกลางเปื้อนคูถ ใช้เป็นฟืนในบ้านหรือในป่าก็ไม่ได้ เสื่อมจากโภคะของคฤหัสถ์ และไม่ได้ทำประโยชน์ของความเป็นสมณะให้บริบูรณ์ จากนั้นทรงสอนเรื่องการดับอกุศลวิตก และการพิจารณาทิฏฐิ ๒ อย่าง
หลังทรงขับภิกษุสงฆ์ออกไป พระพุทธเจ้าทรงดำริว่าภิกษุบวชใหม่ที่ไม่ได้เห็นพระองค์อาจมีใจแปรปรวน เหมือนลูกโคอ่อนที่ไม่เห็นแม่ หรือพืชอ่อนที่ไม่ได้น้ำ ท้าวสหัมบดีพรหมมาทูลขอให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุสงฆ์อีก พระองค์จึงทรงรับ
หลังจากดุลูกหรือตำหนิลูกทีม ให้กลับไปดูแลความสัมพันธ์ด้วย โดยเฉพาะคนที่ยังใหม่และยังเปราะบาง
พระพุทธเจ้าตรัสว่า การแสวงหาบิณฑบาตเป็นข้อต่ำที่สุดของการเลี้ยงชีพ ในโลกมีคำแช่งด่าว่า "เจ้าคนถือบาตรเที่ยวขอ" พระองค์ไม่ได้ปิดบังว่าในสายตาคนทั่วไป ชีวิตนักบวชดูต่ำต้อยเพียงใด
เมื่อเลือกทางที่คนอื่นมองว่าไม่เท่ ให้ยอมรับภาพนั้นตามจริง แล้วยึดคุณค่าที่ทำให้เลือกทางนี้ไว้ให้มั่น
กุลบุตรเข้ามาสู่ชีวิตนี้ด้วยเหตุผลที่มีความหมาย ไม่ได้ถูกพระราชาบังคับ ไม่ได้ถูกโจรบังคับ ไม่ได้มีหนี้ ไม่ได้มีภัย และไม่ได้บวชเพราะหาเลี้ยงชีพไม่ได้
ทบทวนการตัดสินใจสำคัญในชีวิต ว่าเลือกเพราะหนีปัญหา หรือเพราะเห็นคุณค่าจริง ทางเลือกที่มาจากการหนีมักพาปัญหาเดิมตามมาด้วย
กุลบุตรบวชเพราะพิจารณาว่า ตนถูกชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสครอบงำ จึงหวังว่าจะได้ทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ นี่คือเหตุผลเดียวที่ทำให้ชีวิตที่ดูต่ำต้อยนั้นมีความหมาย
เขียนเหตุผลที่แท้จริงของการฝึกตนหรืองานที่เราทำไว้สั้น ๆ แล้วเปิดอ่านเมื่อรู้สึกท้อหรือเริ่มหลงทาง
ถ้าบวชแล้วแต่ยังโลภในกาม มีราคะกล้า ใจพยาบาท หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ ใจไม่ตั้งมั่น และไม่สำรวมอินทรีย์ ก็เหมือนดุ้นฟืนเผาศพ ไฟติดทั้งสองปลาย ตรงกลางเปื้อนคูถ ใช้เป็นฟืนในบ้านหรือในป่าก็ไม่ได้
เมื่อรู้สึกว่ากำลังทำสิ่งดีแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ อย่าตำหนิตัวเองจนเลิก ให้ใช้ภาพนี้เป็นสัญญาณว่าถึงเวลากลับมาตั้งใจใหม่
บุคคลเช่นนั้นเสื่อมจากโภคะของคฤหัสถ์ เพราะสละชีวิตฆราวาสมาแล้ว และยังไม่ได้ทำประโยชน์ของความเป็นสมณะให้บริบูรณ์ เพราะใจยังไม่ได้ฝึก การสละที่ไม่มีการฝึกตามมาจึงไม่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝั่ง
ถ้าเราสละเวลาหรือโอกาสบางอย่างเพื่อสิ่งที่มีคุณค่า ให้ใช้เวลานั้นทำสิ่งนั้นจริง ๆ ไม่ปล่อยให้หายไปกับเรื่องไร้สาระ
หลังอุปมาดุ้นฟืน พระพุทธเจ้าตรัสถึงอกุศลวิตก ๓ คือ ความคิดในกาม ความคิดพยาบาท และความคิดเบียดเบียน ซึ่งดับไปไม่เหลือเมื่อจิตตั้งมั่นดีในสติปัฏฐาน ๔ หรือเมื่อเจริญอนิมิตตสมาธิ
เมื่อจับได้ว่ากำลังคิดอยากได้ คิดโกรธ หรือคิดทำร้ายใคร ให้พาใจกลับมาที่ฐานของสติ เช่น ลมหายใจหรือความรู้สึกในร่างกาย
ทรงแสดงทิฏฐิ ๒ อย่าง คือ ภวทิฏฐิ และวิภวทิฏฐิ อริยสาวกพิจารณาว่า มีสิ่งใดในโลกที่ยึดถือแล้วจะไม่มีโทษบ้างหรือไม่ แล้วรู้ชัดว่าไม่มี เพราะเมื่อยึดถือรูป เวทนา สัญญา สังขาร หรือวิญญาณ ภพ ชาติ และความทุกข์ย่อมตามมา
เมื่อยึดความคิดของตัวเองแน่นจนทะเลาะกับคนอื่น ให้ถามว่า การยึดสิ่งนี้แน่นขนาดนี้มีโทษอะไรบ้าง
แม้พระสูตรนี้ตรัสกับภิกษุ แต่คำถามเดียวกันใช้กับทุกคนที่เลือกเส้นทางซึ่งต้องสละบางอย่าง เช่น งานอาสา อาชีพที่รายได้น้อยแต่มีคุณค่า หรือการเลือกชีวิตเรียบง่าย เราเลือกทางนี้เพราะอะไร และทุกวันนี้ยังเดินตามเหตุผลนั้นอยู่หรือไม่
อุปมาดุ้นฟืนเผาศพแรงมาก แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ดูถูกตัวเอง จุดประสงค์คือเตือนว่า ถ้าสละแล้วแต่ไม่ได้ฝึกจริง จะเสียทั้งสองทาง การตั้งสติกลับมาที่เป้าหมายจึงเป็นทางแก้ ไม่ใช่การตำหนิตัวเอง
น้ำเสียงตอนต้นพระสูตรก็สำคัญ พระพุทธเจ้าทรงเข้มงวดกับภิกษุ แต่ยังทรงห่วงผู้บวชใหม่เหมือนแม่โคห่วงลูก ความเข้มงวดกับความเมตตาจึงอยู่ด้วยกันได้
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระเจ้าอังคติฟังนักบวชเปลือยสอนว่าบุญบาปไม่มีผล จึงทิ้งราชกิจไปหมกมุ่นในกาม พระนางรุจาราชธิดายกเหตุผลเรื่องกรร…
เรื่องสั้นของพระเถระหลายรูป ตั้งแต่พระโมคคัลลานะกับดุษณีภาพอันประเสริฐ พระสารีบุตรผู้ไม่โศกแม้พระศาสดาแปรปรวน …
พระนางมัลลิกาทูลถามว่าทำไมบางคนงามหรือไม่งาม มั่งคั่งหรือยากจน มีศักดิ์สูงหรือต่ำ พระพุทธเจ้าตรัสถึงเหตุสามคู่…
พระวินัยวางเกณฑ์ว่าภิกษุแบบใดจึงควรให้อุปสมบท ให้นิสสัย และรับสามเณรไว้ดูแล ตั้งแต่คุณธรรมของตนเอง ความรู้ ควา…