อัฏฐกสูตรเรื่องทิฏฐิ: ไม่ยกความเห็นใดขึ้นเป็นยอด
การฝึกจิต

อัฏฐกสูตรเรื่องทิฏฐิ: ไม่ยกความเห็นใดขึ้นเป็นยอด

ปรมนฺติ ทิฏฺฐีสุ ปริพฺพสาโน

คาถาสามสูตรในอัฏฐกวรรคว่าด้วยการยึดความเห็น — ไม่อวดศีลของตน ไม่ประกาศว่าความบริสุทธิ์มาจากความเห็นนี้เท่านั้น ไม่ยกครูของตนแล้วว่าคนอื่นเลว และไม่เข้าไปร่วมวงวิวาท

๗ ข้อ

ในทุฏฐัฏฐกสูตร สุทธัฏฐกสูตร และปรมัฏฐกสูตร อัฏฐกวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย ซึ่งเป็นสูตรที่ ๓ ถึง ๕ ของวรรค พระพุทธเจ้าตรัสเป็นคาถาว่าด้วยโทษของการยึดทิฏฐิ

ทุฏฐัฏฐกสูตรกล่าวว่า บางคนติเตียนด้วยใจร้าย บางคนติเตียนเพราะเชื่อตามที่ได้ยินมา แต่มุนีไม่เข้าไปร่วมในวาทะที่เกิดขึ้น คนที่อวดศีลและวัตรของตนโดยไม่มีใครถาม ผู้ฉลาดกล่าวว่าไม่มีอริยธรรม สุทธัฏฐกสูตรกล่าวว่า การคิดว่า "เราได้เห็นผู้บริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์มีได้ด้วยการเห็น" ไม่ทำให้บริสุทธิ์ คนที่ยึดทิฏฐิจึงจับสิ่งหนึ่งแล้วปล่อยไปจับสิ่งอื่นเหมือนลิงจับกิ่งไม้

ปรมัฏฐกสูตรกล่าวว่า คนที่ถือว่าทิฏฐิของตนยอดเยี่ยม ยกครูของตนว่าประเสริฐ และว่าคนอื่นทั้งหมดเลว ย่อมไม่พ้นการวิวาท ส่วนพราหมณ์ในความหมายของผู้หมดกิเลส ไม่ยึดสิ่งที่เห็น ได้ยิน ได้ทราบ ศีลหรือพรต และไม่เปรียบตนว่าเสมอ เลวกว่า หรือวิเศษกว่าใคร

  1. ๑

    ไม่เข้าไปร่วมวงวิวาท วาทญฺจ ชาตํ มุนิ โน อุเปติ

    บางคนติเตียนด้วยใจประทุษร้าย บางคนฟังแล้วเชื่อก็ติเตียนตาม แต่มุนีไม่เข้าไปในการติเตียนที่เกิดขึ้นนั้น มุนีจึงไม่มีหลักตอคือราคะ โทสะ โมหะในที่ไหน ๆ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นดราม่าออนไลน์ที่ทุกคนรุมกันวิจารณ์ ไม่ต้องรีบร่วมแสดงความเห็น ถามตัวเองก่อนว่ารู้เรื่องจริงแค่ไหน

  2. ๒

    ความชอบใจทำให้ก้าวพ้นความเห็นตัวเองได้ยาก สกญฺหิ ทิฏฺฐึ กถมจฺจเยยฺย

    คนที่ถูกความพอใจชักนำ ตั้งมั่นอยู่ในความชอบใจ จะก้าวล่วงทิฏฐิของตนได้อย่างไร เขาทำความเห็นให้สมบูรณ์ด้วยตนเอง รู้อย่างไรก็พูดไปอย่างนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อพบว่าตัวเองชอบข้อมูลที่ยืนยันความเชื่อเดิม ให้ตั้งใจหาข้อมูลจากฝั่งที่เห็นต่างสักหนึ่งแหล่ง

  3. ๓

    ไม่อวดศีลของตน อนริยธมฺมํ กุสลา ตมาหุ

    ผู้ที่ไม่มีใครถาม แต่กล่าวอวดศีลและวัตรของตนแก่ผู้อื่น ผู้ฉลาดกล่าวว่าเป็นผู้ไม่มีอริยธรรม ส่วนภิกษุผู้สงบ ไม่อวดว่าตนสมบูรณ์ด้วยศีล ผู้ฉลาดกล่าวว่ามีอริยธรรม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทำความดีแล้วไม่จำเป็นต้องโพสต์บอกทุกครั้ง ลองทำบุญหรือช่วยคนสักครั้งโดยไม่เล่าให้ใครฟัง

  4. ๔

    ความเห็นไม่ได้ทำให้บริสุทธิ์ ปสฺสามิ สุทฺธํ ปรมํ อโรคํ

    สุทธัฏฐกสูตรกล่าวว่า คนพาลที่ยึดทิฏฐิสำคัญว่า "เราเห็นผู้บริสุทธิ์ยอดเยี่ยมไม่มีโรค ความหมดจดมีได้ด้วยการเห็น" แล้วเชื่อว่านั่นคือญาณ ถ้าความบริสุทธิ์มีได้ด้วยการเห็นหรือด้วยทางอื่นนอกจากอริยมรรค ผู้นั้นก็ยังไม่บริสุทธิ์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การรู้ทฤษฎีดี ๆ หรือได้พบครูดี ยังไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเอง ให้ถามว่าวันนี้ความโลภ โกรธ หลงของเราลดลงบ้างไหม

  5. ๕

    จับกิ่งนี้ปล่อยกิ่งโน้น กปีว สาขํ

    คนที่ยึดทิฏฐิ ละครูคนแรกไปอาศัยครูอื่น ถูกตัณหาครอบงำ จึงข้ามเครื่องข้องไม่ได้ เขาจับแล้วก็ปล่อย เหมือนลิงจับกิ่งไม้ข้างหน้าแล้วปล่อยเพื่อจับกิ่งอื่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเปลี่ยนวิธีพัฒนาตัวเองหรือเปลี่ยนสำนักไปเรื่อย ๆ ลองอยู่กับหลักที่ดีพอสักหลักหนึ่งให้นานพอจะเห็นผล

  6. ๖

    ยกของตนว่ายอด ว่าคนอื่นเลว ปรมนฺติ ทิฏฺฐีสุ ปริพฺพสาโน

    ปรมัฏฐกสูตรกล่าวว่า คนในโลกยึดทิฏฐิว่าสิ่งนี้ยอดเยี่ยม ทำครูของตนให้ประเสริฐ แล้วว่าคนอื่นทั้งหมดเลว เพราะเหตุนั้นจึงไม่พ้นการวิวาท ผู้ฉลาดกล่าวว่าความเห็นที่อาศัยครูของตนแล้วเห็นคนอื่นเลว เป็นกิเลสเครื่องร้อยรัด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ชื่นชมทีม ศาสนา หรือแนวคิดของตัวเองได้ แต่ระวังประโยคที่ต่อท้ายว่า "คนอื่นโง่หมด"

  7. ๗

    ไม่วัดตนว่าเสมอ เลว หรือดีกว่า ปรมฏฺฐกสุตฺตํ

    ภิกษุไม่พึงยึดสิ่งที่เห็น ได้ยิน ได้ทราบ หรือศีลและพรต ไม่พึงเปรียบตนว่าเสมอเขา เลวกว่าเขา หรือวิเศษกว่าเขา ไม่แล่นไปเข้าพวกในหมู่คนที่แตกแยกกันด้วยทิฏฐิ และไม่กลับไปหาทิฏฐิใด ๆ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาเข้าร่วมกลุ่มถกเถียง ฟังเหตุผลโดยไม่คิดว่าตัวเองอยู่สูงหรือต่ำกว่าใคร จะฟังได้ชัดขึ้นมาก

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ทีฆนขสูตรในมัชฌิมนิกายเล่าเหตุการณ์ที่ปริพาชกคนหนึ่งถูกชวนให้เห็นว่าตนยึดความเห็นอยู่ ส่วนสามสูตรนี้เป็นคาถาที่ชี้ลักษณะของผู้ยึดทิฏฐิและผู้ไม่ยึดไว้หลายแง่ ตั้งแต่การอวดศีล การเชื่อว่าความบริสุทธิ์มาจากความเห็น ไปจนถึงการแบ่งพวก

ในยุคที่ทุกคนมีเวทีแสดงความเห็น คำสอนนี้ใช้ได้ตรง ๆ การมีความเห็นไม่ผิด แต่เมื่อความเห็นกลายเป็นตัวตน การที่ใครไม่เห็นด้วยจะรู้สึกเหมือนถูกโจมตีตัวเรา

การไม่ยึดทิฏฐิไม่ได้แปลว่าไม่มีหลักหรือเห็นทุกอย่างถูกหมด แต่คือถือความเห็นไว้อย่างที่พร้อมตรวจสอบ ไม่เอามันมาวัดว่าตัวเองสูงกว่าใคร

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปัฏฐาน: นิวรณ์ชนิดไหนมาด้วยกัน และอะไรหนุนให้นิวรณ์เกิด

นีวรณทุกํ

นีวรณทุกะแบ่งธรรมเป็นสองฝ่าย คือธรรมที่เป็นนิวรณ์และธรรมที่ไม่ใช่นิวรณ์ ตัวอย่างในคัมภีร์บอกว่านิวรณ์ไม่ได้มาเ…

อัตตทัณฑสุตตนิทเทส: อาวุธสามทางและลูกศรเจ็ดดอก

อตฺตทณฺฑสุตฺตนิทฺเทโส

คำอธิบายอัตตทัณฑสูตรในมหานิทเทส ว่าอาชญาที่ก่อภัยมีทั้งทางกาย วาจา ใจ โลกไม่มีแก่นสาร ทุกความดีในชีวิตมีสิ่งที…

เด็กชายอุบาลีกับเพื่อน: บวชเพราะคิดว่าสบาย แต่ยังไม่พร้อมจะอดทน

ชานํ อูนวีสติวสฺสํ ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทยฺย

พ่อแม่ของเด็กชายอุบาลีเห็นว่าเรียนเขียน เรียนคำนวณ หรือเรียนดูรูปภาพล้วนลำบาก สู้บวชไม่ได้เพราะพระอยู่สบาย เด็…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้